โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TEKA โชว์ศักยภาพ Q1 กำไรทะยาน 294% โกยรายได้รวมกว่า 516 ลบ. ตุน Backlog แน่น แตะระดับ 3,516 ลบ.

Share2Trade

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Share2Trade
TEKA_ดร.วีระศักดิ์ วานิชวัฒน์.jpg

บมจ. ฑีฆาก่อสร้าง (TEKA) ประกาศผลงานโค้งแรกปี 2569 สุดปัง มีกำไรสุทธิ 15.68 ล้านบาท พุ่งทะยาน 294.34% โกยรายได้รวม 516.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.29% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเริ่มรับรู้รายได้งาน Lotus’s New Hypermarket Bang Plee (LNBP) ในไตรมาสแรกของปีนี้ ส่งผลให้ Backlog ปัจจุบันพุ่งแตะระดับ 3,516 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเข้าร่วมประมูลงานใหม่ต่อเนื่อง ชูกลยุทธ์กระจายพอร์ตงานโครงการขนาดเล็กที่รับรู้รายได้เร็ว และโครงการขนาดใหญ่ที่สามารถสร้างความต่อเนื่องของรายได้ระยะยาว ตอกย้ำจุดแข็งสำคัญของ TEKA มีสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง ไม่มีหนี้สินและภาระดอกเบี้ยเงินกู้ยืม

ดร.วีระศักดิ์ วานิชวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน) หรือ TEKA เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ แสดงสัญญาณฟื้นตัว และความสามารถในการทำกำไรโดดเด่น โดยมีรายได้รวม 516.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.29% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้ 345.89 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯมีงานโครงการใหม่ของเอกชน Lotus’s New Hypermarket Bang Plee (LNBP) ที่เริ่มรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ และล่าสุดบริษัทได้รับงาน โครงการ เดอะ มูฟ พหลฯ-เกษตร มูลค่า 89 ล้านบาท เสริม Backlog ของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

โดยบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 15.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.70 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 294.34% เมื่อเทียบกับในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 3.04% เมื่อเทียบกับรายได้รวม และคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.05 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2568 ที่มีอัตรากำไรสุทธิ 1.15% และกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.01 บาทต่อหุ้นตามลำดับ

“เห็นได้ว่าถึงแม้ว่าธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจะมีแนวโน้มที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเพิ่มราคาของวัสดุหลักและการปรับเพิ่มของค่าแรงงาน ต่างๆ แต่ทางบริษัทฯ ได้มีการบริหารจัดการต้นทุนงานก่อสร้างและควบคุมค่าใช้จ่ายบริหารให้เป็นไปตามเป้าหมายนโยบายของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี จึงส่งผลให้การดำเนินงานของบริษัทฯ ยังคงสามารถมีกำไรสุทธิได้อย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นในไตรมาส 1 ปี 2569 ทั้งสิ้น 52.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 54.01 ล้านบาท โดยยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ในระดับ 10.48% ได้ตามนโยบายบริษัทที่วางไว้” ดร.วีระศักดิ์ กล่าว

ปัจจุบันบริษัทฯ มีงานในมือ (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 3,516 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าประมูลงานใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างยื่นประมูลมากกว่า 15-20 โครงการ และตั้งเป้าหมายคว้างานใหม่มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 – 1,500 ล้านบาทต่อปี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโครงการ และกระจายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมยิ่งขึ้น

และจากสถานการณ์ภาวะสงครามในปัจจุบัน ที่ส่งผลต่อค่าขนส่งและต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างต่างๆที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งบริษัทฯ มีการติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมความเสี่ยง และบริหารจัดการ ไม่ให้เกิดผลกระทบกับทางบริษัท

“จุดแข็งที่สำคัญของ TEKA คือ สภาพคล่องที่แข็งแกร่ง บริษัทไม่มีหนี้สินและภาระดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ซึ่งถือเป็นฐานะการเงินที่แข็งแรงและโดดเด่นในกลุ่มธุรกิจก่อสร้างที่กำลังเผชิญความท้าทายในปัจจุบัน นอกจากนี้ TEKA มีลูกค้าหลักเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย (Top Developer) ที่ยังคงมอบความไว้วางใจและป้อนงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจในประเทศยังคงชะลอตัว รวมทั้งมีจุดแข็งในเรื่องของคุณภาพที่ลูกค้าพึงพอใจและการส่งมอบงานตรงเวลา” ดร.วีระศักดิ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...