โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัพเดต! สถานการณ์การค้าโลก : สหรัฐฯครองแชมป์ใช้ AD-VCD มากสุด – เป้าใหญ่สินค้าจีน

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 17.50 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. เวลา 16.50 น.

อัพเดต! สถานการณ์การค้าโลก : สหรัฐฯครองแชมป์ใช้ AD-VCD มากสุด – เป้าใหญ่สินค้าจีน ขณะที่ไทยโดน 19 ประเทศ ใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด 79 เคส โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเหล็กถูกสกัดทุกรูปแบบ

ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออก และสงครามการค้าที่ยังคุกรุ่นที่ส่งผลทำให้เศรษฐกิจโลกเกิดความผันผวน ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้แทนสำนักงานการค้าของประเทศสหรัฐ (Trade Representative : USTR) ได้ออกประกาศใช้มาตรา 301 (Section 301) ของกฎหมายการค้า (the Trade Act) นำมาใช้ในการตรวจสอบ 16 ประเทศคู่ค้าที่มีการเกินดุลการค้าสหรัฐฯมาอย่างต่อเนื่องในปริมาณมาก อาทิ จีน, สหภาพยุโรป, สิงคโปร์, สวิตเซอร์แลนด์, นอร์เวย์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, กัมพูชา, ไทย, เกาหลีใต้, เวียดนาม, ไต้หวัน, บังกลาเทศ, เม็กซิโก, ญี่ปุ่น และอินเดีย เป็นต้น โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถออกประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม (Tariffs) หรือ กำหนดโควตา เพื่อจำกัดปริมาณการนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่ค้าที่ละเมิดข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐ หรือ ออกนโยบายที่เลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรมกับบริษัทของสหรัฐฯ หลังจากที่ศาลฎีกาของสหรัฐตีตกมาตรการภาษีของทรัมป์ มาตรา 301 จึงเป็นกลไกสำคัญที่รัฐบาลสหรัฐนำมาใช้ในการตอบโต้ประเทศคู่ค้าที่มีพฤติกรรมเอาเปรียบการค้าของสหรัฐฯ

ที่ผ่านมาหลายประเทศทั่วโลกได้นำมาตรการปกป้องทางการค้ามาใช้อย่างเข้มข้น หลัก ๆจะมีอยู่ 4 มาตรการ ดังนี้

  • มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping) เป็นมาตรการที่นำมาใช้ในการรับมือกับสินค้านำเข้าที่มีการกำหนดราคาขายต่ำกว่าราคาที่วางขายอยู่ในประเทศต้นทาง หรือ ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตอย่างไม่เป็นธรรม โดยการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม เพื่อทำให้สินค้านำเข้ามีราคาเพิ่มสูงขึ้นป้องกันการทุ่มตลาด
  • มาตรการตอบโต้การอุดหนุนทางการค้า (Countervailing Duty : CVD) เป็นมาตรการตอบโต้กรณีที่รัฐบาลประเทศต้นทางจ่ายเงินอุดหนุน หรือ “Subsidy” หรือ ลดภาษีให้กับผู้ส่งออกเป็นกรณีพิเศษ เพื่อทำให้สินค้าส่งออกมีราคาถูกลงอย่างไม่เป็นธรรม ก็จะถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมเช่นกัน
  • มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เข้ามาในปริมาณมากและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (Safe Guard : SG) โดยการตั้งกำแพงภาษี หรือ กำหนดโควตาการนำเข้าเป็นการชั่วคราว เพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศ และ
  • มาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยงภาษี (Anti- Dumping Circumvention : AC) เป็นมาตรการเสริมที่นำมาใช้ในการสกัดกั้นผู้ส่งออกที่หลบเลี่ยงภาษี เช่น นำสินค้ามาผ่านประเทศที่ 3 เพื่อสวมสิทธิเปลี่ยนถิ่นกำเนิดสินค้า หรือ นำสินค้ามาดัดแปลงเล็กน้อย เพื่อให้รหัสพิกัดสินค้าเปลี่ยนแปลงไป กรณีนี้หากถูกจับได้ ก็อาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงภาษีจะถูกอายัดสินค้า หรือ ประเมินภาษีย้อนหลัง เป็นต้น

