โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ครบรอบ 1 ปี ‘ตึก สตง. ถล่ม’ จากเหตุแผ่นดินไหวสู่การเขย่าปัญหา ความโปร่งใส และคดีทุจริตระดับชาติ

The MATTER

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 11.03 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. เวลา 07.50 น. • Politics

28 มีนาคม 2569 ผ่านมาแล้ว 1 ปี กับโศกนาฏกรรมตึก สตง. ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวในปี 2568 ทำให้มีคนงานและผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมากติดอยู่ใต้ซากอาคาร ซึ่งนำมาสู่การตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ และการดำเนินคดีต่อวิศวกร ผู้ควบคุมงาน รวมถึงกิจการร่วมค้า

สาเหตุที่ทำให้ตึก สตง. ถล่มคืออะไร? ความคืบหน้าของแต่ละคดีดำเนินไปถึงขั้นไหน? The MATTER รวบรวมมาให้ในโพสต์นี้

ย้อนรอยแผ่นดินไหว 8.2 ริกเตอร์

ช่วงบ่ายวันที่ 28 มีนาคม 2568 เกิดเหตุแผ่นดินไหวจากกลุ่มรอยเลื่อนสะกาย (Sagaing Fault) ซึ่งเป็นรอยเลื่อนขนาดใหญ่ที่มีความยาวประมาณ 1,200 กิโลเมตร วางตัวอยู่แนวทิศเหนือ-ใต้ ผ่านกลางประเทศเมียนมา โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้มีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองมัณฑะเลย์ มีขนาด 8.2 ริกเตอร์ ความลึก 10 กิโลเมตร ความแรงนี้ส่งมาถึงหลายพื้นที่ในประเทศไทยที่สามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่บนตึกสูง

ท่ามกลางความตื่นตระหนกของใครหลายๆ คน ได้มีคนบันทึกเหตุการณ์และเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย ปรากฏภาพตึกสูงที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในเขตจตุจักร พังถล่มลงมาทั้งหมด โดยมีคนงานก่อสร้างรีบวิ่งหนีออกมาจำนวนหนึ่ง

ภาพ อาคารก่อสร้าง สตง. ถล่ม เมื่อ 28 มี.ค. 2568 (Photographer: Asadawut Boonlitsak)

ปรากฏว่า ตึกดังกล่าวเป็นอาคารของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยตึกนี้มีความสูง 30 ชั้น หลังเกิดเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เร่งเข้าช่วยเหลือค้นหาผู้ที่ติดอยู่ในอาคารทันที และปักหลักอยู่หลายสัปดาห์ จนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2568

1 กรกฎาคม 2568 สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้รายงานตัวเลขความสูญเสียจากเหตุการณ์นี้ มีผู้เสียชีวิตรวม 95 ราย สูญหาย 1 ราย

รู้จักโครงการก่อสร้างอาคาร สตง. และสาเหตุที่ทำให้ตึกถล่ม

โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการแห่งใหม่ของ สตง. ริเริ่มงานจ้างออกแบบในปี 2561 โดยกลุ่มร่วมค้า บจก. ฟอ-รัม อาร์คิเทค และ บจก. ไมนฮาร์ท ด้วยวงเงิน 73 ล้านบาท

จากนั้นได้มีการทำสัญญาก่อสร้างในปี 2563 มีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2569 ด้วยมูลค่างานจ้างก่อสร้างกว่า 2,136 ล้านบาท โดยกิจการร่วมค้า ITD-CREC ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บจก. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ และ บจก. ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย)

ส่วนการดูแลงานจ้างควบคุมงานอยู่ในการดูแลของกิจการร่วมค้า PKW (บจก. พี เอ็น ซิงค์โครไนซ์, บจก. ว. และสหาย คอนซัลแตนตส์ และบจก. เคพี คอนซัลแทนส์) ด้วยวงเงิน 74.65 ล้านบาท ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้างและรับรองการทดสอบคุณสมบัติของพัสดุในการก่อสร้างทุกรายการตามแบบรูปรายการ

ทั้งนี้ สตง. ยืนยันว่ากระบวนการดำเนินการก่อสร้างเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศฯ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการรับน้ำหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคาร และดำเนินโครงการตามหลักความสุจริต มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้ แต่เมื่อมีการตรวจสอบกลับพบว่า มีปัญหาการก่อสร้างล่าช้าและมีข้อบกพร่องด้านวิศวกรรมหลายประการ

ภาพ โครงสร้างตึก สตง. วันที่ 30 เม.ย. 2568 (Photographer: Asadawut Boonlitsak)

โดยผลการตรวจสอบพบความบกพร่องการออกแบบอาคารและวิธีการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ระบุว่า การพังถล่มของอาคารเริ่มต้นที่ส่วนล่างของอาคาร ชั้น 1-4 เนื่องจากแรงเฉือนที่เกิดจากแผ่นดินไหวกระทำต่อผนังรับแรงเฉือนจนเกิดการวิบัติ ซึ่งผลการทดสอบเฉลี่ยของก้อนตัวอย่างคอนกรีตจากผนังรับแรงเฉือนได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

