โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. ห่วง ตะวันออกลางตึงเครียด กระทบจีดีพีปี 69 จ่อประเมินใหม่ในเม.ย.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 14.10 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 06.30 น.

ธปท. ประเมินฉากทัศน์ผลกระทบตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจไทยปี 2569 คาด GDP อาจไม่ถึง 2% เตรียมประเมินใหม่ในเม.ย. พร้อมช่วยประคับประคองภาคการเงินไม่ให้กระทบเศรษฐกิจจริง

20 มี.ค. 2569 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจนมากขึ้น ผ่านหลายช่องทาง ทั้งด้านราคาพลังงาน ความผันผวนในตลาดการเงิน และความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป

“ผลกระทบที่ชัดเจน คือ ราคาน้ำมันและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นในหลายภาคธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังพยายามแบกรับต้นทุนไว้ก่อน และไม่ต้องการปรับขึ้นราคาสินค้าในภาวะที่กำลังซื้อยังเปราะบาง แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ต้นทุนที่สูงขึ้นอาจไม่สามารถแบกรับได้ทั้งหมด และมีแนวโน้มถูกส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนในที่สุด”

ทั้งนี้ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว หลายประเทศเผชิญแรงกดดันในทิศทางเดียวกัน ทั้งด้านการลงทุนและการค้า สำหรับประเทศไทย ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ อาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากข้อจำกัดด้านการเดินทางและต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคการท่องเที่ยวยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว

ส่วนกรณีที่หลายหน่วยงานเริ่มปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ลง เนื่องจากสถานการณ์มีความไม่แน่นอนสูง ไม่สามารถประเมินได้ชัดเจนว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อเพียงใด หรือผลกระทบจะรุนแรงในระดับไหนนางสาวชญาวดี กล่าวว่า การประเมินเศรษฐกิจต้องมองเป็นฉากทัศน์

  • กรณีดี คาดว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะจบลงภายในครึ่งแรกของปี และการเดินเรือผ่านช่องแคบต่างๆ จะเริ่มผ่อนคลายลงในช่วงปลายครึ่งปีแรกหรือต้นครึ่งปีหลัง โดยราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีอาจอยู่ที่ประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • กรณีฐาน สถานการณ์อาจจบลงในครึ่งปีแรก แต่ผลกระทบจะลากยาวไปถึงครึ่งปีหลัง เนื่องจากมีการทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งแตกต่างจากกรณีรัสเซีย-ยูเครนที่ไม่ได้ส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูนานกว่า ในกรณีนี้ราคาน้ำมันเฉลี่ยอาจพุ่งสูงถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และการเดินเรือจะยังคงติดขัดไปจนถึงครึ่งปีหลัง

“ผลกระทบต่อ GDP ไทยก็ยังต้องมีอยู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยมองว่าเป็นความเสี่ยงด้านขาลงจากประมาณการเดิมที่ 2% โดยธปท.จะมีการประเมินจีดีพีในเดือนเม.ย.นี้ ซึ่งจะมีการพิจารณาในทุกปัจจัย”

ในด้านตลาดการเงิน นางสาวชญาวดี ระบุว่า ค่าเงินบาทในช่วงนี้มีความผันผวนเพิ่มขึ้น โดยบทบาทของธปท.ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว คือการดูแลไม่ให้ความผันผวนรุนแรงเกินไป เพื่อให้ตลาดการเงินยังสามารถทำงานได้ตามปกติ และไม่สร้างแรงกระแทกซ้ำเติมภาคเศรษฐกิจจริง โดยเฉพาะต่อผู้ประกอบการที่ต้องวางแผนต้นทุนและตั้งราคาสินค้า ทั้งนี้ การดูแลค่าเงินไม่ได้มุ่งเน้นทิศทางแข็งค่าหรืออ่อนค่า แต่ให้ความสำคัญกับการลดความผันผวนเป็นหลัก

“สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ ทั้งการเติบโต ค่าเงิน เงินเฟ้อ และเสถียรภาพทางการเงิน ธปท.จะประคับประคองไม่ให้ภาคการเงินสร้างผลกระทบซ้ำเติมเศรษฐกิจจริง”

สำหรับแนวโน้มนโยบายการเงิน นางสาวชญาวดี กล่าว่า หากเงินเฟ้อเกิดจากฝั่งต้นทุนหรือช็อกจากอุปทาน เช่น ราคาพลังงาน การปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยตรง แต่หากเงินเฟ้อเริ่มส่งผ่านไปยังการใช้จ่ายและความคาดหวังเงินเฟ้อ นโยบายดอกเบี้ยก็อาจมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งต้องประเมินว่าผลกระทบเป็นเพียงชั่วคราวหรือมีแนวโน้มยืดเยื้อ

ส่วนผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้นั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าหนี้เสียจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด เนื่องจากต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด โดยก่อนเกิดสถานการณ์ดังกล่าว ความเสี่ยงด้านหนี้ก็อยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อต้นทุนค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ประกอบกับรายได้ชะลอลงก็อาจจะมีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้เช่นกัน

(เพิ่มเติม…)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...