จากข้อมูลสถิติประเทศที่ใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping : AD) มากที่สุด 5 อันดับแรก ที่รวบรวมโดยกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) พบว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด AD มากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ของโลก จำนวน 564 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 27.8% จำนวนการใช้มาตรการ AD ทั้งหมดทั่วโลก อันดับ 2 ประเทศอินเดีย ใช้มาตรการ AD ตอบโต้การทุ่มตลาดจากประเทศคู่ค้า 170 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 8.4% อันดับ 3 สหภาพยุโรป ใช้มาตรการ AD ตอบโต้การทุ่มตลาด 130 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 6.4% อันดับ 4 ประเทศบราซิล ใช้มาตรการ AD ตอบโต้การทุ่มตลาด 129 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 6.3% และอันดับ 5 ประเทศตุรกี ใช้มาตรการ AD ตอบโต้การทุ่มตลาด 128 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 6.3%

จากข้อมูลที่นำเสนอจะเป็นได้ว่าประเทศสหรัฐอเมริกามีการใช้มาตรการ AD มากกว่าประเทศอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด โดยทิ้งห่างจากประเทศอินเดียที่อยู่ในอันดับ 2 มากกว่า 3 เท่าตัวจากข้อมูลสถิติประเทศที่ใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping : AD) มากที่สุด 5 อันดับแรก ที่รวบรวมโดยกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) พบว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด AD มากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ของโลก จำนวน 564 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 27.8% จำนวนการใช้มาตรการ AD ทั้งหมดทั่วโลก อันดับ 2 ประเทศอินเดีย ใช้มาตรการ AD ตอบโต้การทุ่มตลาดจากประเทศคู่ค้า 170 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 8.4% อันดับ 3 สหภาพยุโรป ใช้มาตรการ AD ตอบโต้การทุ่มตลาด 130 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 6.4% อันดับ 4 ประเทศบราซิล ใช้มาตรการ AD ตอบโต้การทุ่มตลาด 129 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 6.3% และอันดับ 5 ประเทศตุรกี ใช้มาตรการ AD ตอบโต้การทุ่มตลาด 128 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 6.3%

จากข้อมูลที่นำเสนอจะเป็นได้ว่าประเทศสหรัฐอเมริกามีการใช้มาตรการ AD มากกว่าประเทศอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด โดยทิ้งห่างจากประเทศอินเดียที่อยู่ในอันดับ 2 มากกว่า 3 เท่าตัว

ส่วนประเทศที่มีการใช้มาตรการตอบโต้การอุดหนุนทางการค้า (Countervailing Duty : CVD) มากที่สุด 5 อันดับแรก จากข้อมูลสถิติของกรมการค้าต่างประเทศ จะเห็นว่า ประเทศสหรัฐอเมริกายังคงครองแชมป์อันดับ 1 ของประเทศที่มีการใช้มาตรการ CVD มากที่สุดถึง 218 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 62.8% ของจำนวนการใช้มาตรการ VCD ทั้งหมดทั่วโลก อันดับที่ 2 ประเทศแคนาดา ใช้มาตรการ CVD ตอบโต้การอุดหนุนทางการค้ากับประเทศคู่ค้า 37 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 10.7% อันดับที่ 3 สหภาพยุโรป ใช้มาตรการ CVD ตอบโต้การอุดหนุนทางการค้ากับประเทศคู่ค้า 26 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 7.5 % อันดับที่ 4 ประเทศอินเดีย ใช้มาตรการ CVD ตอบโต้การอุดหนุนทางการค้ากับประเทศคู่ค้า 23 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 6.6% และอันดับที่ 5 ประเทศออสเตรเลีย ใช้มาตรการ CVD ตอบโต้การอุดหนุนทางการค้ากับประเทศคู่ค้า 13 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 3.7% จากข้อมูลของ คต.ที่นำเสนอ จะเห็นว่า สหรัฐฯให้ความสำคัญกับการตรวจสอบการจ่ายเงินอุดหนุนจากรัฐบาลของประเทศคู่ค้าเป็นอย่างมาก โดยมีสัดส่วนการใช้มาตรการ CVD ตอบโต้การจ่ายเงินอุดหนุนเกือบ 63% ของกรณีทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั่วโลก

