โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมคริปโตเกาหลีใต้ค้านกฎฟอกเงินใหม่ หวั่นทำระบบเทรดโกลาหล

Manager Online

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

กลุ่มอุตสาหกรรมคริปโตเกาหลีใต้ออกโรงเตือนทางการถึงร่างแก้ไขกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน (AML) ฉบับใหม่ที่เข้มงวดเกินเบอร์ อาจสร้างความโกลาหลครั้งใหญ่ให้กับระบบปฏิบัติการของกระดานเทรด หลังเล็งบังคับให้รายงานธุรกรรมโอนเงินข้ามประเทศที่เกิน 10 ล้านวอนทุกรายการเป็นธุรกรรมต้องสงสัย กลุ่ม DAXA ชี้ชัดมาตรการนี้จะดันยอดรายงานพุ่งกระฉูดถึง 85 เท่า ทะลุ 5.4 ล้านรายการต่อปี จนไม่สามารถปฏิบัติได้จริง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนรอยร้าวที่ลึกขึ้นระหว่างความพยายามคุมเข้มของรัฐ กับผู้ประกอบการที่กำลังเผชิญหน้าต่อสู้ในชั้นศาล เพื่อปกป้องธุรกิจจากบทลงโทษที่เกินกว่าเหตุ

อุตสาหกรรมคริปโตของเกาหลีใต้กำลังเผชิญกับคลื่นลมมรสุมลูกใหญ่ โดยมีรายงานว่าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างจริงจังถึงร่างแก้ไขกฎระเบียบว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ AML ที่อาจนำไปสู่ความสับสนวุ่นวายในเชิงปฏิบัติการอย่างรุนแรง เนื่องจากทางการเตรียมบังคับใช้มาตรการที่กำหนดให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน (VASPs) ต้องรายงานทุกธุรกรรมที่มีการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่ 10 ล้านวอน (ประมาณ 6,800 ดอลลาร์สหรัฐ) ขึ้นไป ว่าเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยแบบเหมารวม

รายงานจากสำนักข่าว Yonhap เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า กลุ่มพันธมิตรศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ DAXA ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนของกระดานเทรดในเกาหลีใต้ ได้ยื่นเอกสารแสดงความคิดเห็นคัดค้านต่อร่างการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาบังคับใช้พระราชบัญญัติข้อมูลทางการเงินเฉพาะ และกฎระเบียบการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง โดยข้อเสนอแนะดังกล่าวเป็นมติสะท้อนมุมมองของผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือนที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายรวมทั้งสิ้น 27 แห่ง ซึ่งครอบคลุมถึง 5 ยักษ์ใหญ่ของวงการอย่าง Upbit, Bithumb, Coinone, Korbit และ Gopax

กลุ่ม DAXA ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดหายนะทางระบบการทำงาน โดยประเมินว่าข้อเสนอดังกล่าวจะทำให้ยอดการรายงานธุรกรรมต้องสงสัยจากกระดานเทรดชั้นนำ 5 แห่ง พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 85 เท่า จากเดิมที่มีประมาณ 63,000 รายการในปีที่ผ่านมา ทะยานขึ้นสู่ระดับมากกว่า 5.4 ล้านรายการต่อปี ซึ่งจะส่งผลให้การปฏิบัติตามกฎหมายกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ ยิ่งไปกว่านั้น ทางกลุ่มยังได้แสดงจุดยืนคัดค้านข้อเสนอที่บังคับให้ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลลูกค้าอย่างเข้มงวด โดยให้เหตุผลเชิงหลักการว่า กฎหมายลำดับรองกำลังสร้างภาระผูกพันเพิ่มเติมที่ไม่ได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนในกฎหมายแม่บท

