โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อ.อุ๋ย ให้ทางเลือกรัฐบาล…ก่อนไทยลุกเป็นไฟเพราะวิกฤตน้ำมัน!

TOJO NEWS

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Admin Tojo

อาจารย์อุ๋ย ลั่น! รัฐบาลไทยต้องเลิกเอาใจพญาอีแร้ง! รีบ "ถอนตัว" หรือ "ลดระดับ" ข้อตกลง อินโด-แปซิฟิก (IPEF) ก่อนไทยลุกเป็นไฟเพราะวิกฤตน้ำมัน

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงาน นายประพฤติฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสเฟสบุ๊คแสดงความเห็นว่า

“ขณะนี้โลกกำลังเผชิญกับ "มหาพายุทางภูมิรัฐศาสตร์" จากการปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือพันธะผูกพันของไทยและสหรัฐฯ ในการที่สหรัฐฯ ใช้กรอบ Indo-Pacific Economic Framework (IPEF) เป็นเครื่องมือ "แฝง" ทางทหาร บีบให้ไทยต้องเปิดท่าเรือให้เรือรบอเมริกาจอดเติมน้ำมัน ซึ่งนี่คือการโยนฟืนเข้ากองไฟในความสัมพันธ์ไทย-อิหร่านโดยตรง

IPEF คือกับดักเศรษฐกิจที่แฝงด้วยกลิ่นอายสงคราม เพราะ IPEF ถูกก่อตั้งขึ้นโดยสหรัฐฯ เพื่อ "คานอำนาจจีน" โดยเน้น 4 เสาหลัก ได้แก่ การค้า, ห่วงโซ่อุปทาน, เศรษฐกิจสะอาด และเศรษฐกิจที่เป็นธรรม ซึ่งโดยนิตินัย IPEF จะไม่ใช่สนธิสัญญาทางการค้า (FTA) ที่เน้นการเปิดตลาด แต่ในทางพฤตินัย เสาหลักที่ 2 (Supply Chain Resilience) และ เสาหลักที่ 3 (Clean Economy) กลับเปิดช่องให้มีการประสานงานด้าน "โลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน" ซึ่งสหรัฐฯ มักตีความรวมถึงการสนับสนุนทางเทคนิคและพลังงานแก่กองเรือของตนในนามของ "ความมั่นคงทางทะเล"

ดังนั้น การที่ไทยยอมให้เรือรบสหรัฐฯ มาจอดเทียบท่าเพื่อเติมเชื้อเพลิงในยามที่สหรัฐฯ กำลังทำสงครามกับอิหร่าน คือการประกาศตัวเป็น "ฐานสนับสนุนทางยุทธศาสตร์" ซึ่งขัดต่อหลักความเป็นกลางอย่างชัดเจน

สิ่งที่ไทยจะได้จาก IPEF ก็คือ การเข้าถึงเทคโนโลยีสีเขียว, การดึงดูดการลงทุนแบบ Friend-shoring ซึ่งหมายถึง กลยุทธ์การย้ายฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ไปยังประเทศพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ดี หรือมีความเชื่อมั่นต่อกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และป้องกันการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน โดยเน้นความมั่นคงมากกว่าต้นทุนและการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกที่นำโดยสหรัฐฯ ซึ่งในสภาวะปกติอาจดูหอมหวาน

แต่ ณ ตอนนี้ อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของน้ำมันโลก และปัจจุบันอิหร่านมีท่าทีเป็นมิตรกับไทย ถึงขั้นเสนอขายน้ำมันราคาถูกแลกกับสินค้าเกษตร (Barter Trade) แต่หากไทยยอมให้ศัตรูของอิหร่านมาใช้แผ่นดินไทยเป็นจุดเติมเสบียงสงคราม "สิทธิพิเศษ" นี้อาจจะมลายหายไปทันที และไทยอาจถูกตัดขาดจากแหล่งพลังงานสำรองที่สำคัญที่สุด ซึ่งจะเป็นหายนะจากการคงพันธะตาม IPEF

ข้อเสนอแนะ: ไทยต้อง "ถอนตัว" หรือ "ปรับลดระดับ" เพื่อรักษาอธิปไตย

ในทางกฎหมายระหว่างประเทศ ไทยมีสิทธิ "สงวนสิทธิ์" (Reservation) หรือปรับเปลี่ยนขอบเขตการปฏิบัติตามข้อตกลงหากส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติอย่างร้ายแรง ผมจึงขอเสนอให้รัฐบาลดำเนินการดังนี้:

1. Declaring Red Line คือประกาศให้ชัดเจนว่าความร่วมมือภายใต้ IPEF จำกัดเฉพาะ "เศรษฐกิจพลเรือน" เท่านั้น ไม่รวมถึงการสนับสนุนทางโลจิสติกส์แก่ยุทโธปกรณ์ในสภาวะสงคราม

2. Pivot to Iran โดยเร่งเจรจาความตกลงทวิภาคีกับอิหร่านเพื่อนำเข้าน้ำมันดิบราคาถูกในรูปแบบแลกเปลี่ยนสินค้า เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยไม่ต้องผ่านระบบการเงินที่สหรัฐฯ ควบคุม

3. Downgrade Commitments: หากสหรัฐฯ ยังคงกดดันให้ไทยสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานทางยุทธศาสตร์ในการต่อสู้กับอิหร่านไม่ว่าในรูปแบบใดๆ ก็ตาม ไทยต้องพิจารณาลดระดับจากการเป็น "สมาชิกเต็มตัว" เป็นเพียง "ผู้สังเกตการณ์" ในบางเสาหลักที่สุ่มเสี่ยงต่อความขัดแย้ง

บทสรุป: รัฐบาลต้องเลือกระหว่างตัวเลขส่งออกที่อาจดูดีขึ้นเล็กน้อยในกระดาษของ IPEF กับ ความอยู่รอดของประชาชนไทยที่ไม่ต้องแบกรับค่าน้ำมันมหาโหด จากการเป็นศัตรูกับเจ้าของทรัพยากร เพราะพลังงานคือหัวใจของชาติ และอธิปไตยไทยไม่ได้มีไว้ให้ใครมาใช้เป็นปั๊มน้ำมันกลางสนามรบ!

ด้วยความปราถนาดี

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...