โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสียงสะท้อนประชาชน เจอของแพง หันหน้าพึ่งไข่ ลดงบมื้ออาหาร ฝากรัฐบาลเลือกมาแล้วทำให้ดีด้วย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 11.59 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 11.26 น.

เสียงสะท้อนประชาชน เจอของแพง หันหน้าพึ่งไข่ ลดงบมื้ออาหาร ฝากรัฐบาลเลือกมาแล้วทำให้ดีด้วย

วิกฤตน้ำมันราคาแพง ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนโดยตรง ไม่เพียงแต่ราคาน้ำมันที่มีราคาแพงขึ้น รวมไปถึงอาหารและของใช้ก็มีราคาแพงขึ้นตามด้วย

เมื่อวันที่ 2 เมษายน ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนบริเวณตลาดประชานิเวศน์ สำรวจผลกระทบของประชาชน ที่เผชิญกับวิกฤตพลังงาน จนราคาน้ำมันพุ่งสูง กระทบกับสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการ

โดยป้าเล็ก อายุ 62 ปี เผยว่า ตนเกษียณอายุแล้ว เมื่อสินค้าปรับขึ้นราคา ก็ต้องปรับตัว อาหารต้องกินแบบง่าย ต้องอยู่ให้ง่ายขึ้น แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ไข่ เป็นอาหารพื้นฐาน ซึ่งมีการประหยัดไม่กินอาหารหรูหรา เวลาทำอาหาร จึงเลือกใช้ผักนำไปทำแกง อาหารประเภทแกงไม่ต้องใช้วัตถุดิบอะไรมาก สามารถประหยัดได้ และวันนี้จะทำลาบ เลือกสัก 1 มื้อ เป็นมื้อที่อยากกินจริงๆ เพราะว่ามะนาวราคาแพงขึ้น

“เลือกมาแล้ว อยากให้เห็นใจประชาชนมากขึ้น อยากให้เห็นความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก นักการเมืองรวยแล้วก็คิดถึงประชาชนและประเทศชาติบ้าง เวลาเล่นโซเชียล เห็นว่าประเทศชาติถอยหลัง ไม่เดินหน้า หาคนทำเพื่อประชาชนไม่ได้ นับวันยิ่งน้อยลง” ป้าเล็กฝากถึงรัฐบาล

เมื่อถามว่ามีการใช้เงินน้อยลงหรือลดค่าใช้จ่ายบ้างหรือไม่ ป้าเล็กเผยว่า ประหยัดดีที่สุด แต่บางอย่างจำเป็นต้องซื้อ เพราะว่าที่บ้านเลี้ยงหมาและแมว อาหารสัตว์เลี้ยงราคาสูงขึ้น บางทีมีการสั่งซื้ออาหารสัตว์ออนไลน์ บางร้านมีการช่วยเหลือ โดยไม่ได้เก็บค่าขนส่ง พยายามเลือกอาหารสัตว์เลี้ยงให้ดีที่สุด ดูราคาที่เหมาะสม เท่าที่เราสู้ไหว เพราะเราสามารถเอาตัวรอดได้ แต่สัตว์เลี้ยงไม่สามารถเอาตัวรอดได้ หาอาหารกินเองไม่ได้

“ความเมตตาเท่านั้น ที่ทุกวันนี้เราต้องมีในชีวิตประจำวันให้มาก อยากให้รัฐบาลหันมาดูแลเอาใจใส่เรื่องของประชาชนเป็นที่หนึ่ง ทุกวันนี้เศรษฐกิจแย่ เรายอมรับ อย่าให้คนที่มีอำนาจมาทำให้แย่กว่าเดิม”

ด้านนายผิง อายุ 52 ปี วินมอเตอร์ไซค์บริเวณจิตประภัสสร กล่าวว่า มีลูกค้ามาใช้บริการน้อยลง มีไรเดอร์จากแอพพ์เข้ามา จึงทำให้วินมอเตอร์ไซค์น้อยลงด้วย ถ้าไม่มีลูกค้าประจำคืออยู่ไม่ได้ ตอนนี้น้ำมันราคาสูงขึ้น ทำให้มีลูกค้ามาใช้บริการน้อยลงไปอีก

เมื่อถามว่า วินมอเตอร์ไซค์มีการปรับราคาขึ้นไหม ผิงระบุว่า ยังปรับไม่ได้ ถ้าปรับราคาต้องปรับพร้อมกันทีเดียว ซึ่งลูกค้าประจำที่มาใช้บริการมีเปลี่ยนไปเดินบ้าง ตอนนี้ไม่ได้กำไร วิ่งเที่ยวละ 15 บาท ราคาน้ำมันสูงขึ้น เติมน้ำมัน 2 รอบ/1 วัน เติมเต็มถังทุกรอบ

“ตอนนี้ไม่สามารถปรับตัวได้ รายรับน้อยลง ต้องทำใจอย่างเดียว เมื่อก่อนกินข้าวราคา 50 บาท/มื้อ ตอนนี้ราคาเพิ่มขึ้นมาเป็น 70 บาท/มื้อ นี่คือราคาที่ถูกที่สุดแล้ว กินแค่ไหนอยู่แค่นั้น และไม่มีข้อความฝากถึงรัฐบาล เพราะการกระทำก็ฟ้องอยู่แล้ว” ผิงเล่าทิ้งท้าย

ด้าน หนึ่ง อายุ 50 ปี วินมอเตอร์ไซค์ตลาดประชานิเวศน์ เล่าว่า ตอนนี้วินมอเตอร์ไซค์ยังไม่ปรับราคาขึ้น เพราะว่าต้องดูราคาน้ำมันให้คงที่ก่อน ซึ่งถ้าเราปรับราคาวินมอเตอร์ไซค์ขึ้น แต่ราคาน้ำมันถูกลง ก็ไม่สามารถทำได้ ส่วนใหญ่บริเวณตลาดประชานิเวศน์ยังไม่มีการขึ้นราคา ถ้าราคาน้ำมันสูงถึง 50 บาท/สิตร น่าจะต้องขึ้นราคาวินมอเตอร์ไซค์ตาม

เมื่อถามว่าลูกค้าน้อยลงไหม หนึ่งกล่าวว่า ลูกค้าไม่น้อยลง เพราะมีการใช้บริการทุกวัน ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าเลือกใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ เพราะว่ามีความสะดวก รวดเร็ว คล่องตัว และราคาถูกกว่ารถยนตร์ ลูกค้าจะนั่งวินไปต่อรถไฟฟ้า ซึ่งปัญหาตอนนี้คือ น้ำมันราคาสูงขึ้น ปกติเติมน้ำวันวันละ 1 รอบ เมื่อก่อนเติมน้ำมัน 120-130 บาท เต็มถัง แต่ตอนนี้เติมน้ำมัน 170-180 บาท เต็มถัง

“ตอนนี้ต้องประหยัดทุกอย่าง เพราะรายได้ไม่แน่นอน ไม่ได้ราคาสูงแค่น้ำมัน ราคาอาหารสูงตามด้วย ซึ่งถ้าขึ้นราคาวินมอเตอร์ไซค์ต้องขึ้นด้วยกันทั้งหมด เราเข้าใจลูกค้า ของทุกอย่างราคาสูงขึ้น แต่เงินเดือนกลับไม่ขึ้นตามค่าครองชีพ” หนึ่งกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เสียงสะท้อนประชาชน เจอของแพง หันหน้าพึ่งไข่ ลดงบมื้ออาหาร ฝากรัฐบาลเลือกมาแล้วทำให้ดีด้วย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...