งบสงครามอิหร่านอาจพุ่งแตะ 2 แสนล้านดอลลาร์ รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ชี้ “ต้องใช้เงินเพื่อจัดการศัตรู”
รัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณอาจขอเพิ่มงบก้อนมหาศาลรับศึกอิหร่าน ขณะที่เพนตากอนยอมรับตัวเลขยัง “ขยับได้” ท่ามกลางค่าใช้จ่ายพุ่งวันละพันล้านดอลลาร์ และเสียงวิจารณ์พันธมิตรยุโรป
สำนักข่าว CNBC รายงาน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซธ เปิดเผยเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ว่า ตัวเลขงบประมาณราว 200,000 ล้านดอลลาร์ที่เพนตากอนเตรียมขอเพื่อนำไปใช้ในสงครามอิหร่านนั้นยังสามารถปรับเปลี่ยนได้
“มันต้องใช้เงินเพื่อกำจัดคนเลว” เฮกเซธกล่าวระหว่างการแถลงข่าว เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับตัวเลขที่สื่อรายงานก่อนหน้านี้
เขาระบุว่าสหรัฐฯ จะกลับไปหารือกับสภาคองเกรสเพื่อให้มั่นใจว่า กองทัพได้รับงบประมาณอย่างเพียงพอ ทั้งสำหรับภารกิจที่ผ่านมา และสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงการเติมคลังอาวุธให้มากกว่าระดับเดิม
การยอมรับว่ามีแผนขอ งบเสริมก้อนใหญ่สะท้อนว่าสหรัฐฯ อาจเตรียมรับมือสงครามที่ยืดเยื้อกว่ากรอบเวลา 4-6 สัปดาห์ที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้า โดยมีรายงานว่าปัจจุบันค่าใช้จ่ายอยู่ที่ราว 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อวัน
เมื่อถูกถามถึงกรอบเวลาบรรลุเป้าหมายในอิหร่าน เฮกเซธปฏิเสธจะระบุชัด โดยบอกว่า “ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประธานาธิบดี”
ด้าน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในเวลาต่อมาว่า การขอเงินจำนวนมากมีหลายเหตุผล พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ มีคลังอาวุธจำนวนมหาศาล และบริษัทด้านกลาโหมอย่าง Lockheed Martin และ Raytheon กำลังเร่งผลิตในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน
“เรามีความพร้อมดีอยู่แล้ว แต่เราต้องการความพร้อมที่ดีที่สุด” ทรัมป์กล่าว พร้อมยืนยันว่าไม่มีแผนส่งทหารภาคพื้นดินเข้าไปในภูมิภาคนี้
งบก้อนมหึมา - สงครามเริ่มบานปลาย
รายงานระบุว่า ตัวเลข 200,000 ล้านดอลลาร์ยังเป็นเพียงการหารืออย่างไม่เป็นทางการในฝ่ายบริหาร โดยริชาร์ด บลูเมนธัล สมาชิกคณะกรรมาธิการกองทัพวุฒิสภา ยืนยันว่า มีการพูดถึงตัวเลขนี้จริง
ขณะที่ ประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณสภาผู้แทนฯ ทอม โคล ระบุว่า ยังไม่ได้รับข้อมูลอย่างเป็นทางการ แต่ชี้ว่าตัวเลขดังกล่าวอาจรวมงบในอนาคตด้วย
ก่อนหน้านี้ เควิน ฮัสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของทำเนียบขาว เปิดเผยว่า สงครามนี้ใช้เงินไปแล้ว 12,000 ล้านดอลลาร์นับถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
รายงานยังระบุว่า เพนตากอนได้เสนอขอวงเงินมากกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มกำลังผลิตอาวุธสำคัญ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วหลายพันจุด
ทั้งนี้ หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 39 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสวนทางกับคำมั่นของทรัมป์ที่ต้องการลดรายจ่ายภาครัฐ
ถล่มหนักขึ้น - กดดันพันธมิตรยุโรป
เฮกเซธ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายในอิหร่านแล้วมากกว่า 7,000 จุด และปฏิบัติการจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
“วันนี้จะเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุด เช่นเดียวกับเมื่อวาน เรากำลังไล่ล่าและโจมตี ความตายและการทำลายล้างจากฟากฟ้า” เขากล่าว
พร้อมกันนั้น เขายังโจมตีสื่อสหรัฐฯ และพันธมิตรยุโรป โดยกล่าวหาว่า “อยากเห็นทรัมป์ล้มเหลว” และเรียกบางประเทศว่า “พันธมิตรที่ไม่สำนึกบุญคุณ”
ความตึงเครียดเกิดขึ้นในช่วงที่ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ ถูกปิดโดยพฤตินัย ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง
ทรัมป์เรียกร้องให้พันธมิตรเข้ามาช่วยเปิดเส้นทางดังกล่าว และแสดงความไม่พอใจต่อประเทศที่ยังไม่ตอบสนอง
อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากนั้น ผู้นำ 6 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ร่วม แสดงความ “พร้อมมีส่วนร่วม” เพื่อให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาปลอดภัยอีกครั้ง พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านยุติการขัดขวางทันที
อ้างอิง : www.cnbc.com