และประเทศที่มีการใช้มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้า (Safe Guards : SG) ที่ไหลทะลักเข้ามาถล่มอุตสาหกรรมภายในประเทศมากที่สุด อันดับที่ 1 ประเทศอินโดนีเซีย มีการใช้มาตรการ SG สกัดการไหลทะลักของสินค้านำเข้าจำนวนมาก 28 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 12.7% อันดับ 2 ประเทศอินเดีย มีการใช้มาตรการ SG จำนวน 25 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 11.4% อันดับ 3 ประเทศตุรกี มีการใช้มาตรการ SG จำนวน 22 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 10% อันดับ 4 ประเทศฟิลิปปินส์ มีการใช้มาตรการ SG จำนวน 10 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 4.5% อันดับ 5 มีหลายประเทศ ได้แก่ ประเทศชิลี, จอร์แดน, ยูเครน และสหรัฐอเมริกา มีการใช้มาตรการ SG ประเทศละ 9 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 4.1%

โดยรายการสินค้าที่ถูกใช้มาตรการ SG สกัดกั้นมากที่สุด คือ สินค้ากลุ่มเหล็ก 149 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 26.4% ตามด้วยกลุ่มสินค้าเคมีภัณฑ์ 44 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 16.8% กลุ่มสิ่งทอ 27 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 8.2% กลุ่มอาหารแปรรูป 21 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 7.4% และกลุ่มอื่นๆ ได้แก่ ผักสด หิน ซีเมนต์ เซรามิก เครื่องแก้วอย่างละ 15 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 6.8%

จากประเทศที่ใช้มาตรการปกป้องทางการค้า คราวนี้มาดูประเทศที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด หรือ “AD” ที่ตกเป็นเป้าใหญ่ที่สุด และถูกเพ่งเล็งมาที่สุด อันดับ 1 ประเทศจีน ถูกประเทศคู่ค้าใช้มาตรการ AD ตอบโต้การทุ่มตลาดมากถึง 707 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 34.8% อันดับที่ 2 ประเทศเกาหลีใต้ ถูกประเทศคู่ค้าใช้มาตรการ AD จำนวน 137 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 6.7% อันดับที่ 3 ประเทศอินเดีย ถูกใช้มาตรการ AD จำนวน 108 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 5.3% อันดับที่ 4 ประเทสไต้หวัน ถูกใช้มาตรการ AD จำนวน 103 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 5.1% และอันดับที่ 5 ประเทศไทย ถูกประเทศคู่ค้าใช้มาตรการ AD จำนวน 73 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 3.6%

จากข้อมูลที่นำเสนอจะเห็นว่า ประเทศที่ถูกใช้มาตรการ AD ส่วนใหญ่จะอยู่ในภูมิภาคเอเชีย โดยกลุ่มสินค้าที่ถูกใช้มาตรการ AD ตอบโต้การทุ่มตลาดมากที่สุด คือ เหล็ก ตามด้วยเคมีภัณฑ์ , ผลิตภัณฑ์พลาสติกและยาง , เครื่องจักรกล และสิ่งทอ

ส่วนประเทศที่ถูกใช้มาตรการ CVD ตอบโต้การอุดหนุนทางการค้า โดยเป้าใหญ่ที่สุด ยังคงเป็นประเทศจีน ครองแชมป์อันดับ 1 ของประเทศที่ถูกใช้มาตรการ CVD จำนวน 160 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 46.1% อันดับ 2 ประเทศอินเดีย ถูกใช้มาตรการ CVD จำนวน 57 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 16.4% อันดับที่ 3 ประเทศตุรกี ถูกใช้มาตรการ CVD จำนวน 17 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 4.9% อันดับที่ 4 ประเทศเวียดนาม ถูกใช้มาตรการ CVD จำนวน 16 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 4.6% และอันดับที่ 5 ประเทศเกาหลีใต้ ถูกใช้มาตรการ CVD จำนวน 12 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 3.5%

ข้อสังเกต ทั้งประเทศจีนและอินเดีย เป็นประเทศหลักที่ถูกมองว่า มีการอุดหนุนจากภาครัฐในกระบวนการผลิตสินค้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มสินค้าที่ถูกใช้มาตรการ CVD มากที่สุดยังคงเป็นสินค้ากลุ่มเดียวกันกับที่ถูกมาตรการ AD ได้แก่ กลุ่มสินเหล็ก , เคมีภัณฑ์ , เครื่องจักรกล , ผลิตภัณฑ์พลาสติกและยาง และกลุ่มสินค้าประเภทเครื่องปรุง เป็นต้น

