โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ ไม่ยกเลิกปิดล้อมท่าเรือ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังอิหร่านประกาศปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญที่สุดของโลกอีกครั้งในวันเสาร์ (19 เม.ย.) ไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังเปิดให้เรือพาณิชย์ผ่าน โดยอ้างว่าสหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำร่วมกัน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนกรานจะไม่ยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านจนกว่าจะบรรลุข้อตกลง

ยิงถล่มเรือพาณิชย์ — อินเดียระอุ

กองทัพเรือกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ออกแถลงการณ์ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่สถานะถูกปิดอีกครั้ง พร้อมเตือนว่า "ไม่มีเรือลำใดควรเคลื่อนไหวออกจากที่จอดในอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมาน" และการใกล้เคียงช่องแคบจะถือเป็น "การร่วมมือกับศัตรู"

ทั้งนี้ กองเรือปืน IRGC ได้เปิดฉากยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมันและเรือคอนเทนเนอร์ที่พยายามผ่านช่องแคบ ตามรายงานของศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของอังกฤษ (UKMTO) ซึ่งระบุว่าเรือบรรทุกน้ำมันและลูกเรือปลอดภัย แต่เรือคอนเทนเนอร์ได้รับความเสียหาย

อินเดียได้เรียกเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำกรุงนิวเดลีเข้าพบ หลังเรือสินค้าชักธงอินเดียถูกโจมตีขณะพยายามผ่านช่องแคบ แม้อิหร่านเคยอนุญาตให้เรือที่มุ่งหน้าอินเดียหลายลำผ่านก่อนหน้านี้

สายการผลิตพลังงานโลกสะดุด

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบที่สำคัญที่สุดในโลก โดยปกติมีน้ำมันดิบไหลผ่านราว 1 ใน 5 ของอุปทานโลก การปิดเส้นทางนี้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นสงคราม ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบดิ่งกว่า 10% ในวันศุกร์ เหลือต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบชั่วคราว ก่อนจะพุ่งกลับขึ้นอีกครั้งเมื่อสถานการณ์พลิกกลับในวันเสาร์

แมตต์ สมิธ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ของ Kpler บริษัทติดตามเส้นทางเดินเรือ กล่าวกับ CNBC ว่าเรือหลายลำพยายามออกจากช่องแคบในวันศุกร์แต่ถูกบังคับให้หวนกลับ โดยระบุว่าเรือเหล่านี้ "ชัดเจนว่าไม่ได้รับอนุมัติให้ผ่าน"

ทรัมป์ไม่ยอม — ขู่อาจกลับมาทิ้งระเบิด

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวในกรุงวอชิงตันว่า อิหร่าน "เล่นตัวเล็กน้อย" และยืนยันว่า "พวกเขาจะมาข่มขู่เราไม่ได้" พร้อมระบุว่าการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ จะ "คงอยู่เต็มรูปแบบ" จนกว่าเตหะรานจะตกลงทำข้อตกลง

ทรัมป์ยังส่งสัญญาณว่าอาจไม่ต่ออายุการหยุดยิง 2 สัปดาห์ที่กำลังจะหมดอายุในวันพุธนี้ โดยกล่าวว่า "อาจจะต้องกลับมาทิ้งระเบิดกันใหม่" หากไม่มีความคืบหน้า

ทั้งนี้ นับตั้งแต่สหรัฐฯ เริ่มปิดล้อมท่าเรืออิหร่านในวันจันทร์ที่ผ่านมา กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) รายงานว่าได้ส่งเรือกลับอิหร่านแล้วถึง 23 ลำ

เจรจาติดหล่ม — ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะยังเป็นปมขัดแย้ง

ปากีสถานยังคงทำหน้าที่ตัวกลางระหว่างสองฝ่าย โดยรัฐมนตรีต่างประเทศอิสฮัก ดาร์ ระบุว่ากำลังพยายาม "เชื่อมช่องว่าง" ความขัดแย้ง และคาดว่าจะมีการเจรจารอบใหม่ในกรุงอิสลามาบัดต้นสัปดาห์หน้า

สภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่านเปิดเผยว่า ได้รับข้อเสนอใหม่จากสหรัฐฯ ผ่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดของปากีสถาน และอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ยังไม่พร้อมเจรจาโดยตรง เพราะวอชิงตัน "ยังไม่ละทิ้งจุดยืนสุดโต่ง"

ประเด็นที่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญคือยูเรเนียมเสริมสมรรถนะกว่า 440 กิโลกรัม ที่อิหร่านครอบครอง ทรัมป์อ้างว่าอิหร่านตกลงจะมอบให้สหรัฐฯ แต่รองรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ซาอีด คาติบซาเดห์ ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าวทันที โดยระบุว่าเป็น "เรื่องที่ยอมรับไม่ได้"

สงครามสัปดาห์ที่ 8 — ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งต่อเนื่อง

ความขัดแย้งที่เริ่มต้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ เข้าสู่สัปดาห์ที่ 8 แล้ว โดยมียอดผู้เสียชีวิตรวมกว่า 5,300 ราย ประกอบด้วยชาวอิหร่านกว่า 3,000 ราย, ชาวเลบานอนมากกว่า 2,290 ราย, ชาวอิสราเอล 23 ราย, รัฐอ่าวอาหรับมากกว่าหนึ่งโหล และทหารสหรัฐฯ อีก 13 นาย

ในเลบานอน แม้จะมีการประกาศหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ตั้งแต่วันพฤหัสบดี แต่ฝรั่งเศสรายงานว่าทหารรักษาสันติภาพ 1 นายเสียชีวิตและอีก 3 นายได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีกองกำลัง UNIFIL ในเลบานอนใต้ โดยประธานาธิบดีมาครงกล่าวโทษฮิซบอลเลาะห์.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...