โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

นายพิพัฒน์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยม AOT พร้อมให้นโยบายเดินหน้าโครงการ Quick-Win ชูเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง

สวพ.FM91

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 09.10 น.

นายพิพัฒน์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยม AOT พร้อมให้นโยบายเดินหน้าโครงการ Quick-Win ชูเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง พร้อมเร่งขยายสนามบิน-เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก ยกระดับบริการสู่มาตรฐานโลก

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) มอบนโยบายมุ่งเน้นโครงการสำคัญแบบ Quick-Win และกำชับให้ AOT เร่งพัฒนาระบบคมนาคมทางอากาศเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ โดย AOT สนองนโยบายเร่งพัฒนาท่าอากาศยานตามแผนแม่บท มุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางให้น่าจดจำและน่าประทับใจ ลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็น พร้อมมุ่งสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจของภูมิภาคต่อไป โดยมี ดร.รัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการฯ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย ประธานกรรมการ AOT นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหาร AOT เข้าร่วม ณ สำนักงานใหญ่ AOT

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ กล่าวว่า ตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายที่มุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ พร้อมการวางรากฐานของประเทศให้เกิดความสามารถในการแข่งขันระดับสากลอย่างยั่งยืน และได้กำชับให้กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาและบูรณาการเชื่อมโยงระบบขนส่งให้ครอบคลุมทั้งประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีระบบคมนาคมที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้เร่งโครงการสำคัญ 3 โครงการแบบ Quick-Win ให้เกิดผลลัพธ์ที่รวดเร็วและต่อเนื่อง ดังนี้
(1) เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผน และสามารถเปิดใบริการได้โดยเร็ว ได้แก่โครงการจัดหาเทคโนโลยีตรวจจับและยับยั้งอากาศยานไร้คนขับ (Drone) โครงการป้องกันอันตรายจากนก (Bird Strike)

(2) เร่งรัดประกวดราคาสำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อม ได้แก่ โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2) โครงการให้บริการคลังสินค้า (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2)

(3) เร่งนำเสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการ ได้แก่ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 โครงการศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่า (Preliminary Feasibility Study) ของท่าอากาศยานอันดามัน และล้านนา
นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบนโยบายสำคัญแก่ AOT ในฐานะเป็นผู้บริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่งของประเทศ และเป็นประตูสู่ประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

1. เร่งพัฒนาระบบคมนาคมทางอากาศเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน

2. เร่งลงทุนขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานและนำเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้เพื่อยกระดับบริการผู้โดยสาร

3. ศึกษาพัฒนาท่าอากาศยานอันดามัน รวมถึงศึกษาท่าอากาศยานล้านนา เพื่อรองรับและแบ่งเบาการจราจรของท่าอากาศยานหลัก

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า AOT ขานรับนโยบาย และพร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก โดยจะผลักดันให้ท่าอากาศยานของไทยเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก ปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากล การบริการเป็นเลิศ ทันสมัยและยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีความพร้อมเร่งขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งตามแผนแม่บทให้มีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้กว่า 180 ล้านคนต่อปีภายในปี 2577 โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเร่งก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออก (East Expansion) และก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ ขณะเดียวกันจะเร่งขับเคลื่อนโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นการให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง และโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 และรายที่ 3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2570 รวมทั้งเร่งลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานอีก 5 แห่งอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน เพื่อให้ท่าอากาศยานสามารถรองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารได้มากขึ้น ตลอดจนมุ่งเน้นยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารด้วยคุณภาพการบริการที่เป็นเลิศพร้อมการนำเทคโนโลยีในระดับสากลมาใช้ทุกขั้นตอนของการให้บริการในสนามบินอย่างเต็มรูปแบบ การสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ซึ่งจะสร้างความประทับใจให้ชาวต่างชาติเดินทางกลับมาท่องเที่ยว นอกจากนี้ จะเร่งศึกษาโครงการลงทุนเพื่อก่อสร้างท่าอากาศยานอันดามัน และท่าอากาศยานล้านนา เพื่อแบ่งเบาการจราจรทางอากาศของท่าอากาศยานภูเก็ตและท่าอากาศยานเชียงใหม่

สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัย AOT มุ่งยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และรองรับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ โดยะจะเร่งประสานความร่วมมือกับสภาความมั่นคงแห่งชาติในการจัดหาระบบต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Anti-Drone) ที่มาพร้อมเทคโนโลยีตรวจจับ และตอบโต้ สามารถวิเคราะห์และประเมินภัยคุกคามด้วย AI ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งระยะใกล้และไกลตลอดจนเร่งจัดหาเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อจัดการอันตรายที่เกิดจากสัตว์ โดยจะนำเทคโนโลยีมาใช้แจ้งเตือน เฝ้าระวังขับไล่ ซึ่งจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการนกและสัตว์อันตราย ซึ่งการดำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้รับการตรวจสอบและกำกับดูแลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และได้รับการตรวจสอบด้านมาตรฐานความปลอดภัยและ การรักษาความปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการดำเนินงานของ AOT เป็นไปตามมาตรฐานสากล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...