ผลวิจัยใหม่ออกซ์ฟอร์ด เจอผลข้างเคียงไม่คาดคิด! จากการ "ช่วยตัวเอง" เป็นประจำ
ทีมนักวิจัยออกซ์ฟอร์ด เผยการช่วยตัวเองสม่ำเสมอช่วย "รีเฟรช" อสุจิให้แข็งแรงกว่าการกลั้น
ผลวิจัยล่าสุดอาจทำให้ความเชื่อเดิมๆ ของผู้ชายหลายคนต้องเปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มความเชื่อ "No Nut November" ที่รณรงค์ให้งดการหลั่งเพื่อสะสมสมรรถภาพ เพราะเหล่านักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาเตือนว่า อสุจิเองก็มี "วันหมดอายุ" เช่นเดียวกับไข่ของผู้หญิง และการเก็บไว้นานเกินไปอาจส่งผลเสียต่อคุณภาพมากกว่าที่คิด
ดร.รีเบคก้า ดีน, ดร.อิเร็ม เซพิล และ ดร.กฤษ สังฆวี ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ได้ระบุผ่านบทความใน The Conversation ว่าอสุจิที่ถูกผลิตออกมาแล้วจะมีช่วงเวลาที่คุณภาพสูงสุดเพียงระยะหนึ่งเท่านั้น หากไม่มีการหลั่งออกมา อสุจิที่ถูกเก็บไว้ในท่อพักอสุจิ นานเกินไปจะเริ่มเสื่อมสภาพลง
เผย "วันหมดอายุ" ของอสุจิ ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งเสื่อม
ตามกระบวนการธรรมชาติ ร่างกายผู้ชายจะผลิตอสุจิใหม่ประมาณ 50-100 ล้านตัวต่อวัน และใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการพักค้างอยู่ในท่อพักอสุจิ หากไม่มีการหลั่งออกไป อสุจิเหล่านั้นจะสลายตัวและถูกร่างกายดูดซึมกลับไปเอง แต่ในระหว่างที่รอการระบายนั้น คุณภาพของอสุจิอาจลดลงอย่างน่าตกใจ
จากการวิเคราะห์งานวิจัยกว่า 115 ฉบับ ซึ่งครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างชายเกือบ 55,000 คน พบว่าการเว้นระยะห่างระหว่างการหลั่งนานเกินไป สัมพันธ์กับสุขภาพอสุจิที่แย่ลง ดร.ดีน อธิบายว่าอสุจิเป็นเซลล์ที่มีพลังงานสะสมจำกัดและมีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองต่ำมาก เมื่อถูกเก็บไว้นานๆ พวกมันจะเผาผลาญพลังงานจนหมดและเริ่มได้รับความเสียหายจาก "อนุมูลอิสระ" ซึ่งเปรียบเสมือนสนิมทางชีวภาพที่กัดกร่อนเซลล์
iStockphoto
ช่วยตัวเองสม่ำเสมอ เคล็ดลับเพิ่มโอกาสมีบุตร
งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า การหลั่งอสุจิบ่อยครั้ง รวมถึงการช่วยตัวเอง มีส่วนช่วยในการ "รีเฟรช" หรือล้างระบบอสุจิเก่าที่เสียหายออกไป เพื่อเปิดทางให้อสุจิชุดใหม่ที่สดใหม่และแข็งแรงกว่าเข้ามาแทนที่ ทีมวิจัยพบว่าการหลั่งสม่ำเสมอช่วยให้การเคลื่อนที่ของอสุจิ และอัตราการมีชีวิต ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่การงดหลั่งนานๆ กลับเพิ่มความเสี่ยงที่ DNA ของอสุจิจะได้รับความเสียหาย
ปัจจุบันคำแนะนำทางการแพทย์สำหรับการตรวจเชื้อหรือการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ยังคงแนะนำให้งดหลั่งประมาณ 2-7 วันก่อนเก็บตัวอย่าง แต่ข้อมูลใหม่นี้บ่งชี้ว่า การงดหลั่งในช่วงเวลาที่สั้นลงอาจส่งผลดีต่อคุณภาพอสุจิมากกว่าในบางกรณี ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญในยุคที่ปัญหาการมีบุตรยากในเพศชายกำลังเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากเรื่องพฤติกรรมการหลั่งแล้ว แพทย์ยังระบุว่าสาเหตุหลักของการมีบุตรยากในชายอีกประการหนึ่งคือ โรคเส้นเลือดขอดในถุงอัณฑะ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการผลิตและการเคลื่อนที่ของอสุจิ ดังนั้นการดูแลสุขภาพโดยรวมควบคู่ไปกับการรักษาความสดใหม่ของอสุจิจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ชายที่วางแผนจะมีครอบครัว