โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไม “Memory Chip” ถึงกลายเป็นหัวใจของโลกเทคโนโลยียุคใหม่

ทันหุ้น

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 11.23 น. • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ทุกครั้งที่คุณถาม ChatGPT, ค้นหาข้อมูลบน Google, ใช้งาน Cloud Service หรือเปิดแอปบนสมาร์ตโฟน เบื้องหลังการทำงานเหล่านี้ล้วนมี Memory Chip เป็นส่วนสำคัญเสมอ แม้ผู้ใช้งานอาจมองไม่เห็นโดยตรง แต่ในโลกเทคโนโลยีปัจจุบันหน่วยความจำคือหนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้ระบบดิจิทัลสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว มีเสถียรภาพ และรองรับข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จึงอาจกล่าวได้ว่า หากชิปประมวลผลเปรียบเสมือน “สมอง” ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ Memory Chip ก็คือส่วนที่ทำให้สมองนั้นสามารถจดจำ เข้าถึง และเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างทันท่วงที

*รู้จัก Memory Chip

Memory Chip คือ ชิปที่ทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูล และทำให้หน่วยประมวลผลสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ DRAM และ NAND โดย DRAM เป็นหน่วยความจำชั่วคราว ใช้เก็บข้อมูล ที่ระบบกำลังใช้งานอยู่ในขณะนั้น

จุดเด่นคือความเร็วสูงมาก เหมาะสำหรับงานที่ต้องประมวลผลแบบต่อเนื่อง เช่น การทำงานของคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และระบบ AI ส่วน NAND เป็นหน่วยความจำถาวร ใช้เก็บข้อมูลระยะยาว เช่น ระบบปฏิบัติการ ไฟล์งาน รูปภาพ หรือฐานข้อมูล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พบได้ใน SSD สมาร์ตโฟน และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลทั่วไป

*หัวใจของเทคโนโลยี

สิ่งที่ทำให้ธุรกิจนี้น่าสนใจ คือ Memory Chip เป็นหัวใจของการเติบโตของเทคโนโลยีเกือบทุกประเภทในปัจจุบัน โดยเฉพาะการเติบโตของ AI และ Data Center เนื่องจากระบบ AI ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมากและต้องดึงข้อมูลมา ใช้อย่างรวดเร็ว จึงต้องพึ่งพาหน่วยความจำในระดับที่สูงกว่า Server ทั่วไปมาก

หน่วยความจำที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในรอบนี้คือ HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งเป็นหน่วยความจำความเร็วสูงที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานประมวลผล AI โดยเฉพาะ โดยจุดเด่นของ HBM คือ สามารถรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วมาก ทำงานร่วมกับชิปประมวลผลขั้นสูงได้ดี และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ AI อย่างมีนัยสำคัญ นี่จึงทำให้ HBM กลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี

โดย Bank of America คาดการณ์ว่าตลาด HBM ในปี 2026 จะมีมูลค่าราว 54.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 58% จากปีก่อนหน้า

*ตลาดใหญ่รองรับ Memory

นอกจากฝั่ง AI แล้ว ความต้องการ Memory ยังได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวรอบใหม่ของ สมาร์ตโฟน และ คอมพิวเตอร์ เนื่องจากอุปกรณ์รุ่นใหม่ต้องรองรับฟังก์ชันที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะการมาของ On-device AI ที่ทำให้เครื่องต้องมี RAM และพื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้น ขณะเดียวกัน รถยนต์สมัยใหม่ ระบบ IoT และอุปกรณ์ Edge Computing ก็ล้วนต้องใช้หน่วยความจำเพิ่มขึ้นเช่นกัน เพราะอุปกรณ์เหล่านี้ต้องประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ และต้องรองรับซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนกว่าเดิม

อีกประเด็นสำคัญ คือ ตลาด Memory Chip เป็นตลาดที่มีผู้เล่นน้อยและมีลักษณะกระจุกตัวสูง โดยมีผู้ผลิตรายใหญ่เพียงไม่กี่รายครองส่วนแบ่งตลาดหลักของโลก ทำให้การเพิ่มกำลังการผลิตใหม่เกิดขึ้นได้ไม่ง่ายนัก เมื่ออุปทานขยายตัวช้ากว่าความต้องการที่เพิ่มขึ้น ราคาสินค้าจึงมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง และเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้และกำไรของผู้ประกอบการ ในกลุ่มนี้

สถานการณ์ในปัจจุบันสะท้อนว่า Memory กำลังอยู่ใน “Supercycle” Bank of America เรียกปี 2026 ว่าเป็น “Supercycle ที่คล้ายคลึงกับยุคบูมของทศวรรษ 1990” โดยคาดว่ารายได้ DRAM ทั่วโลกจะพุ่งขึ้น 51% และ NAND จะเพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบปีต่อปี

*ดีมานด์สูง

แม้ธุรกิจ Memory จะมีลักษณะเป็นวัฏจักร แต่รอบนี้มีความแตกต่างจากอดีตเพราะไม่ได้เป็นเพียงการฟื้นตัวตามรอบอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังมีแรงหนุนเชิงโครงสร้างจาก AI เข้ามาซ้อนทับด้วย IDC ชี้ว่าอุปทาน DRAM และ NAND ในปี 2026 จะเติบโตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต อยู่ที่ราว 16% และ 17% ตามลำดับ ในขณะที่ความต้องการยังคงแข็งแกร่ง ทำให้เกิดภาวะอุปสงค์สูงกว่าอุปทาน (Supply/Demand Imbalance) ซึ่งอาจยืดเยื้อไปจนถึงปี 2027

ทั้งหมดนี้ทำให้ Memory Chip ไม่ได้เป็นเพียงชิปสำหรับเก็บข้อมูลอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกดิจิทัลยุคใหม่ และเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่น่าจับตาในระยะข้างหน้า

คอลัมน์: How to ลงทุน by MFC
โดย ชุติมน แก้วคีรี
บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...