โหลดเลย! ต่อใบขับขี่ออนไลน์ ทำได้ผ่านแอพ DLT เริ่ม มิ.ย.69 อายุไม่เกิน 55 ปี และใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปีไม่ต้องสอบใหม่
คนมีรถต้องรู้ หลังมีการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับใหม่ เปิดทางให้ต่อใบขับขี่ผ่านระบบออนไลน์ ในแอปพลิเคชัน DIL ได้แล้วในบางกรณี ช่วยลดขั้นตอน ลดเวลาเดินทาง พร้อมเพิ่มความปลอดภัยในการคัดกรองผู้ขับขี่ คาดพร้อมเปิดใช้งานเต็มรูปแบบภายในเดือนมิถุนายน 2569 นี้
กรมการขนส่งทางบก จับมือกระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ายกระดับการให้บริการ “ต่อใบขับขี่” สู่ระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนใช้งานได้สะดวกขึ้น ลดภาระการเดินทางและการรอคิวที่สำนักงานขนส่ง พร้อมพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพเข้ามาใช้ตรวจสอบ ทำให้ขั้นตอนต่างๆ ง่ายขึ้น ควบคู่กับความปลอดภัยที่มากยิ่งขึ้น
ใครต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้บ้าง?
- ผู้ที่มีอายุไม่เกิน 55 ปี และใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปี สามารถยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายที่สำนักงานขนส่ง ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและประหยัดเวลาได้อย่างมาก
ใครยังต้องไปขนส่ง?
- ผู้ที่มีอายุเกิน 55 ปี (ต้องตรวจร่างกายตามช่วงวัย)
- ผู้ที่ใบขับขี่ขาดอายุเกิน 1 ปี (ต้องอบรมและทดสอบตามขั้นตอนเดิม)
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือเงื่อนไขด้านสุขภาพที่ต้องตรวจเพิ่มเติม
- ผู้ที่ทำใบขับขี่ครั้งแรก (ยังต้องสอบทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ)
ระบบใหม่ ดีขึ้นยังไง?
การพัฒนาครั้งนี้ไม่ได้แค่ “ทำออนไลน์” แต่เป็นการยกระดับทั้งระบบ โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลใบรับรองแพทย์กับกระทรวงสาธารณสุขผ่านระบบ API ทำให้สามารถตรวจสอบที่มาและความถูกต้องของเอกสารได้แบบเรียลไทม์ ลดปัญหาเอกสารปลอม และเพิ่มความน่าเชื่อถือ
นอกจากนี้ ยังเตรียมกำหนดมาตรฐานการตรวจ “สมรรถภาพทางสายตา” ร่วมกับแพทย์ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจจากสถานพยาบาลใกล้บ้านได้เลย ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง
ในช่วงเริ่มต้น ระบบจะรองรับข้อมูลจากโรงพยาบาลก่อน และมีแผนขยายไปยังคลินิกทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าถึงง่ายมากขึ้นในอนาคต
สิ่งที่ต้องเตรียม (แม้ทำออนไลน์ก็ต้องมี)
- ใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1 เดือน)
- ผ่านการอบรมออนไลน์ (e-Learning)
- ยื่นคำขอและอัปโหลดเอกสารผ่านระบบ
- ชำระค่าธรรมเนียมผ่าน e-Payment
- เลือกรับใบขับขี่ (ไปรษณีย์ / จุดบริการ / ช่องทางอื่น)
ขั้นตอนจองคิวผ่านแอป DLT Smart Queue (ครบ 10 ขั้นตอน)
- ดาวน์โหลดแอป DLT Smart Queue และเข้าสู่ระบบผ่าน ThaID
- เลือกสำนักงานขนส่งที่ต้องการใช้บริการ (ควรเลือกใกล้บ้าน)
- เลือกหมวด “งานใบอนุญาต”
- เลือกประเภทใบขับขี่ (ส่วนบุคคล / สาธารณะ / ขนส่ง)
- เลือกบริการ “ทำใบขับขี่ใหม่” หรือ “ต่ออายุใบขับขี่”
- เลือกประเภทรถ เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือทั้งสองประเภท
- เลือกประเภทงาน เช่น ต่ออายุ 5 ปี → 5 ปี (อบรมออนไลน์ / อบรมที่สำนักงาน)
- เลือกวันจองคิว
- สีเขียว = คิวว่าง
- สีแดง = คิวเต็ม
- สีเทา = วันหยุดราชการ - เลือกรอบเวลา (ควรไปก่อนเวลานัดอย่างน้อย 15 นาที)
- ตรวจสอบรายละเอียด และกดยืนยันการจอง (1 คน จองได้ 1 คิว ต่อ 1 ประเภทงาน)
ในแต่ละปี มีผู้ต่อใบขับขี่จำนวนมาก การนำระบบออนไลน์มาใช้จึงช่วยลดความแออัดในสำนักงานขนส่ง และเพิ่มความคล่องตัวให้กับประชาชนได้อย่างชัดเจน การเปิดให้ต่อใบขับขี่ออนไลน์ ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญของภาครัฐในยุคดิจิทัล ที่เน้นทั้ง “ความสะดวก” และ “ความปลอดภัย” ไปพร้อมกัน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ ซึ่งช่วยให้การคัดกรองผู้ขับขี่มีความแม่นยำและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและขั้นตอนการลงข้อมูล :https://safedrivedlt.com
ขอขอบคุณที่มาจาก: กรมการขนส่งทางบก และกระทรวงสาธารณสุข