คราวนี้มาถึงสถานการณ์ของประเทศไทย ทั้งในฐานะผู้ใช้และผู้ถูกใช้มาตรการ AD ตอบโต้การทุ่มตลาดจะเห็นว่า ประเทศไทยมีใช้มาตรการ AD เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ 61 กรณี จาก 22 ประเทศ โดยจีนยังคงเป็นประเทศหลักที่ถูกไทยใช้มาตรการมากที่สุดถึง 17 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 27.9% ของกรณีที่เกิดขึ้นทั้งหมด อันดับที่ 2 ประเทศเกาหลีใต้จำนวน 8 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 13.1% อันดับที่ 3 ประเทศเวียดนามและไต้หวัน ประเทศละ 6 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 9.8% อันดับที่ 4 ประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ประเทศละ 3 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 4.9% และอันดับที่ 5 ประเทศญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ประเทศละ 2 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 3.3% โดยกลุ่มสินค้าเหล็กครองแชมป์ถูกไทยใช้มาตรการ AD สูงสุดถึง 55 กรณี และยังมีสินค้าสำคัญอื่น ๆที่ถูกไทยใช้มาตรการ AD อีก 6 กรณี ได้แก่ กรดซิทริก ยางรถจักรยานยนต์ ฟิล์มบรรจุภัณฑ์ BOPP และอะลูมิเนียมอัดขึ้นรูป เป็นต้น

นอกจากนี้ไทยยังได้ใช้มาตรการ AC ตอบโต้การหลบเลี่ยงภาษีของสินค้าจีนอีก 2 กรณี และอยู่ระหว่างไต่สวน อีก 4 กรณี รวมทั้งขยายการเรียกเก็บภาษี AD จากผู้ผลิตในประเทศจีน และอยู่ระหว่างการไต่สวนเพื่อใช้มาตรการ SG สกัดกั้นการนำเข้าสินค้ากลุ่มเม็ดพลาสติก 1 กรณี คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือยพฤษภาคม 2569 นี้ ส่วนมาตรการ CVD ตอบโต้การอุดหนุนทางการค้ายังไม่ได้มีการนำมาใช้กับประเทศใด

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็ตกเป้าการถูกใช้มาตรการ AD ตอบโต้การทุ่มตลาดจากประเทศคู่ค้าเช่นกัน โดยประเทศไทยถูกประเทศคู่ค้าใช้มาตรการ AD ตอบโต้รวม 79 กรณี จาก 19 ประเทศ รวมทั้งที่อยู่ในระหว่างการไต่สวน 18 กรณี และอยู่ระหว่างการทบทวนอีก 16 กรณี โดยประเทศที่ใช้มาตรการ AD กับไทยมากที่สุด อันดับ 1 ประเทศสหรัฐฯใช้มาตรการ AD กับไทย 19 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 26% อันดับที่ 2 ประเทศตุรกี ใช้มาตรการ AD กับไทย 9 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 12.3 % อันดับที่ 3 ประเทศอินเดีย ใช้มาตรการ AD กับไทย 7 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 9.6% อันดับที่ 4 ประเทศบราซิล ใช้มาตรการ AD กับไทย 6 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 8.2% และอันดับที่ 5 ประเทศเวียดนาม , อินโดนีเซีย และอาร์เจนตินา ประเทศละ 4 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 5.5% โดยกลุ่มสินค้าส่งออกของไทยที่ถูกมาตรการ AD มากที่สุด คือ กลุ่มเหล็ก 23 กรณี, กลุ่มเคมีภัณฑ์ 23 กรณี กลุ่มผลิตภัณฑ์จากยาง 11 กรณี และกลุ่มสินค้าอื่น ๆอีก 22 กรณี เช่น ฟูกที่นอน ข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง น้ำตาล และกระจก เป็นต้น

