โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

บีโอไอ หนุนอุตสาหกรรม 'กลิ่น-รส' ดึงลงทุนไทยทะลุ 1.3 แสนล้าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้ บีโอไอให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารและการสร้างนวัตกรรมอาหาร โดยมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้พัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบในประเทศ

ทั้งนี้ประเทศไทยมีจุดแข็งจากความหลากหลายทางชีวภาพและวัตถุดิบทางการเกษตร โครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมอาหารที่ครบวงจร และเครือข่ายผู้ผลิตที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้ก้าวสู่การผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

สำหรับอุตสาหกรรมสารแต่งกลิ่นรสอาหาร (Food Flavors) มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ตลาดมีมูลค่าประมาณ 16,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 5.4 แสนลัานบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็นกว่า 26,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 8.5 แสนลัานบาทภายในปี 2577 โดยเติบโตเฉลี่ยราวร้อยละ 5.4 ต่อปี

ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีสัดส่วนตลาดประมาณร้อยละ 34 ปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ รวมถึงการพัฒนารสชาติใหม่ ๆ เพื่อรองรับแนวโน้มอาหารแห่งอนาคต (Future Food) และอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดบีโอไอได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมความสำเร็จของผู้ประกอบการไทย ซึ่งเดิมก่อตั้งภายใต้ชื่อ บริษัท บุญ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้พัฒนานวัตกรรมการผลิตสารแต่งกลิ่นรสจากวัตถุดิบทางการเกษตรสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ด้วยการสกัดกลิ่นจากวัตถุดิบทางธรรมชาติและสร้างสูตรจำลองกลิ่นตามที่ต้องการ (Bio Re-engineering)

โดยบริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในการวิจัยและพัฒนา และการผลิตสารเติมแต่งกลิ่นรส จนเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้รับความสนใจจาก “โดห์เลอร์ กรุ๊ป” ผู้นำระดับโลกด้านส่วนผสมอาหารจากประเทศเยอรมนี นำไปสู่การร่วมลงทุนและเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท โดห์เลอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยพัฒนาโรงงานในประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตและศูนย์วิจัยและพัฒนาสำคัญของกลุ่มโดห์เลอร์ในภูมิภาคอาเซียน พร้อมต่อยอดวัตถุดิบที่ผลิตในประเทศไทย สู่การผลิตผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในตลาดโลก

โดห์เลอร์ กรุ๊ป (Döhler Group) เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการพัฒนาและผลิตส่วนผสมอาหาร (Food Ingredient) และสารแต่งกลิ่นรสสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศเยอรมนี มีเครือข่ายการดำเนินธุรกิจทั่วโลก ประกอบด้วยโรงงานผลิตกว่า 50 แห่ง ครอบคลุมฐานลูกค้ากว่า 160 ประเทศ โดยมุ่งพัฒนานวัตกรรมส่วนผสมอาหารจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น กลิ่น สี และสารสกัดจากพืช เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้เปิดโอกาสให้ธุรกิจของคนไทยสามารถขยายฐานลูกค้า และเข้าถึงตลาดในต่างประเทศผ่านเครือข่ายของโดห์เลอร์ ซึ่งมีฐานลูกค้าครอบคลุมผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำทั่วโลก ขณะเดียวกัน การได้รับส่งเสริมจากบีโอไอ ทั้งในด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมถึงการอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เช่น วีซ่าระยะยาว (Long-Term Resident Visa: LTR) และใบอนุญาตทำงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่โดห์เลอร์ กรุ๊ป ในการใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและวิจัยและพัฒนาสำหรับภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ จากความสำเร็จดังกล่าว นายปิยะ บุญนำกิจสวัสดิ์ ผู้ก่อตั้งบริษัท บุญ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ต่อยอดธุรกิจ โดยจัดตั้งบริษัท ซิลพิน เอเชีย จำกัด เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมสารแต่งกลิ่นรสผ่านการพัฒนารสชาติและกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย (Thai Authentic Flavor) ที่มีความโดดเด่นและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทย

ปัจจุบันบริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ อาทิ SILPIN Premium Syrup, SILPIN Edible Perfume และ SILPIN Gastronomic Oil เป็นต้น ซึ่งนายปิยะ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนขยายการลงทุนในอนาคต โดยบีโอไอในฐานะผู้ให้การส่งเสริมการลงทุนพร้อมสนับสนุนโครงการที่มีคุณค่าเช่นนี้ต่อไป

“กรณีของบริษัท บุญ คอร์ปอเรชั่น ถือเป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรมด้านอาหาร จนได้รับความสนใจจากบริษัทระดับโลกและต่อยอดสู่ความร่วมมือทางธุรกิจ ซึ่งจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก” นายนฤตม์ กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2564–2568) มีผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) สิ่งปรุงแต่งอาหาร (Food Ingredient) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary Supplement) จำนวน 572 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 138,000 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...