โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท.ชี้เงินกู้ 4 แสนล้านหนุน GDP

Thairath Money

อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 23.20 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 23.20 น.
ภาพไฮไลต์

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในขณะนี้อยู่ในภาวะที่มีความไม่แน่นอนสูง แต่ภาพรวมยังไม่เข้าสู่ภาวะที่เศรษฐกิจโตลดลงมากในขณะที่เงินเฟ้อขึ้นสูงต่อเนื่อง หรือ Stagflation เนื่องจากแม้ว่าแรงกดดันจากราคาน้ำมัน และต้นทุนการผลิต จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในประมาณการของธปท. และในไตรมาสที่ 2-3 ปีนี้อาจจะขยับขึ้นไปเห็นตัวเลข 4-5% ในบางช่วง แต่ ธปท.คาดว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 1-3% ในไตรมาสที่ 2 ปีหน้า เมื่ออัตราเงินเฟ้อขึ้นไปและมีแนวโน้มปรับลดลงมาก เราจึงไม่ได้อยู่ในภาวะ Stagflation อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะสงครามในตะวันออกกลาง ดังนั้นก็มีความเสี่ยง Stagflation ที่ต้องติดตาม แต่วันนี้ยังมั่นใจว่ายังไม่อยู่ในภาวะ Stagflation

ขณะเดียวกัน จากผลของการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตทางเศรษฐกิจ และกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจนั้น ธปท.คาดว่าจะมีผลช่วยให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 0.6% จากเดิมที่คาดไว้ 1.5% ขึ้นเป็น 2.1% แต่อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอยู่ที่ 1.6% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่สูงขึ้น การประเมินนี้ไม่รวมหากจะมีปัจจัยเรื่องอื่นๆ เข้ามา แต่ในเบื้องต้นประเทศไทยยังมีเรื่องดีๆ ที่มีคนเข้ามาสนใจลงทุนเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน แรงกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจะทำให้เงินเฟ้อในปีนี้เพิ่มขึ้นจาก 2.9% ที่ประมาณการเดิมไว้ เป็น 3.1% โดยจะสูงขึ้นในไตรมาสที่ 3 ที่จะมีโครงการคนละครึ่งพลัส 4,000 บาท แต่ทั้งปีเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นไม่มากนักและปีหน้าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีจะกลับเข้ากรอบเงินเฟ้อที่ 1.4% โดยในภาพรวมของธปท. มาตรการที่เร่งรัดต่อเนื่องคือ การช่วยให้ภาคธุรกิจและเอสเอ็มอีมีสภาพคล่องเพิ่ม ขณะเดียวกัน ธปท.อยู่ระหว่างติดตามเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ ซึ่งปัจจุบันใช้มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งแบบฟ้า และแบบส้ม ก็จะนำมาใช้ได้

“ต้องยอมรับว่า การขยายสินเชื่อโดยสถาบันการเงิน คงจะขยายตัวได้ตามเศรษฐกิจ สถาบันการเงินน่าจะมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่มากขึ้น แต่ ธปท.ต้องการช่วยกลุ่มที่จำเป็นต้องได้สินเชื่อ โดยตอนนี้ในส่วนของโครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ “SMEs Credit Boost” จะมีการขยายให้ครอบคลุมธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางในครั้งนี้มากขึ้น นอกจากนั้น ในส่วนการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์ ในส่วนที่จะช่วยให้รายย่อย และเอสเอ็มอี ลดต้นทุนลงได้ จะเสร็จในเดือน พ.ค.นี้ และคาดว่าจะเริ่มลดค่าธรรมเนียมได้ในเดือน ก.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมจะต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยในส่วนค่าธรรมเนียมของบริษัทให้สินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) ซึ่งขณะนี้ทำหน้าที่ปล่อยสินเชื่อในช่วงที่ความเสี่ยงสูง เราอาจจะต้องพิจารณาไม่ให้กระทบกับการทำธุรกิจหลักด้วย”

ต่อข้อถาม เรื่องการจัดตั้งธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) 3 รายในขณะนี้นั้น ผู้ว่าการธปท. กล่าวว่า ความคืบหน้า Virtual Bank ทั้ง 3 ราย จะต้องจัดตั้งภายใน 1 ปี แต่ทั้งนี้ มีโอกาสที่จะขยายเวลาจัดตั้งได้อีก 1 ปี และเชื่อมั่นว่า ภายในสิ้นปีนี้จะจัดตั้งได้ 2 แห่งเป็นอย่างน้อย ส่วนกรณีที่เป็นข่าวอยู่ เชื่อว่าทุกแห่งพยายามปฏิบัติตามเกณฑ์ และธปท. จะต้องมาพิจารณาสิ่งที่เหมาะสม และเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธปท.ชี้เงินกู้ 4 แสนล้านหนุน GDP

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...