โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หน้าร้อนนี้ต้องระวัง! “อาหารสุก” ก็ทำท้องเสียได้ หากวางทิ้งไว้นาน

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 04 พ.ค. เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. เวลา 04.34 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหาร

หลายคนอาจโฟกัสแค่เรื่องฮีทสโตรกในช่วงอากาศร้อนจัด แต่ความจริงแล้ว“อาการท้องเสีย” ก็เป็นอีกหนึ่งภัยใกล้ตัวที่มากับอุณหภูมิที่สูงขึ้น เพราะความร้อนคือปัจจัยสำคัญที่เร่งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและไวรัสในอาหาร ทำให้อาหารที่เราคิดว่าปลอดภัย อาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว

หน้าร้อนนี้ต้องระวัง! “อาหารสุก” ก็ทำท้องเสียได้ หากวางทิ้งไว้นาน

โดย พญ.อุไรวรรณ สิมะพิเชฐ อายุรแพทย์โรคระบบตับและทางเดินอาหาร จากโรงพยาบาลวิมุต อธิบายว่า อาการท้องเสียในหน้าร้อนมักเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเชื้อที่พบบ่อย ได้แก่

  • Vibrio จากอาหารทะเลกึ่งสุกกึ่งดิบ
  • Salmonella จากเนื้อสัตว์ ไข่ดิบ หรือนมที่ฆ่าเชื้อไม่สะอาด
  • E. coli จากน้ำดื่มและผักผลไม้ล้างไม่สะอาด
  • Staphylococcus aureus ที่สามารถสร้างสารพิษในอาหารที่วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องรวมถึงไวรัสอย่าง Norovirus และ Rotavirus ที่อาจปนเปื้อนมากับน้ำแข็งหรือการสัมผัสที่ไม่สะอาด ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ อาหารปรุงสุกแล้วปลอดภัย 100% แต่ในความเป็นจริง อาหารที่ปรุงสุกแล้ว หากวางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง ก็มีโอกาสเสียได้ เพราะเชื้อบางชนิดสามารถสร้างสารพิษที่ทนความร้อน ซึ่งแม้จะนำมาอุ่นซ้ำก็ไม่สามารถกำจัดได้หมด นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) จากการใช้อุปกรณ์ร่วมกันระหว่างของดิบและของสุกการเก็บอาหารไม่เหมาะสม รวมไปถึง สารเคมีตกค้างในวัตถุดิบ
หน้าร้อนนี้ต้องระวัง! “อาหารสุก” ก็ทำท้องเสียได้ หากวางทิ้งไว้นาน

5 เมนูยอดฮิตที่ควรระวังในหน้าร้อน
เมนูใกล้ตัวบางอย่างอาจเสี่ยงกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อวางทิ้งไว้นาน

  • ข้าวมันไก่ / ข้าวหมูแดง : เสี่ยงที่น้ำจิ้มและน้ำราดบูดง่าย
  • อาหารกะทิ เช่น แกงเขียวหวาน ขนมหวาน : เสียง่ายในอากาศร้อน
  • ผักสด / สลัด : หากล้างไม่สะอาดอาจมีเชื้อปนเปื้อน
  • อาหารทะเลกึ่งสุกกึ่งดิบ : เสี่ยงเชื้อ Vibrio สูง
  • ข้าวผัดค้างคืน : อาจมีเชื้อ Bacillus cereus ที่ทนความร้อนทำไมกินเมนูเดียวกัน แต่ท้องเสียไม่เหมือนกัน?
    แม้จะกินอาหารจานเดียวกัน แต่ร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่างกัน เช่นบางคนภูมิต้านทานดีก็อาจทนได้มากกว่า หรือบางคนอาจไม่ได้ท้องเสียจากเชื้อโรคโดยตรง แต่เกิดจากการที่ร่างกายไวต่อสารบางชนิด เช่น แลคโตสในนม หรือแคปไซซินในพริก นอกจากนี้ถ้ากินอาหารจานเดียวกัน แต่เราไปตักโดยส่วนที่มีเชื้อปนเปื้อนมาก ๆ ก็มีโอกาสท้องเสียได้มากกว่า ทำให้แม้จะกินเมนูเดียวกันก็อาจไม่ได้ท้องเสียทุกคน
หน้าร้อนนี้ต้องระวัง! “อาหารสุก” ก็ทำท้องเสียได้ หากวางทิ้งไว้นาน

อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์

  • อาการท้องเสียทั่วไปคือถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้ง/วัน แต่หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันที
  • ไข้สูงเกิน 38.5°C
  • อาเจียนมาก ดื่มน้ำไม่ได้
  • ถ่ายมีมูกหรือเลือด
  • ปวดท้องรุนแรง
  • มีภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย หน้ามืด
  • อาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมงและไม่ควรซื้อยาหยุดถ่าย มากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
หน้าร้อนนี้ต้องระวัง! “อาหารสุก” ก็ทำท้องเสียได้ หากวางทิ้งไว้นาน

กินอะไรดีเมื่อท้องเสีย?
แนะนำอาหารย่อยง่ายตามหลัก BRAT Diet

  • กล้วยน้ำว้า

  • ข้าวต้ม โจ๊ก ข้าวขาว

  • แอปเปิลปอกเปลือก / ซอสแอปเปิล

  • ขนมปังปิ้งไม่ทาเนยควรหลีกเลี่ยง

  • นมและผลิตภัณฑ์นม

  • อาหารมันจัด รสจัด

  • อาหารไฟเบอร์สูง

  • คาเฟอีนและแอลกอฮอล์ป้องกันง่าย ๆ ด้วย “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”

หน้าร้อนนี้ต้องระวัง! “อาหารสุก” ก็ทำท้องเสียได้ หากวางทิ้งไว้นาน

วิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลท้องเสียในหน้าร้อน

  • กินอาหารปรุงสุกใหม่
  • ไม่วางอาหารทิ้งไว้นาน
  • เก็บอาหารเข้าตู้เย็นทันทีเมื่อกินไม่หมด
  • อุ่นอาหารซ้ำเพียงครั้งเดียวด้วยความร้อนสูง
  • แยกอุปกรณ์ของดิบและของสุก
  • ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารแม้อาการท้องเสียจะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่หากปล่อยไว้ก็อาจรุนแรงได้ การเลือกกินอย่างระมัดระวังและใส่ใจสุขอนามัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในช่วงหน้าร้อนนี้ ขอขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลวิมุต
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...