โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KAMU KAMU จากร้าน 4 ตารางเมตร สู่ยอดขาย 1 ล้านแก้ว/เดือน ปักธงรายได้ 1,000 ล้าน ใน 3 ปี

Thairath Money

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

ในสมรภูมิมูลค่าตลาดเครื่องดื่มกลุ่มชาในประเทศไทยปี 2568 มีมูลค่าสูงถึง 26,000 ล้านบาท โดยมีเซกเมนต์ชานมไข่มุก (Bubble Tea) เติบโตแข็งแกร่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาทชื่อของ“KAMU KAMU” (คามุ คามุ) ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านชานมไข่มุกทั่วไป แต่คือแบรนด์ไทยหัวใจญี่ปุ่นที่พิสูจน์ตัวเองผ่านกาลเวลามานานกว่า 15 ปี

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ คามุ คามุ ก่อตั้งขึ้นในปี 2554 โดย “ทินกฤต สินทัตตโสภณ” และ “รณิดา สินทัตตโสภณ” ที่เริ่มต้นจากความ “ไม่ชอบ” กินชานมไข่มุกในตอนแรก เนื่องจากเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีจากการทานไข่มุกในต่างประเทศที่เหนียวเคี้ยวจนเมื่อยกราม ทำให้รู้สึกเข็ดขยาดกับเครื่องดื่มชนิดนี้

แต่ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกตามสำนวนที่ว่า "เกลียดอะไรได้อย่างนั้น" เมื่อเขาตัดสินใจนำความไม่ชอบนั้นมาเปลี่ยนเป็นพลังในการสร้างสรรค์แบรนด์ชาที่ "แตกต่าง" เพื่อลบภาพจำเดิมๆ ที่เขาเคยเจอ ผ่านการเดินทางไปเรียนรู้ศิลปะการชงชาไกลถึงญี่ปุ่นและจีนเป็นเวลาร่วมเดือน เพื่อเฟ้นหารสชาติที่ใช่และแตกต่าง

จนกลายมาเป็นภาพจำแรกของคามุ คามุ ที่เริ่มแรกมีเพียงร้านขนาดเล็ก 4 ตารางเมตร ณ อาคาร Interchange เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2011 จากยอดขาย 15,000 แก้วในวันวาน พัฒนาสู่นวัตกรรมเครื่องดื่มที่ครองใจผู้บริโภค ผ่านสาขามากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ และมียอดจำหน่ายสูงถึง 1 ล้านแก้วต่อเดือนในปัจจุบัน

วันนี้ KAMU KAMU กำลังก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม กับเป้าหมายรายได้ 1,000 ล้านบาท และยุทธศาสตร์การเป็น "Tea Specialist" ที่พร้อมจะปักธงแบรนด์ไทยให้ขยายไปทั่วภูมิภาคอาเซียนและระดับโลก อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้แบรนด์นี้ยืนหยัดและเติบโตอย่างก้าวกระโดดท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด?

ทินกฤต สินทัตตโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คามุ คามุ จำกัด กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 มียอดขายเติบโต 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มเครื่องดื่มชามีอัตราการเติบโต 40% สูงกว่าการเติบโตของหมวดเครื่องดื่มโดยรวมของแบรนด์ที่ 10% สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายและการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดเครื่องดื่ม

“ชา” หัวใจของแบรนด์ สู่แกนหลักการเติบโตในบทใหม่ของ KAMU KAMU

ด้านโครงสร้างรายได้ของ KAMU KAMU กลุ่มชานมไข่มุกยังคงเป็นเมนูหลักที่ได้รับความนิยมสูงสุด คิดเป็น 60% ของยอดขาย ขณะที่กลุ่มชา เช่น ชาไทย มัทฉะและชาอื่น ๆ คิดเป็น 20% และกลุ่มเครื่องดื่มอื่น ๆ คิดเป็น 20% สะท้อนให้เห็นว่า “ชา” ไม่ได้เป็นเพียงรากฐานของแบรนด์ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดพอร์ตสินค้าและขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป

ทินกฤต กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับความพรีเมียม คุณภาพของวัตถุดิบ และประสบการณ์ในการดื่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภควัยทำงานและคนรุ่นใหม่ ซึ่งจากฐานข้อมูลลูกค้าของ KAMU KAMU พบว่ามีสัดส่วนรวมกว่า 80% ของฐานลูกค้าทั้งหมด การยกระดับ ‘ชา’ ให้เป็นหัวใจของแบรนด์จึงเป็นทั้งการต่อยอดจากจุดแข็งเดิม และเป็นทิศทางสำคัญของการเติบโตในอนาคต

รวมทั้งด้วยแรงส่งจากการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัย และเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น ควบคู่กับจุดแข็งด้านคุณภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

