ผ่ากลยุทธ์ความซ่า "บ.หาดทิพย์" ในวันที่ความท้าทายพัดถล่ม แต่ทำไมขวด "โค้ก" ยังไม่แตก
หากพูดถึงหนึ่งในแบรนด์น้ำอัดลมที่อาจครองใจใครหลายคนมาอย่างยาวนาน แน่นอนว่า ต้องมีคนนึกถึง "โค้ก หรือ โคคา-โคล่า" แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าในประเทศไทยมีตัวแทนการผลิตอยู่ 2 เจ้าใหญ่ และหนึ่งในนั้นก็คือ บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือตัวแทนการผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในเครือโคคา - โคล่า ที่ครอบคลุมในพื้นที่ 14 จังหวัดในภาคใต้มาอย่างยาวนาน
และในวันนี้ PPTV Wealth จะพาทุกคนมาดูกลยุทธ์การทำธุรกิจของบริษัทนี้กันว่า เขาทำยังไงให้ "โค้ก" ยังครองใจผู้บริโภคได้จนถึงทุกวันนี้
และในวันที่โลกเต็มไปด้วยความผันผวน ผู้บริหารจะประคองขวดแก้วใบใหญ่นี้ไม่ให้แตกได้อย่างไร
ปี 68 สุดท้าทาย ตลาดเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ในพื้นที่ภาคใต้เติบโตเพียง 1%
พลตรี พัชร รัตตกุล หรือ “คุณดอลล่าร์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) เล่าให้ PPTV Wealth ฟังว่า แน่นอนว่าตลอดเส้นทางที่ผ่านมากว่า 50 ปีของหาดทิพย์ ความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ซึ่งในปี 2568 ถือเป็นปีที่ความท้าทายค่อนข้างสูง ทั้งจากเศรษฐกิจที่เผชิญความท้าทาย ความไม่แน่นอนทางภูมิศาสตร์ กำลังซื้อที่อ่อนตัว ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น อีกทั้งยังเจอกับภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในช่วงปลายปี จึงทำให้ตลาดเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ในพื้นที่ภาคใต้เติบโตเพียง 1% เท่านั้น
สิ่งเหล่านี้จึงทำให้หาดทิพย์ ต้องแก้เกมด้วยการปรับกลยุทธ์ เน้นขายผลิตภัณฑ์และทำโปรโมชั่น ที่ให้ความคุ้มค่าในสายตาผู้บริโภค รวมไปถึงต้องเร่งบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างรอบคอบ เพื่อให้บริษัทอยู่รอดในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา
และจากการเร่งแก้เกม ส่งผลให้ หาดทิพย์ มีรายได้จากการขายรวมในปี 2568 อยู่ที่ 8,258 ล้านบาท หรือเติบโต 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ราว 8,189 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 568 ล้านบาท ลดลง 5% จากปีก่อน ที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 601.68 ล้านบาท โดยรายได้หลักยังคงมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำอัดลม
จากผลประกอบการดังกล่าว ทำให้คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเมื่อวันที่ 4 มี.ค ที่ผ่านมา เสนอผู้ถือหุ้นขออนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.99 บาท ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีในวันที่ 23 เม.ย. ที่จะถึงนี้ ซึ่ง คุณดอลล่าร์ ระบุว่า ในส่วนของเงินปันผลระหว่างกาลของปี 2568 บริษัทฯ ได้จ่ายเงินไปแล้วเมื่อเดือน ก.ย. ในอัตราหุ้นละ 0.45 บาท และยังคงเหลือเป็นเงินปันผลงวดสุดท้ายของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.54 บาท โดยจะจ่ายในวันที่ 20 พ.ค. 2569
ปี 2569 ความท้าทายยังอยู่ เพิ่มยอดขายขวดแก้ว รับมือราคาเม็ดพลาสติกพุ่ง
และถ้าหากถามว่าในปี 2569 นี้ ความท้าทายหรือความเสี่ยงต่างๆ หมดไปแล้วหรือยัง คุณดอลล่าร์ ถึงกลับรีบตอบว่า "ยัง" เพราะ ภาพรวมการแข่งขันในตลาดปีนี้ยังแข่งขันกันดุเดือด อีกทั้งการดำเนินธุรกิจยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสงครามในตะวันออกกลางที่คาดว่าจะยืดเยื้อ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุนวัตถุดิบ และราคาพลังงาน กระทบค่าขนส่ง อีกทั้งความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่งผลต่อการนำเข้าวัตถุดิบ ยังคงเป็นความท้าทายหลักเช่นกัน
ดังนั้น ในปี 2569 นี้ หาดทิพย์ จึงเน้นวางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ไปที่การบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรับมือกับความท้าทาย โดยจะให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน ติดตาม - บริหาร ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นอย่างใกล้ชิด รวมถึงเตรียมเร่งขยายการกระจายสินค้าและเพิ่มยอดขายในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วให้มากขึ้น แทนการใช้พลาสติก เพื่อลดความผันผวนจากราคาเม็ดพลาสติกที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และจะนำรถพลังงานสะอาดมาใช้ในการขนส่ง เพื่อเป็นหมากเดินเกมในปีนี้
