โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จับตา “ธนาคารกลางทั่วโลก” ประชุมสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อรอบใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ธนาคารกลางทั่วโลก" เตรียมประชุมสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงอาจจุดชนวนแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่

วันที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางชั้นนำของโลกกำลังเตรียมประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามในอิหร่านอาจจุดชนวนแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ซึ่งอาจทำให้แผนการลดดอกเบี้ยต้องถูกเลื่อนออกไป และในบางประเทศอาจถึงขั้นต้องพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง

แม้ในระยะสั้น ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม เพื่อประเมินผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงต่อเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ท่าทีของผู้กำหนดนโยบายมีแนวโน้มระมัดระวังมากขึ้น

การประชุมรอบนี้มีธนาคารกลางรวม 21 แห่งทั่วโลก ที่กำลังจะกำหนดนโยบายการเงิน ซึ่งดูแลเศรษฐกิจรวมกันราว สองในสามของเศรษฐกิจโลก นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า หากสงครามยืดเยื้อและทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดแรงกดดันเงินเฟ้อแบบเดียวกับที่โลกเผชิญหลังสงครามรัสเซีย–ยูเครนในปี 2565 ซึ่งทำให้เงินเฟ้อในหลายประเทศพุ่งขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก

Tom Orlik หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Bloomberg Economics กล่าวว่า “ธนาคารกลางสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยได้ แต่ไม่สามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้” โดยคาดว่าผู้กำหนดนโยบายจะเลือกคงดอกเบี้ยและส่งสัญญาณเฝ้าระวังเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด พร้อมหวังว่าสงครามจะยุติก่อนจะกลายเป็นปัญหาเงินเฟ้อรอบใหม่

ในสหรัฐฯ แม้แรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานเพิ่มขึ้น แต่ตลาดยังคงคาดว่าเฟดอาจเริ่มลดดอกเบี้ยในปีนี้ เนื่องจากตลาดแรงงานเริ่มมีสัญญาณชะลอตัว ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ยังเรียกร้องให้เฟดลดดอกเบี้ยเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

ส่วนในยุโรป ภาพรวมแตกต่างออกไป โดยธนาคารกลางยุโรปให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมากขึ้น ทำให้ความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยลดลงอย่างมาก และตลาดบางส่วนเริ่มคาดการณ์ว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย

สำหรับสหราชอาณาจักร นักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์อาจกลายเป็นภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อสูง (Stagflation) ซึ่งทำให้การตัดสินใจของธนาคารกลางยากลำบาก เพราะการขึ้นดอกเบี้ยอาจยิ่งกดดันเศรษฐกิจที่อ่อนแอ

ขณะที่ญี่ปุ่น ซึ่งเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางมานานหลายปี อาจพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เนื่องจากประเทศพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางอย่างมาก และราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจกระทบเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ

นักเศรษฐศาสตร์ของ Bloomberg ประเมินว่า หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเพียงหนึ่งเดือน ราคาน้ำมันเบรนท์อาจพุ่งถึง 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่หากปิดนาน 3 เดือน ราคาน้ำมันอาจทะยานแตะ 164 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาด การเติบโตทางเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อทั่วโลก พร้อมเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

Kristalina Georgieva ผู้อำนวยการ IMF กล่าวว่า “ในโลกใหม่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผู้กำหนดนโยบายต้องเตรียมรับมือแม้กับสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้”

โดยรวมแล้ว สงครามในอิหร่านกำลังสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกในหลายมิติ ตั้งแต่ราคาพลังงาน ค่าเงิน ไปจนถึงทิศทางนโยบายการเงินของประเทศต่าง ๆ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามโครงสร้างเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...