ซึ่ง คามุ คามุ มองว่าตัวเองเป็นหนึ่งใน Top 5 ของตลาดชาระดับพรีเมียมแมสในประเทศไทย ด้วยจุดแข็งจากการเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงง่ายและทำเลที่ครอบคลุม โดยปัจจุบันสามารถสร้างรายได้แตะระดับ 600 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีรายได้ประมาณ 500 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตราว 20% พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายรายได้ 1,000 ล้านบาท และขยายสาขาสู่ 300 แห่ง ภายในปี 2572

ทั้งหมดนี้มีฐานรากที่แข็งแกร่งจากการเติบโตในประเทศไทยควบคู่ไปกับการรุกตลาดต่างประเทศอย่างมียุทธศาสตร์ และการจะก้าวไปสู่หลักพันล้านนั้น แบรนด์ให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าในประเทศไทย รวมทั้งกลุ่มประเทศ CLMV เป็นหลัก ที่ปัจจุบันมีสาขาในลาว และกัมพูชา เนื่องจากมองว่าภูมิภาคนี้มีศักยภาพทางการตลาดสูงมากและมีพฤติกรรมผู้บริโภคที่สอดคล้องกับแบรนด์ไทย ส่วนการขยายตัวไปยังตลาดขนาดใหญ่อย่าง อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, จีน, ญี่ปุ่น รวมถึงสหรัฐอเมริกา ถูกวางไว้เป็นส่วนเติมเต็มที่มีศักยภาพ

“ในด้านการขยายสาขา Kamu ใช้กลยุทธ์การเติบโตผ่านระบบแฟรนไชส์และ Master Franchise ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการลงทุนเริ่มต้นประมาณ 2-2.5 ล้าน รวมก่อสร้าง อุปกรณ์ ปัจจุบันโครงสร้างสาขาหลักยังคงเน้นพื้นที่ Office Platform ในกรุงเทพฯ แต่ในปีนี้และปีหน้าจะรุกหนักไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะหัวเมือง เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรี ซึ่งปัจจุบันสาขาต่างจังหวัดยังมีสัดส่วนเพียง 20% เท่านั้น นอกจากนี้ยังขยายเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าและ Hypermarket เพิ่มขึ้น”

ทินกฤต กล่าวเสริมว่า พฤติกรรมผู้บริโภคยังสะท้อนให้เห็นว่าเครื่องดื่มชามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยลูกค้า ของ KAMU KAMU มีความถี่ในการบริโภคเฉลี่ย 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ และมีค่าใช้จ่ายต่อบิลเฉลี่ย 80 บาท ตอกย้ำศักยภาพของแบรนด์ในฐานะเครื่องดื่มคุณภาพที่เข้าถึงได้ และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ประจำวันของผู้บริโภค

ทั้งนี้พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไปสู่เทรนด์รักสุขภาพมากขึ้น โดยสถิติระบุว่าลูกค้ากว่า 50% เริ่มสั่งความหวานที่ระดับ 25-50% และความหวานระดับปกติเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีการใช้กลยุทธ์ Character Marketing สร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่าน “Kamu & Friends” คาแรกเตอร์ทั้ง 6 ตัว ซึ่งเป็นตัวแทนของวัตถุดิบหลักของแบรนด์ โดยจะถูกนำไปต่อยอดผ่านช่องทาง Social Media, Packaging และ Merchandising เพื่อสร้าง Brand Engagement เพิ่มการจดจำ และเชื่อมโยงกับผู้บริโภครุ่นใหม่ในระยะยาว

การเติบโตดังกล่าวจะขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ผ่านรูปแบบร้านที่คล่องตัว โดยมีขนาดเฉลี่ยราว 23 ตารางเมตร เพื่อรองรับทำเลที่หลากหลายและเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างสม่ำเสมอ โดยมีการเปิดตัวเมนูใหม่เฉลี่ยทุก 2 เดือน เพื่อสร้างความสดใหม่และตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการสร้างแบรนด์ผ่านประสบการณ์และการสื่อสารที่ชัดเจน เพื่อให้ KAMU KAMU เป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่มีบุคลิกชัดเจน ทันสมัย และอยู่ในใจผู้บริโภคในระยะยาว

และสุดท้ายนี้ ทินกฤต ฉายภาพการรับมือกับคู่แข่ง โดยเฉพาะแบรนด์จากประเทศจีนที่เริ่มเข้ามาตีตลาดมากขึ้น KAMU KAMU ยังคงเชื่อมั่นใน Core Value ของตัวเองและการเป็น Trendsetter ที่มีการออกเมนูใหม่ทุกๆ 1-2 เดือน จะสามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดได้แม้ว่าจะมีผู้เล่นมากแค่ไหนก็ตาม

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : KAMU KAMU จากร้าน 4 ตารางเมตร สู่ยอดขาย 1 ล้านแก้ว/เดือน ปักธงรายได้ 1,000 ล้าน ใน 3 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...