โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ทรัมป์’ ชี้ใกล้บรรลุเป้าหมายในอิหร่าน ขู่ถล่มต่ออีก 2-3 สัปดาห์ หากไร้ข้อตกลง

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • The Bangkok Insight

"ทรัมป์" แถลงล่าสุด ประกาศกองทัพทำลายศักยภาพอิหร่านเกือบหมด แต่ยังไม่ระบุแผนยุติสงคราม ลั่นเดินหน้าถล่มหนักต่ออีก 2-3 สัปดาห์ จนอิหร่านกลับไปสู่ "ยุคหิน" หากไม่บรรลุข้อตกลง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แถลงผ่านโทรทัศน์เมื่อวานนี้ (1 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ระบุว่า กองทัพสหรัฐใกล้บรรลุเป้าหมายในการทำสงครามกับอิหร่านแล้ว แต่ไม่ได้ให้กรอบเวลาที่ชัดเจนในการยุติสงครามที่ดำเนินมาเป็นสัปดาห์ที่ 5 พร้อมย้ำว่าสหรัฐจะเดินหน้าถล่มอิหร่านอย่างหนักต่อไป

อิหร่าน

ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐได้ทำลายกองทัพเรือ และกองทัพอากาศของอิหร่าน รวมถึงทำให้โครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ไม่ได้ระบุแผนการยุติสงครามที่เป็นรูปธรรม นอกจากกล่าวว่าจะ “จบงานอย่างรวดเร็วมาก”

“เรามีไพ่ทั้งหมด พวกเขาไม่มีเลย” ทรัมป์กล่าวจากทำเนียบขาว ในการแถลงช่วงไพรม์ไทม์ครั้งแรก นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มสงครามเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญที่ยังไม่คลี่คลาย เช่น สถานะของยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน และการเข้าถึงช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันโลกที่สำคัญ ซึ่งอิหร่านได้ปิดกั้นอยู่ โดยระบุเพียงว่า ช่องแคบจะเปิดเอง “ตามธรรมชาติ” เมื่อสงครามยุติ

คำปราศรัยยาว 19 นาทีของทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดใหม่มากนัก และไม่สามารถสร้างความมั่นใจแก่ชาวอเมริกันและพันธมิตรที่กำลังกังวลกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และความยืดเยื้อของสงคราม

ขู่ถล่มต่ออีก 2–3 สัปดาห์

แม้ทรัมป์จะกล่าวว่าอิหร่านสูญเสียศักยภาพทางทหารอย่างหนัก แต่เขายังย้ำว่าสหรัฐจะโจมตีต่อเนื่องอีก 2–3 สัปดาห์ และหากผู้นำใหม่ของอิหร่านไม่สามารถเจรจาได้ตามที่ต้องการ สหรัฐจะเริ่มโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและน้ำมัน

“เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนักมากในอีกสองถึงสามสัปดาห์ข้างหน้า เราจะพาพวกเขากลับไปสู่ยุคหิน”

ขณะเดียวกัน เขาระบุว่ายังมีการเจรจาดำเนินอยู่ แต่หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ สหรัฐได้จับตาเป้าหมายสำคัญไว้แล้ว โดยก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าอิหร่านไม่จำเป็นต้องทำข้อตกลงเพื่อให้สงครามยุติลง

ช่องแคบฮอร์มุซ-แรงกดดันพันธมิตร

ทรัมป์ยอมรับถึงความกังวลของชาวอเมริกัน เกี่ยวกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ยืนยันว่าราคาจะลดลงในไม่ช้า และโทษว่าเป็นความผิดของอิหร่าน

เขายังเรียกร้องให้ประเทศที่พึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียเป็นหลัก เข้ามามีบทบาทนำในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่าสหรัฐจะช่วยสนับสนุน แต่ไม่ใช่ผู้รับภาระหลัก

ทรัมป์ยังแสดงความไม่พอใจต่อพันธมิตรในนาโต ที่ยังไม่เสนอช่วยเปิดช่องแคบ และเคยขู่จะถอนสหรัฐออกจากพันธมิตรดังกล่าว แม้ในการแถลงครั้งนี้จะไม่ได้กล่าวถึงนาโตก็ตาม

ชาวอเมริกันต้องการยุติสงคราม

ผลสำรวจของรอยเตอร์ส/อิปซอสระบุว่า 60% ของขาวอเมริกันผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่เห็นด้วยกับสงคราม ขณะที่ 35% เห็นด้วย และ 66% ต้องการให้สหรัฐยุติการมีส่วนร่วมโดยเร็ว แม้จะไม่บรรลุเป้าหมายของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงเปิดทางเลือกทั้งการยกระดับ และลดระดับความขัดแย้ง โดยยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางต่อไป แม้แต่ในกลุ่มที่ปรึกษาใกล้ชิด

เจ้าหน้าที่รัฐบาลได้เสนอทางเลือกต่าง ๆ รวมถึงการยึดครองคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน และปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ เช่น ชายฝั่ง และเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน

ขณะเดียวกัน กองกำลังทหารสหรัฐจำนวนมากยังคงเคลื่อนเข้าสู่ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย สะท้อนว่ารัฐบาลต้องการรักษาทางเลือกทางทหารไว้

ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ชาวอเมริกัน "พิจารณาความขัดแย้งนี้อย่างรอบด้าน" โดยชี้ว่าสงครามในอดีต เช่น ในอิรัก เวียดนาม และเกาหลี ใช้เวลายาวนานกว่านี้มาก

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดิดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...