ศรัทธาแพ้สภาพคล่อง? Strategy อาจขาย Bitcoin เมื่อโมเดลสะสมกลายเป็นดาบสองคมต้องดิ้นรนหาเงินสด
จากบริษัทซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลธรรมดาสู่ผู้ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก เรื่องราวของ Strategy (ชื่อเดิม MicroStrategy) คือ หนึ่งในการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดขององค์กรธุรกิจในประวัติศาสตร์ธุรกิจในโลกยุคสินทรัพย์ดิจิทัล
ก่อนหน้านี้ในรายการ Digital Frontiers ของ Thairath Money ได้หยิบยกกรณีศึกษาของ Strategy ขึ้นมานำเสนอในฐานะบริษัทที่กล้าท้าทายกระแสหลักด้วยการทุ่มเงินมหาศาล พร้อมสร้างกลยุทธ์ทางการเงินที่ซับซ้อนเพื่อระดมทุนไปกับการซื้อ Bitcoin จนเปลี่ยนโฉมจากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ธรรมดาสู่การเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในวงการคริปโตเคอร์เรนซี หรือที่หลายคนอาจรู้จักเขาในฐานะ Bitcoin Treasury Company
อย่างไรก็ตามเกมกำลังเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อ Strategy ส่งสัญญาณว่า Bitcoin ที่เคยบอกว่าจะไม่ขาย แต่วันนี้บริษัทพร้อมขาย หากเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นในอนาคต โดยหลังการประกาศหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงราว 3% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ
อ่านเพิ่มเติม MicroStrategy จากบริษัทซอฟต์แวร์ สู่ วาฬยักษ์ถือ Bitcoin มากสุดในโลก
จาก “ไม่เคยขาย” สู่ “ขายเพื่ออยู่รอด” สัญญาณใหม่ของ Strategy
ขณะเผยงบการเงินไตรมาสแรกของปี 2026 ที่บริษัทขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ Strategy ประกาศจุดยืนใหม่ที่มีต่อ Bitcoin จากแนวคิดดั้งเดิมตั้งแต่ก่อตั้งของ Michael Saylor ที่ย้ำชัดว่าจะไม่ขาย Bitcoin เน้นสะสมมูลค่าในระยะยาว มาสู่การพิจารณาความเป็นไปได้ในการขาย Bitcoin ไม่ว่าจะเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในรูปเงินสดเพื่อนำไปจัดการโครงสร้างหนี้ หรือหากช่วยเพิ่มมูลค่า Bitcoin ต่อหุ้นในระยะยาว
Phong Le ประธานและซีอีโอของบริษัท ระบุว่า บริษัทจะหันมาบริหารพอร์ตเชิงรุก โดยเน้นย้ำว่า “จะขาย Bitcoin ต่อเมื่อเป็นประโยชน์ต่อบริษัทเท่านั้น” โดยเป้าหมายของบริษัทจะยังคงคำนึงถึงการเป็นผู้สะสมสุทธิ (net aggregator) แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าหลังจากนี้ คือ การเพิ่มมูลค่า Bitcoin ต่อหุ้น (Bitcoin per share) เพื่อสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
โดยระบุอีกว่า แนวคิด Bitcoin ต่อหุ้นจะเป็นตัวชี้วัดภายในที่ Strategy ใช้ประเมินว่า ผู้ถือหุ้นในแต่ละหุ้น “มีสิทธิ์ใน Bitcoin” มากแค่ไหน โดยตัวเลขนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้จากหลายปัจจัย เช่น การซื้อ Bitcoin เพิ่ม การออกหุ้นใหม่ หรือการขาย Bitcoin เพื่อนำไปบริหารหนี้หรือการทำ buyback
ทั้งนี้ ข้อมูลจากเอกสารงบประมาณประจำปี ระบุว่า Strategy ยังคงเป็นผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ โดย ณ สิ้นไตรมาสแรกปี 2026 บริษัทถือครอง Bitcoin อยู่ 818,334 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 6.18 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 75,500 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ซึ่งคิดเป็นเกือบ 4% ของปริมาณ Bitcoin ทั้งหมดในโลก โดยปีนี้บริษัทซื้อ Bitcoin เพิ่มแล้วราว 63,000 เหรียญ ขณะที่ผลตอบแทนจาก Bitcoin อยู่ที่ประมาณ 9% ตั้งแต่ต้นปี
จากคำแถลงของ Le จะเห็นว่า การที่ Strategy เปลี่ยนทิศทางมายอมขาย Bitcoin บางส่วนเพื่อถือเงินสดหรือบริหารหนี้ในครั้งนี้ จึงไม่ได้แปลว่าความเชื่อใน Bitcoin ลดลง แต่สะท้อนความจริงว่าโมเดลเดิมที่พึ่งพามูลค่าพรีเมียมและตลาดทุนแบบเดิม กำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องบริหารความเสี่ยงมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ในปีที่แล้ว Strategy รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2025 ด้วยกำไรสุทธิ 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้สูงกว่าที่ตลาดคาด แต่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากไตรมาสก่อนหน้าที่ทำได้ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
