โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์ไขข้อสงสัย ถ้าผู้ชายช่วยตัวเองบ่อย จะทำให้เจ้าโลก “เล็กลง” จริงมั้ย?

Khaosod

อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 11.23 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 11.23 น.

แพทย์ไขข้อสงสัย ถ้าผู้ชายช่วยตัวเองบ่อย จะทำให้เจ้าโลก “เล็กลง” จริงมั้ย? ชี้ 4 พฤติกรรมนี้อันตรายกว่าหลายเท่า หลายคนทำบ่อย

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ ผู้ชายจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า การช่วยตัวเองหรือการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง อาจทำให้สมรรถภาพทางเพศเสื่อมลง หรือทำให้อวัยวะเพศ “สึกหรอ” และมีขนาดเล็กลง

แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพทางเพศและเพิ่มความเสี่ยงให้อวัยวะเพศเสื่อมสภาพ มากกว่าการช่วยตัวเองเสียอีก

ไขความจริง “ช่วยตัวเอง” ไม่ได้ทำให้อวัยวะเพศหดเล็กลง

ตามหลักกายวิภาค อวัยวะเพศชายประกอบด้วยเนื้อเยื่อโพรงองคชาต ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อคล้ายฟองน้ำที่เต็มไปด้วยหลอดเลือด โดย นพ. Hsu Lan-fang จากไต้หวัน ระบุว่าเนื้อเยื่อเหล่านี้ไม่ใช่วัสดุแข็งที่สามารถ “สึกกร่อน” ได้จากการใช้งาน

กรณีที่ผู้ชายบางคนรู้สึกว่าอวัยวะเพศสั้นลงหลังมีเพศสัมพันธ์หรือช่วยตัวเองบ่อยครั้ง แท้จริงแล้วมักเกิดจากภาวะการแข็งตัวลดลงชั่วคราว เนื่องจากร่างกายอ่อนล้าหรือใช้งานมากเกินไป ทำให้เลือดไหลเข้าสู่โพรงองคชาตได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ขนาดขณะแข็งตัวลดลง แต่เป็นเพียงภาวะชั่วคราว ไม่ใช่การหดเล็กถาวรของเนื้อเยื่อ

ในทางกลับกัน หากไม่มีการกระตุ้นทางเพศหรือไม่มีเพศสัมพันธ์และการช่วยตัวเองเป็นเวลานานเกิน 6 เดือน อาจทำให้กล้ามเนื้อเรียบในโพรงองคชาตเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดและหดตัวได้ ดังนั้น การมีกิจกรรมทางเพศอย่างเหมาะสมจึงถือเป็นการช่วยคงความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าว

ด้าน นพ. Han Liwei หัวหน้าแผนกระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกลางจิ่นโจว มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน อธิบายเพิ่มเติมว่า ภาวะอวัยวะเพศ “หดเล็กลง” จริง ๆ มักเกิดจากการที่เนื้อเยื่อขาดเลือดเรื้อรัง เกิดพังผืด หรือได้รับความเสียหายทางโครงสร้าง ซึ่งมีสาเหตุมาจากโรคหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม มากกว่าความถี่ในการช่วยตัวเอง

แพทย์เตือน 4 พฤติกรรม ทำร้ายสุขภาพทางเพศมากกว่าการช่วยตัวเอง

1. สูบบุหรี่เป็นเวลานาน

แพทย์ระบุว่า บุหรี่ถือเป็นศัตรูตัวสำคัญของสุขภาพทางเพศชาย เนื่องจากนิโคตินและสารพิษในควันบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดหดตัว โดยเฉพาะหลอดเลือดขนาดเล็กที่ไปเลี้ยงโพรงองคชาต

เมื่อเลือดไหลเวียนลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื้อเยื่อแข็งตัวจะได้รับออกซิเจนและสารอาหารไม่เพียงพอ จนค่อย ๆ สูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดพังผืด ส่งผลให้การแข็งตัวไม่เต็มประสิทธิภาพ จนรู้สึกว่าอวัยวะเพศมีขนาดเล็กลง และอาจฟื้นกลับสู่สภาพเดิมได้ยาก

2. นั่งนาน ขาดการเคลื่อนไหว

พฤติกรรมของคนยุคใหม่ โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานวันละ 8-10 ชั่วโมง ถูกมองว่าเป็น “ภัยเงียบ” ต่อสุขภาพทางเพศ เนื่องจากการนั่งนานทำให้เกิดแรงกดบริเวณอุ้งเชิงกราน ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดบริเวณดังกล่าวทำงานได้ไม่ดี

นอกจากนี้ การไม่ออกกำลังกายยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนลดลง ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้มีบทบาทสำคัญต่อมวลกล้ามเนื้อ ความต้องการทางเพศ และการแข็งตัวของอวัยวะเพศ หากระดับฮอร์โมนต่ำลง อาจทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง รวมถึงขนาดของอวัยวะเพศเปลี่ยนแปลงได้ในบางกรณี

3. นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ

การนอนหลับไม่เพียงช่วยฟื้นฟูร่างกาย แต่ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศชาย โดยเฉพาะในช่วงหลับลึก

หากนอนดึกหรือนอนน้อยเป็นประจำ จะรบกวนกระบวนการสร้างฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ทำให้ระดับฮอร์โมนลดลง ส่งผลให้การแข็งตัวของอวัยวะเพศทำงานได้ไม่เต็มที่ และเสี่ยงเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในระยะยาว

แพทย์เตือนว่า หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง ผู้ชายอาจรู้สึกว่าอวัยวะเพศไม่แข็งตัวได้ดีเหมือนเดิม ทั้งด้านขนาดและความแข็งแรง

4. ความเครียดและแรงกดดันสะสม

ความเครียดเรื้อรังทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งส่งผลยับยั้งการสร้างฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน และทำให้หลอดเลือดหดตัว

นพ. Han Liwei อธิบายว่า เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด ระบบประสาทจะจัดสรรเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจและปอดก่อน ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศลดลง ทำให้การแข็งตัวลดประสิทธิภาพ

ภาวะดังกล่าวไม่เพียงส่งผลต่อความต้องการทางเพศ แต่ยังทำให้หลอดเลือดในโพรงองคชาตไม่สามารถขยายตัวได้เต็มที่ หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศเรื้อรัง และทำให้ผู้ชายรู้สึกว่าอวัยวะเพศมีขนาดเล็กลงอย่างชัดเจน

แพทย์แนะ ปรับพฤติกรรมสำคัญกว่ากังวลเรื่องความถี่

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การดูแลสุขภาพทางเพศและคงประสิทธิภาพของอวัยวะเพศ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์หรือการช่วยตัวเองมากนัก แต่ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม ทั้งการเลิกสูบบุหรี่ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการความเครียด

ทั้งนี้ หากพบว่าอวัยวะเพศมีขนาดลดลงอย่างชัดเจน แม้ขณะแข็งตัว หรือมีอาการผิดปกติ เช่น เจ็บ โค้งงอผิดรูป หรือแข็งตัวได้ไม่เต็มที่เป็นเวลานาน ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อประเมินสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

ที่มา SOHA

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์ไขข้อสงสัย ถ้าผู้ชายช่วยตัวเองบ่อย จะทำให้เจ้าโลก “เล็กลง” จริงมั้ย?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...