โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เด็กหญิง 7 ขวบจมน้ำเสียชีวิตในสระโรงเรียน ยายคาใจระบบดูแลนักเรียน ครูใช้ สายตาประมาณจำนวนเด็ก

สยามนิวส์

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Kong
จากกรณีเพจ พระราม 3 ต้องรอด เปิดเผยเหตุการณ์เด็กหญิงวัย 7 ขวบ จมน้ำเสียชีวิตภายในสระว่ายน้ำของโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

จากกรณีเพจ พระราม 3 ต้องรอด เปิดเผยเหตุการณ์เด็กหญิงวัย 7 ขวบ จมน้ำเสียชีวิตภายในสระว่ายน้ำของโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่วัดช่องลม ถนนพระราม 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศล และได้พูดคุยกับ นางณฐพร บุญเกิด อายุ 51 ปี ผู้เป็นยาย และ น.ส.วชิราภรณ์ บุญเกิด อายุ 25 ปี มารดาของน้องมล ผู้เสียชีวิต

นางณฐพร เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณเกือบ 16.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเลิกเรียน ตนไม่พบน้องมล จึงช่วยกันตามหาภายในโรงเรียนกับเพื่อนนักเรียน โดยค้นหาทุกจุด กระทั่งไปพบรองเท้าของหลานวางอยู่บริเวณชั้นวางรองเท้าหน้าสระว่ายน้ำ จึงเริ่มเอะใจว่าเด็กอาจอยู่บริเวณดังกล่าว

ต่อมา เพื่อนของน้องได้ปีนรั้วสนามเด็กเล่นเข้าไปก่อน และพบกระเป๋าของน้อง จึงถามว่าสิ่งของดังกล่าวใช่ของน้องหรือไม่ เมื่อตนเข้าไปตรวจสอบก็พบกระเป๋าและเสื้อผ้าที่น้องใส่มาในตอนเช้าอยู่ภายใน จึงช่วยกันค้นหาบริเวณสระว่ายน้ำ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ก็ยังไม่พบตัวเด็ก

ระหว่างนั้นมีครูบางคนบอกว่าเด็กอาจออกจากโรงเรียนไปแล้ว แต่ตนไม่เชื่อ เพราะหลานเป็นเด็กที่รู้เรื่อง และไม่น่าจะออกไปทั้งที่ยังสวมชุดว่ายน้ำ จึงยังคงเดินหาบริเวณสระว่ายน้ำหลายรอบ ก่อนจะขอให้ครูผู้สอนว่ายน้ำลงไปตรวจสอบในสระ เนื่องจากเชื่อว่าหลานอาจจมน้ำ

กระทั่งครูลงไปค้นหาในบริเวณทางลาดใกล้บันไดของสระ และพบร่างน้องอยู่ใต้น้ำ ก่อนนำขึ้นมาปั๊มหัวใจ โดยขณะนั้นยังมีชีพจรอ่อน ๆ ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ยายของเด็กยังตั้งข้อสงสัยถึงช่วงเวลาเกิดเหตุ เนื่องจากคาบว่ายน้ำเป็นคาบสุดท้ายของวันเรียน โดยครูแจ้งว่าเด็กออกจากสระประมาณเวลา 14.30 น. และมีการปิดสระหลังเวลา 15.00 น. แต่ร่างของเด็กกลับถูกพบเกือบ 16.00 น.

นอกจากนี้ ยังพบความไม่ชัดเจนเรื่องจำนวนนักเรียนในคาบเรียนว่ายน้ำ โดยครูบางคนบอกว่ามีเด็กประมาณ 13 คน ขณะที่ครูผู้สอนแจ้งว่ามีประมาณ 15 คน และยอมรับว่าใช้วิธีดูด้วยสายตาว่าเด็กออกจากสระครบหรือไม่ โดยไม่มีการเช็กชื่อ

ขณะเดียวกันคำให้การของครูทั้งสองคนยังไม่ตรงกัน โดยครูผู้ชายให้ข้อมูลว่าเด็กไปเตะฟุตบอลระหว่างคาบว่ายน้ำ และกลับมาว่ายน้ำช่วง 30 นาทีสุดท้ายก่อนเลิกเรียน ขณะที่ครูผู้หญิงซึ่งเป็นผู้ช่วย ระบุว่าเด็กไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับมาให้ครูช่วยผูกเชือกกางเกง ก่อนให้เล่นอยู่บริเวณขอบสระ

ครอบครัวจึงตั้งคำถามว่าเหตุใดเด็กจึงลงไปอยู่ก้นสระได้ และเหตุใดจึงไม่มีใครสังเกตเห็น อีกทั้งยังระบุว่ากล้องวงจรปิดบริเวณสระว่ายน้ำของโรงเรียนแจ้งว่าไม่สามารถใช้งานได้

ในส่วนของการแสดงความรับผิดชอบ ทางโรงเรียนได้ออกค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลในวันเกิดเหตุ แต่ครอบครัวไม่ได้รับเงินดังกล่าว ขณะที่ในงานสวดอภิธรรม โรงเรียนได้นำซองเงินมามอบให้ โดยระบุว่าเป็นเงินจากสังฆมณฑลท่าแร่ที่พระสังฆราชมอบให้ตามธรรมเนียม ซึ่งครอบครัวรับไว้แต่ยังไม่ได้เปิดดูจำนวนเงิน

ทั้งนี้ ครอบครัวยังไม่ได้รับการเยียวยาจากทางโรงเรียน และต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...