ขณะที่แบบรายละเอียดที่ใช้ในการก่อสร้างไม่เป็นไปตามกฎหมายที่บังคับใช้ ส่งผลให้อาคารรับแรงกระทำได้น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด และระยะฝังของเหล็กเสริมที่จุดต่อของจุดต่อโครงสร้าง (Link Beam) กับผนังรับแรงเฉือนน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้จุดต่อบริเวณดังกล่าวอ่อนแอลง

การดำเนินคดีและความคืบหน้า

22 กรกฎาคม 2568 มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งที่เป็นนิติบุคคลและบุคคลธรรมดารวม 23 ราย ต่อศาลอาญา ในฐานเป็นผู้มีวิชาชีพการออกแบบ ควบคุม ก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และร่วมกันปลอมเอกสาร โดยครอบคลุมตั้งแต่วิศวกร ผู้ควบคุมงาน กิจการร่วมค้า หนึ่งในนั้นมี เปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท อิตาเลียนไทย อยู่ด้วย

ล่าสุด 20 มีนาคม 2569 เฟซบุ๊กเพจสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการดำเนินคดี ดังนี้

1) ศาลอาญามีการสั่งฟ้องผู้ต้องหา 23 ราย มีการนัดตรวจพยานหลักฐานแล้ว เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 และมีการนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569

2) กรมบัญชีกลาง ได้ดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดย สตง. ได้ตอบข้อซักถามและชี้แจงข้อมูล พร้อมจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อการตรวจสอบแล้ว

3) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินการสอบสวนกรณีความผิดตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (นอมินี) และสั่งฟ้องผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการ ในกรณีความผิดตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว

ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการทุจริต 72 ราย DSI ได้ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการ

4) จากการร้องเรียนว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการทุจริต ป.ป.ช. ได้รับเอกสารจาก สตง. ตามที่ร้องขอไปเรียบร้อยแล้ว โดย สุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุว่า มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนไปแล้ว โดยผู้ถูกกล่าวหาแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ตามที่ DSI เสนอ ได้แก่

ผู้บริหารองค์กรอิสระ ได้แก่ ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.), เลขานุการประธาน คตง., ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และอดีตผู้ว่าฯ สตง. คนที่เกี่ยวข้องกับการจ้างออกแบบ ก่อสร้าง และควบคุมงาน ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารบริหารพัสดุภาครัฐ

ทั้งนี้ 23 มีนาคม 2569 สุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าฯ และโฆษก สตง. ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนว่า สตง. ได้บอกเลิกสัญญาในส่วนของงานก่อสร้างและควบคุมงานไปแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง และประสานบริษัทประกันภัยให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

ส่วนแผนการก่อสร้างตึกใหม่จะไม่มีการดำเนินต่อ ยังไม่มีการตั้งงบประมาณใหม่ และหลังจากนี้จะยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินกับการรถไฟแห่งประเทศไทย

ภาพ รายงานสถานการณ์หลังอาคาร สตง. แห่งใหม่ทรุดตัวระหว่างก่อสร้าง ในวันที่ 28 มี.ค. 2568 (Photographer: Asadawut Boonlitsak)

ในส่วนของการเยียวยาผู้เสียหาย ได้มีการเยียวยาไปแล้วกว่า 129 ล้านบาท ครอบคลุมผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บและผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 96 ราย บาดเจ็บ 9 ราย เป็นการเยียวยาโดย “ไม่ผูกพัน” กับคดี และไม่ผูกพันต่อผลคำพิพากษาในอนาคต ทำให้ผู้เสียหายได้รับความช่วยเหลือทันทีโดยไม่ต้องรอผลคดี

อย่างไรก็ตาม ก็มีเสียงสะท้อนจากครอบครัวผู้เสียชีวิตบางส่วนที่มองว่า การเยียวยาที่ได้รับยังไม่เหมาะสมกับความสูญเสีย

การเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ ได้เปิดปัญหาที่ซุกไว้ใต้พรมจากการทุจริตที่เกิดขึ้นในระบบราชการ ซึ่งนำมาสู่ความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก เพราะในความเป็นจริง หากแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลังอาคารนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ ผู้สูญเสียอาจเป็นเหล่าเจ้าหน้าที่รัฐจาก สตง. ที่มีส่วนในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเองด้วยซ้ำ

นอกจากความสูญเสียทั้งชีวิตของแรงงานและงบประมาณแผ่นดินจากการก่อสร้างดังกล่าว ยังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือต่อหน่วยงานรัฐโดยเฉพาะองค์กรอิสระอย่าง ‘สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน’ ที่ควรทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของหน่วยงานรัฐ แต่องค์กรเหล่านี้กลับถูกตั้งคำถามด้วยเช่นกัน
Graphic Designer: Manita Boonyong
Editor: Thanyawat Ippoodom

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...