บันทึกหน้า 4
ไทม์ไลน์การเข้าบริหารประเทศของรัฐบาลอนุทิน 2 จะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการหลังการแถลงนโยบายต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภาเสร็จสิ้นลง ซึ่งเดิมทีวางกันไว้ว่าจะแถลงช่วง 7-9 เม.ย. แต่ล่าสุดปรับเป็น 9-10 เม.ย. และจะมีการประชุม ครม.นัดแรกในวันที่ 10 เม.ย.ทันที ก่อนหยุดยาวสงกรานต์ ขณะเดียวกัน เรื่องการรับมือกับปัญหาสงคราม โดยเฉพาะเรื่องน้ำมัน ล่าสุดอนุทิน นายกฯ ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยให้มี คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.)
โดยมี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน,รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีต รมว.พลังงาน, พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตที่ปรึกษา รมว.พลังงาน, อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทบางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), นางสาวอารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการทีดีอาร์ไอ นอกจากนี้ ยังมีปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานร่วมเป็นกรรมการด้วย สำหรับอำนาจหน้าที่ ให้ คตร.มีอำนาจศึกษาหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่าย ในการเก็บรักษาของน้ำมันเชื้อเพลิงและเสนอผลการศึกษาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา ศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการคำนวณราคาและกำหนดราคาสำหรับราคาขายส่งหน้าโรง ราคาขายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่คำสั่งนี้บังคับ…น่าติดตามว่าคณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหน กับการมือวิกฤตน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งหากดูจากคำสั่ง หน้าที่หลักๆ ก็คือ พิจารณา ศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการคำนวณราคาและกำหนดราคาสำหรับราคาขายส่งหน้าโรง ราคาขายให้แก่ผู้ค้าน้ำมัน ที่ก็คือราคาน้ำมันต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร คณะกรรมการชุดนี้จะมีบทบาทไม่ใช่น้อย…
..หลังพบว่าหลายภาคส่วนเริ่มออกอาการว่าแบกรับไม่ไหวกับต้นทุนการผลิต ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้น ล่าสุด อรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 บขส. พร้อมให้บริการรถโดยสารสาธารณะเส้นทางต่างๆ ทั่วประเทศ รองรับประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยปัจจุบันสถานการณ์ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บขส.คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการระหว่างวันที่ 9-19 เม.ย.2569 รวม 10 วัน เพิ่มขึ้นจากเทศกาลสงกรานต์ปี 2568 ประมาณ 10% ช่วงวันที่ 9-19 เม.ย.นี้ บขส.ยังคงตรึงราคาค่าโดยสารรถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่ (รถทัวร์) ทั้งรถบริษัทและรถร่วม ที่ให้บริการ 6,000 คันไว้ในอัตราเดิม เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จากนั้นจะปรับขึ้นในอัตรา 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร (กม.) หรือ 10-12% ต่อเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.2569 ตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง สำหรับการตรึงราคาค่าโดยสารในช่วงวันที่ 9-19 เม.ย.นี้ บขส.ขอรับการสนับสนุนเงินชดเชยจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เพื่อนำมาชดเชยจากการตรึงราคาค่าโดยสาร เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งการชดเชยดังกล่าวจะจ่ายตามที่นั่งที่จำหน่ายตั๋วโดยสารจริง…ประเมินแล้ว หลังจากนี้ธุรกิจหลายภาคส่วน คงทยอยปรับขึ้นราคากันออกมาอีกเป็นระลอก ทำให้ประชาชนต้องวางแผนการใช้เงินและประหยัดกันมากขึ้น ผลก็คือทำให้เศรษฐกิจที่ซบเซาอยู่แล้ว คงซึมยาวมากขึ้น ก็เป็นอีกงานหนักของรัฐบาลอนุทินที่ต้องเข้ามาแก้ไข ซึ่งโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสสองก็น่าจะมีส่วนสำคัญไม่น้อย ทำให้รัฐบาลควรรีบเร่งผลักดันออกมาโดยเร็ว
..ส่วนเรื่องการทำงานของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) หลังมีการปรับทัพการสื่อสารโดยดึง โบว์-ณัฏฐา มหัทธนา มาเป็นโฆษก ศบก. พบว่า ศบก.จะมีการปรับเปลี่ยนเวลาประชุม เพื่อให้สอดคล้องกับเวลานำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ด้านกรมประชาสัมพันธ์บอกว่า ต่อจากนี้อาจจะมีการเว้นระยะ เพื่อให้แต่ละหน่วยไปปฏิบัติงาน จะได้มีข้อมูลข้อเท็จจริงมานำเสนอประชาชน และลดการแถลงข่าวลงเหลือแค่วันจันทร์ พุธ หรือศุกร์..ที่ก็ต้องบอกว่าแม้จะลดเวลาการแถลงลง แต่หากแถลงแล้วได้เนื้อหาสาระ ชัดเจนเข้าใจง่าย ก็ไม่เสียหายแต่อย่างใด.
ประลองยุทธ์