ขณะที่กลยุทธ์ทางด้านการตลาด เล่าว่า บริษัทฯ มีแผนจะออกเครื่องดื่มไม่มีน้ำตาล เพื่อรองรับภาษีความหวานและเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค และในปี 2569 จะให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมมาเพิ่มในสินค้าใหม่เป็นพิเศษ อย่างการ เร่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติแปลกใหม่ที่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล
นอกจากนี้ ยังตีตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ ในกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมี่ยม ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค โดยคุณดอลล่าร์ เชื่อว่าการนำนวัตกรรมใหม่ๆเหล่านี้มาใส่ลงในสินค้า จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นการบริโภคและสร้างความคึกคักให้กับตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ได้ตลอดทั้งปี 2569
ขณะที่อีกกลยุทธ์ที่ PPTV Wealth มองว่าน่าสนใจคือการออกบรรจุภัณฑ์ที่เข้าถึงง่าย โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจตึงตัว เช่น การทำสินค้าราคา 10 บาท โดยคุณดอลล่าร์ บอกว่าถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคยังสามารถจับต้องได้
"ธุรกิจของเรามีจุดเด่น คือ สามารถมอบ ช่วงเวลาแห่งความสุขเล็กๆให้กับผู้บริโภคได้ แม้จะใช้เงินเพียงเล็กน้อย อย่างการจ่าย 10 บาท แต่ได้ความสุขในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งยังคงตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจแบบใดก็ตาม"
โดยคุณดอลล่าร์ บอกว่า กลยุทธ์การตลาดปีนี้ คือ การทำอย่างไรให้ผู้บริโภคนึกถึง "โค้ก" เป็นอันดับแรก ไม่ใช่ไปคิดถึงแบรนด์อื่น ขณะเดียวกัน สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยเฉพาะในภาคใต้
ซึ่งหากสภาวะความขัดแย้งต่าง ๆ ไม่ลุกลามบานปลาย หาดทิพย์ คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้จากการขายได้ที่ประมาณ 8,500 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 3-5% แต่หากในกรณีที่เลวร้ายที่สุดประเมินว่าจะส่งผลต่อค่าขนส่ง ต้นทุนบรรจุภัณฑ์เกิน 100 ล้านบาท
ยืนยันยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาเครื่องดื่มอย่างแน่นอน
ส่วนคำถามที่ PPTV Wealth เชื่อว่าหลายคนคงอยากได้ยินมากที่สุด คือ ท่ามกลางภาวะราคาพลังงานที่ผันผวนแบบนี้ส่งผลให้ต้นทุนต่างๆมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น บริษัทฯ จะปรับขึ้นราคาสินค้าขึ้นหรือไม่
โดยคุณดอลล่าร์ ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาเครื่องดื่มอย่างแน่นอน เพื่อไม่ผลักภาระไปสู่ผู้บริโภค เนื่องจากเชื่อว่าบริษัทฯยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนและกำไรได้อย่างดี และจะพยายามแบกรับต้นทุนไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมระบุว่าน้ำอัดลมเป็นหนึ่งในสินค้ากลุ่มเฝ้าระวังซึ่งไม่สามารถปรับขึ้นราคาเองได้ แต่หากแบกรับต้นทุนไม่ไหวจริงๆ ก็อาจต้องมีการปรับขึ้น เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดต่อไปได้
พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ความท้าทายในปี 2569 จะมีความซับซ้อนมากขึ้น และอาจต้องเจอกับความผันผวนทางเศรษฐกิจตลอดทั้งปี แต่ “หาดทิพย์" มีประสบการณ์ในการบริหารและสามารถปรับตัวได้ดีตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่าถ้าเราไม่ประมาทและสถานการณ์ความตึงเครียดไม่บานปลาย ก็เชื่อว่าจะสามารถจัดการกับความผันผวนและเดินกลับเข้าสู่เส้นทางการเติบโตได้ตามปกติเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดหม้อกลยุทธ์! สุกี้ตี๋น้อย! ชูโมเดล "ตี๋น้อย PLUS+" สู้สงครามหม้อไฟที่ยังดุเดือด
คนไทยสอบผ่านความรู้การเงินแต่สอบตก "การลงมือทำ" แนะ 7 เคล็ดลับคนรวย สู้ยุค Longevity
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผ่ากลยุทธ์ความซ่า "บ.หาดทิพย์" ในวันที่ความท้าทายพัดถล่ม แต่ทำไมขวด "โค้ก" ยังไม่แตก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com