โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ตลาดหุ้นเกาหลีใต้” พุ่งแรง 75% ในปี 2569 ใกล้ทำสถิติแรงสุดในโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 17.39 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 10.39 น.

"ตลาดหุ้นเกาหลีใต้" พุ่งแรง 75% ในปี 2569 นักลงทุนต่างชาติแห่เข้าตลาดต่อเนื่อง จนเกาหลีใต้กลายเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ร้อนแรงที่สุดของโลกในปีนี้

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.40 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กำลังเข้าใกล้การทำผลตอบแทนแซงสถิติพุ่งขึ้น 76% ของทั้งปี 2568 ทั้งที่ปี 2569 เพิ่งผ่านไปไม่ถึง 5 เดือน โดยแรงหนุนหลักมาจากกระแสการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ดัชนี KOSPI พุ่งขึ้นอีก 6.5% ในวันพุธ ส่งผลให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีเพิ่มขึ้นรวม 75% แล้ว และถือเป็นครั้งที่ 8 ของปีนี้ที่ดัชนีปรับขึ้นเกิน 5% ภายในวันเดียว เทียบกับเพียงครั้งเดียวในปี 2568 โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้น KOSPI สุทธิกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในวันเดียว ใกล้เคียงระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์มองว่า แรงซื้อทั้งหมดกำลังขับเคลื่อนด้วยธีมเดียว คือ AI โดยบริษัทเกาหลีใต้ที่เคยถูกมองข้ามจากนักลงทุนโลก กำลังได้รับการประเมินมูลค่าใหม่ หลังแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีตลอดห่วงโซ่อุปทาน AI ทำให้ทั้งสินค้าและหุ้นได้รับความต้องการอย่างมาก

Chan H. Lee หุ้นส่วนผู้จัดการของ Petra Capital Management กล่าวว่า ตลาดยังมีโอกาสปรับขึ้นได้อีกมาก เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องเฉพาะของเกาหลีใต้ แต่เป็นวัฏจักร AI memory ระดับโลก และมูลค่าที่แท้จริงของ Samsung Electronics กำลังได้รับการยอมรับในที่สุด

กลุ่มผู้ผลิตชิปหน่วยความจำกลายเป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก จากภาวะอุปทานตึงตัวและคาดการณ์ว่าธุรกิจยังเติบโตได้แม้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แม้ราคาหุ้นของ Samsung Electronics และ SK Hynix จะพุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่านับตั้งแต่ต้นปี และทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง แต่นักวิเคราะห์ยังเชื่อว่ามีโอกาสขึ้นต่อ จากอุปสงค์ชิป AI ที่แข็งแกร่งและระดับมูลค่าหุ้นที่ยังไม่แพง

ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากนโยบายของ Lee Jae-myung ที่ต้องการผลักดันตลาดหุ้นให้เป็นแกนหลักของความมั่งคั่งครัวเรือน ผ่านการปฏิรูปธรรมาภิบาลบริษัทและการเพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น แม้สงครามอิหร่านจะเพิ่มความเสี่ยงต่อบางอุตสาหกรรมจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ก็ทำให้นักลงทุนกลับมาให้ความสนใจศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมต่อเรือและป้องกันประเทศของเกาหลีใต้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เริ่มมีความกังวลมากขึ้นว่าการพุ่งขึ้นของตลาดอาจร้อนแรงเกินไป

KOSPI ปิดที่ 7,384.56 จุดในวันพุธ สูงกว่าระดับเป้าหมาย 5,000 จุด ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่า “เป็นไปไม่ได้” ซึ่งประธานาธิบดีอี แจ-มยอง เคยหาเสียงไว้เมื่อปีที่แล้ว และยังเข้าใกล้เป้าหมายสิ้นปีที่ 8,000 จุด ซึ่ง Goldman Sachs เพิ่งตั้งไว้เมื่อเดือนก่อน

แม้ดัชนีจะพุ่งแรง แต่หุ้นมากกว่า 600 ตัวจากทั้งหมด 835 ตัวใน KOSPI กลับปรับตัวลดลงในวันเดียวกัน สะท้อนว่าการปรับขึ้นกระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่กลุ่ม นักลงทุนสาย Short Sell เริ่มเพิ่มเดิมพันว่าตลาดอาจเผชิญแรงขายทำกำไร หลังจากการปรับขึ้นที่รวดเร็วและรุนแรงเกินไป

Jung In Yun ซีอีโอของ Fibonacci Asset Management Global เตือนว่า ปัจจัยมหภาคเริ่มไม่สนับสนุนตลาดเต็มที่อีกต่อไป และตลาดกำลังพึ่งพาการเติบโตของกำไรจากบริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่เพียงไม่กี่แห่งมากเกินไป หากสภาพคล่องโลกตึงตัวขึ้น หรือความคาดหวังต่อการลงทุน AI เริ่มชะลอ ตลาดอาจเผชิญความผันผวนอย่างรวดเร็ว

แม้จะมีความเสี่ยง แต่นักวิเคราะห์ยังมองว่าการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 200% ในอีก 12 เดือนข้างหน้า ยังเป็นปัจจัยรองรับตลาดได้

ปัจจุบัน Samsung ซื้อขายที่ Forward P/E เพียง 6 เท่า และ SK Hynix อยู่ที่ 5.3 เท่า ต่ำกว่าของ NVIDIA ที่ระดับ 22 เท่าอย่างมาก

Stanley Tang ผู้จัดการพอร์ตจาก Sumitomo Mitsui DS Asset Management กล่าวว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ได้รับแรงหนุนหลายด้าน ทั้งกำไรของผู้ผลิตชิปหน่วยความจำที่ทำสถิติสูงสุดจากกระแส AI รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเรือที่ได้ประโยชน์จากวัฏจักรขาขึ้นของธุรกิจเดินเรือและราคาวัตถุดิบเหล็กที่ยังอยู่ในระดับต่ำ

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...