ส่วนกรณีที่ประเทศไทยถูกประเทศคู่ค้าใช้มาตรการ CVD ตอบโต้การอุดหนุนทางการค้า ซึ่งอยู่ระหว่างการบังคับใช้กฎหมายมีอยู่ 6 กรณี จาก 3 ประเทศ , อยู่ระหว่างการไต่วน 2กรณี จาก 1 ประเทศ และอยู่ระหว่างการทบทวน 1 กรณี จาก 1 ประเทศ โดยประเทศที่ใช้มาตรการ CVD กับประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ประเทศอินเดีย ใช้มาตรการ CVD ตอบโต้ 3 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 50% อันดับ 2 ประเทศสหรัฐฯ ใช้มาตรการ CVD ตอบโต้ไทย 2 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 33.3% และอันดับ 3 ประเทศเวียดนาม ใช้มาตรการ CVD ตอบโต้ไทย 1 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 16.7% โดยสินค้าส่งออกของไทยที่ใช้มาตรการ CVD มากที่สุด คือ กลุ่มเหล็ก ถูกใช้มาตรการ CVD จำนวน 3 กรณี ถัดมาเป็นกลุ่มเคมีภัณฑ์ 1 กรณี และd]6j,สินค้าอื่น ๆ เช่น น้ำตาล และซิลิคอน สำหรับใช้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ ถูกใช้มาตรการ VCD อีก 2 กรณี

นอกจากนี้ประเทศไทยยังถูกประเทศคู่ค้าใช้มาตรการ SG ปกป้องสินค้าภายในประเทศของประเทศคู่ค้าแล้ว 14 กรณี จาก 7 ประเทศ แต่ที่น่ากังวล คือ มีกรณีที่อยู่ระหว่างการไต่สวนสูงถึง 17 กรณี จาก 7 ประเทศ ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการกีดกันทางการค้าที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยประเทศคู่ค้าที่ใช้มาตรการ SG สกัดการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยมากที่สุด คือ ประเทศอินโดนีเซียมีการใช้มาตรการ SG กับสินค้าไทยรวม 5 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 31.3% อันดับที่ 2 ประเทศตุรกีมีการใช้มาตรการ SG กับสินค้าไทย 4 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 25% อันดับที่ 3 ประเทศสหรัฐฯ และมาดากัสการ์ ประเทศละ 2 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 12.5% และอันดับที่ 4 ประเทศโมร็อกโก แอฟริกาใต้ และสหภาพยุโรป ประเทศละ 1 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 6.25% ทั้งนี้ สินค้าที่ถูกใช้มาตรการ SG มากที่สุด คือ กลุ่มเหล็ก 6 กรณี เคมีภัณฑ์ 2 กรณี และยังมีสินค้าอื่น ๆ อีกถึง 8 กรณี เช่น สิ่งทอ กระดาษ และน้ำมันพืช เป็นต้น

และมาตรการตัวสุดท้ายที่ประเทศคู่ค้าใช้สกัดกั้นสินค้าที่ใช้ไทยเป็นทางผ่านในการส่งออก เพื่อหลบเลี่ยงการภาษี AD และCVD คือ มาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยงภาษี หรือ “AC” ที่มีผลใช้บังคับไปแล้วมี 7 กรณี จาก 4 ประเทศ และอยู่ระหว่างไต่สวนอีก 2 กรณี จาก 2 ประเทศ โดยกลุ่มประเทศที่มีการใช้มาตรการ AC กับสินค้าส่งออกจากไทยมากที่สุด อันดับ 1 ประเทศสหรัฐฯ ใช้มาตรการ AC กับสินค้าไทย 3 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 42.8% อันดับที่ 2 สหภาพยุโรป ใช้มาตรการ AC กับสินค้าไทย 2 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 28.6% อันดับที่ 3 ประเทศอินเดีย และตุรกี ประเทศละ 1 กรณี คิดเป็นสัดส่วน 14.3% โดยกลุ่มสินค้าไทยที่ถูกใช้มาตรการ AC ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่มีมูลค่าทางการค้าสูงในห่วงโซ่อุปทานโลก ได้แก่ น้ำตาล , อะลูมิเนียมฟอยล์ , ลวดเย็บกระดาษ และซิลิคอนสำหรับใช้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์

จากข้อมูลที่นำมาแสดงจะเห็นได้ว่าประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่าง สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปมีการใช้มาตรการ AC กับสินค้าไทยส่งจากไทยรวมกันแล้ว คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของกรณี AC ทั้งหมด สะท้อนถึงการตรวจสอบที่เข้มงวดในตลาดเหล่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าจากประเทศอื่น โดยเฉพาะสินค้าจีนใช้ไทยเป็นทางผ่านในการเลี่ยงภาษี AD/CVD …

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...