แรงกระเพื่อมของการต่อต้านครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างความพยายามของทางการเกาหลีใต้ ในการยกระดับการกำกับดูแลและสกัดกั้นการฟอกเงินในตลาดคริปโต กับข้อกังวลอย่างหนักของภาคอุตสาหกรรมที่มองว่า กฎเกณฑ์ด้านการปฏิบัติตามกฎหมายกำลังถูกขยายขอบเขตออกไปเกินกว่าศักยภาพที่กระดานเทรดจะสามารถประมวลผลได้อย่างสมเหตุสมผล

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริการทางการเงิน (FSC) และหน่วยข่าวกรองทางการเงิน (FIU) ได้เสนอการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะไปจนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม ภายใต้ร่างข้อเสนอนี้ ผู้ให้บริการในประเทศที่ทำธุรกรรมโอนสินทรัพย์ดิจิทัลกับผู้ให้บริการในต่างประเทศ จะต้องรายงานธุรกรรมที่มียอดตั้งแต่ 10 ล้านวอนขึ้นไปว่าเป็นธุรกรรมต้องสงสัย โดยไม่ต้องพิจารณาถึงระดับความเสี่ยง คาดการณ์ว่ากฎระเบียบเหล่านี้จะถูกสรุปและบังคับใช้ในช่วงเดือนกรกฎาคม ภายหลังกระบวนการทบทวนทางกฎหมายและการกำกับดูแลเสร็จสิ้น

ขณะที่แรงต้านจากภาคอุตสาหกรรมเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อน เมื่อกระดานเทรดชั้นนำของเกาหลีใต้หลายแห่งกำลังเปิดศึกท้าทายอำนาจรัฐ ผ่านการยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอเพิกถอนบทลงโทษที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย AML ซึ่งกำหนดโดยหน่วยข่าวกรองทางการเงิน (FIU)

เมื่อวันที่ 9 เมษายน บริษัท Dunamu ผู้บริหารจัดการกระดานเทรด Upbit เพิ่งคว้าชัยชนะในการพิจารณาคดีศาลชั้นต้น ซึ่งมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งพักใบอนุญาตประกอบธุรกิจบางส่วนเป็นเวลา 3 เดือน อันเนื่องมาจากข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดกระบวนการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า และการทำธุรกรรมกับผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือนต่างชาติที่ไม่ได้จดทะเบียน อย่างไรก็ดี สำนักข่าว Yonhap รายงานว่า ทางการได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา

ในขณะเดียวกัน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระดานเทรดคริปโตอย่าง Bithumb ก็ได้รับความคุ้มครองจากศาลเช่นกัน หลังศาลปกครองโซลมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้บทลงโทษสั่งพักการประกอบธุรกิจบางส่วนเป็นเวลา 6 เดือน ไปจนกว่าคดีหลักจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด บทลงโทษดังกล่าวถูกกำหนดโดย FIU ภายหลังการตรวจสอบพบข้อกล่าวหาการละเมิดพระราชบัญญัติข้อมูลทางการเงินของเกาหลีใต้ ซึ่งรวมถึงความบกพร่องที่เกี่ยวเนื่องกับการทำธุรกรรมกับผู้ให้บริการที่ไม่ได้จดทะเบียน

ทางด้าน Coinone ซึ่งเผชิญกับบทลงโทษพักการประกอบธุรกิจบางส่วนเป็นเวลา 3 เดือน พร้อมกับค่าปรับมหาศาลถึง 5.2 พันล้านวอน จากข้อกล่าวหาความล้มเหลวในการปฏิบัติตามกฎหมาย AML ก็ได้รับการบรรเทาโทษชั่วคราวเช่นกัน หลังจากเดินหน้าต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อคัดค้านมาตรการลงโทษดังกล่าว โดยรายงานข่าวในพื้นที่ระบุว่า คดีของ Coinone มีความเชื่อมโยงกับปัญหาการยืนยันตัวตนลูกค้าและการทำธุรกรรมกับผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือนต่างชาติที่ไม่ได้จดทะเบียนเช่นเดียวกัน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...