อ่านเพิ่มเติม จับตา Strategy กำไรดีแต่มีกังวล นักวิเคราะห์หั่นเป้า ชี้พรีเมียมหด มูลค่าบริษัทเริ่มสั่นคลอน
ในช่วงปี 2020-2024 ตลอดช่วงขาขึ้นที่ผ่านมา ราคา Bitcoin อยู่ในขาขึ้นระยะยาว ทำให้โมเดลของ Strategy ที่ขับเคลื่อนด้วย “มูลค่าพรีเมียม” ระหว่างราคาหุ้นกับมูลค่า Bitcoin หรือตัวชี้วัดที่บริษัทเรียกว่า mNAV (Market-Adjusted Net Asset Value) ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทระดมทุนผ่านการออกหุ้นและนำเงินไปซื้อ Bitcoin เพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมานักลงทุนยอมให้มูลค่าพรีเมียมกับ Strategy สูง เพราะเชื่อว่า บริษัทสามารถใช้หุ้นและหนี้ → ระดมทุน → ซื้อ Bitcoin → สร้างการเติบโตแบบทวีคูณ
อย่างไรก็ตามในปี 2025 แรงกดดันหลักจากตลาดที่ผันผวน โดยเฉพาะการชะลอตัวของราคา Bitcoin ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งโครงสร้างที่แบกหนี้อยู่จำนวนมาก กำลังส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าพรีเมียม และเมื่อพรีเมียมดังกล่าวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหลือราว 1.2 เท่า จากระดับสูงเกือบ 4 เท่าในปีก่อน ความสามารถในการระดมทุนก็เริ่ม “ตึงตัว” และวงจรการเติบโตเดิมเริ่มสะดุด ซึ่งประเด็นนี้ได้กลายเป็นสิ่งที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดมาอย่างต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์หลายฝ่ายเริ่มชี้ตรงกันว่า จุดเปลี่ยนนี้ทำให้ Strategy ต้องหันมาใช้เครื่องมืออื่นแทนการพึ่งตลาดทุนเพียงอย่างเดียว
Michael Youngworth จาก Bank of America มองว่า ความสำเร็จของการระดมทุนผ่านหุ้นบุริมสิทธิสะท้อนว่าบริษัทยังหาฐานนักลงทุนที่เชื่อในเรื่องราวได้ แต่ก็เป็นเงินทุนที่มาพร้อมความเสี่ยงสูง ขณะที่ Jim Chanos นักลงทุนสาย Short ตั้งคำถามว่าโมเดลที่พึ่งพาราคาหุ้นและความเชื่อมั่นเช่นนี้ “อาจไม่ยั่งยืน” หากตลาดไม่เอื้อ
ภายใต้บริบทนี้การขาย Bitcoin จึงกลายเป็นเครื่องมือใหม่ในการบริหารงบดุลของ Strategy มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนจุดยืน เพราะถือเป็นการช่วยให้บริษัทเพิ่มสภาพคล่องในช่วงที่การระดมทุนยากขึ้น ลดแรงกดดันจากหนี้และภาระทางการเงิน และรักษาความยืดหยุ่นในการเดินกลยุทธ์ระยะยาว
กล่าวอีกนัยหนึ่ง การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนว่า Strategy อาจไม่ได้หันหลังให้สินทรัพย์ที่บริษัทเชื่อมั่นมาโดยตลอด แต่บริษัทที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตำนานของเรื่องนี้ก็จำเป็นต้องปรับตัวเชิงโครงสร้างของโมเดลธุรกิจที่ต้องบาลานซ์ระหว่างการเติบโตที่ไม่อาจหันหลังให้กลับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงได้หลังจากนี้
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -
https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศรัทธาแพ้สภาพคล่อง? Strategy อาจขาย Bitcoin เมื่อโมเดลสะสมกลายเป็นดาบสองคมต้องดิ้นรนหาเงินสด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- Samsung มูลค่าทะลุล้านล้าน ชิปความจำเป็นที่ต้องการ ทำหุ้นโต 4 เท่า กำไรไตรมาสเดียวมากกว่าทั้งปี 68
- “ซูซูกิ จิมนี่” ราคา 1.59 ล้านแค่ 50 คันแรก
- แบกหนี้ - แข่งกับ AI แถมยังไร้ “เงินสำรอง”ทำไมใบปริญญา มีค่าแค่มาตรฐานขั้นต่ำ ในโลกการทำงานยุค2026
- ทรูแจกเน็ตเรียน AI ฟรี 10GB จับมือกูเกิล-อว.ปั้นหลักสูตรเก็บหน่วยกิตได้
- บิ๊กเทคเดิมพันหนัก AI แต่จะ “คืนทุน” ได้เมื่อไหร่? ท่ามกลาง Profit Paradox ที่กำไรยังไม่มา
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath