‘เท้ง’ พร้อมยื่นศาล รธน. ตีความ ไม่เกิน 12 พ.ค. นี้ ปมรัฐบาลออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน
'เท้ง' พร้อมยื่นศาล รธน. ตีความ ไม่เกิน 12 พ.ค. นี้ ปมรัฐบาลออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน เหตุ มองลุแก่อำนาจ เอาเงินเยียวยา ปชช. เป็นตัวประกัน
วันนี้ (7 พ.ค. 69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการใช้อำนาจของ สส. ยื่นคำร้องต่อศาล รธน. ตามมาตรา 173 กรณีรัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า ข้อสรุปที่เราได้มีการหารือกันอย่างรอบคอบ เห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำคือการสอดไส้ ตีเช็กเปล่า การกู้เงิน 2 แสนล้านบาท เพื่อเตรียมเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปี โดยเอาเงินเยียวยาของประชาชนมาเป็นตัวประกัน
โดย พ.ร.ก. ดังกล่าว มี 2 แผนที่มัดรวมกันมาเป็นชุดเดียว และเราก็ยังไม่เห็นอะไรละเอียดไส้ในว่า 2 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลใช้อำนาจออก พ.ร.ก. นั้น ตามเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ ระบุชัดว่า ต้องเป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่เข้าเงื่อนไขจริงหรือไม่ ดังนั้นการใช้อำนาจที่มีในฝ่ายนิติบัญญัติ โดยการเข้าชื่อตามคำร้องที่พรรคประชาชนเป็นคนยกร่าง ในการยื่นต่อศาล รธน. เป็นลำดับถัดไป จากผลที่ประชุม สส.
สำหรับกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นอยู่แล้วนั้น ก็ยินดีให้พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ๆ มาร่วมลงชื่อ ซึ่งตามกระบวนการเรามีการหารือกับพรรคอื่น ๆ อยู่แล้ว แต่อีกหนึ่งอย่างที่เราต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุดนั้น คือเราต้องระมัดระวังการใช้อำนาจช่องทางในส่วนนี้ ที่จะต้องไม่เป็นการไปขยายขอบเขตการใช้อำนาจของศาล รธน. ด้วย ส่วนคำร้องพรรคประชาชนจึงเป็นแกนหลักในการยกร่างเอง
ขณะที่การเยียวยาแบบสุ่ม และไม่ได้พุ่งเป้าตามที่รัฐบาลสื่อสารมาก่อนหน้านี้นั้น แต่อำนาจในการตรา พ.ร.ก. ก็เป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ ให้อำนาจฝ่ายบริหาร แต่สิ่งที่เรากังวลใจ คือการใช้อำนาจในครั้งนี้ของฝ่ายบริหาร คือการลุแก่อำนาจ ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติ หรือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้น ยังมีคำถามถึงรายละเอียด ในส่วนของเงินเยียวยาด้วยเช่นเดียวกัน สำหรับวันที่จะมีการยื่นนั้น เราได้มีการประสานกับทางพรรคร่วมอื่น ๆ แล้วหลังบ้าน ซึ่งต้องยื่นให้ทันภายในวันที่ 11-12 พ.ค. นี้ ก่อนที่สภาจะมีการพิจารณาวันที่ 14 พ.ค.
เราพยายามใช้ทุกกลไกในสภาให้รัฐบาลชี้แจงแล้ว ตั้งแต่การตั้งกระทู้ถามสด ซึ่งเราคาดหวังว่าถ้านายกรัฐมนตรีติดภารกิจต่างประเทศ ก็ควรจะมอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาตอบแทน แต่กลายเป็นได้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมาตอบ