กขค. ลงดาบมาเฟียมะพร้าวน้ำหอม เจาะปมฮั้วราคา-แบ่งโควตาตู้คอนเทนเนอร์ส่งออก
สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ปฏิบัติการเชิงรุก สแกนทุจริตเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมมะพร้าวส่งออกราชบุรี หลังพบความผิดปกติส่วนต่างราคารับซื้อและขายปลีก เปิดโพย 3 ประเด็นฉาว "กลุ่มทุนข้ามชาติ" ส่อพฤติกรรมกำหนดราคาผ่านออนไลน์และคุมโควตาการส่งออกจำกัดรายย่อย เร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิดตามมาตรา 50, 54 และ 57 แห่ง พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้าฯ ปกป้องกลไกตลาดและเกษตรกรต้นน้ำ
31 มีนาคม 2569—สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) ยกระดับการตรวจสอบสถานประกอบการมะพร้าวน้ำหอมทั้งระบบ หลังพบสัญญาณความผิดปกติในกลไกราคาที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างรุนแรง โดยเมื่อวันที่ 28 - 29 มีนาคม 2569 ทีมพนักงานเจ้าหน้าที่นำโดยที่ปรึกษาด้านการสืบสวนสอบสวน ได้ลงพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน บันทึกถ้อยคำ และตรวจสอบเอกสารจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่สวนมะพร้าว โรงงานแปรรูป ไปจนถึงผู้ส่งออกรายใหญ่
การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อคลี่คลายเงื่อนงำกรณีผู้ประกอบธุรกิจบางรายกระทำการเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ซึ่งส่งผลให้ราคารับซื้อหน้าสวนดิ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิต สวนทางกับราคาจำหน่ายในตลาดปลายทางที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
3 นัยบิดเบือนกลไกตลาด
ผศ. ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยข้อมูลจากการลงพื้นที่ซึ่งชี้ให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่ทำลายระบบการค้าเสรีอย่างเป็นขบวนการ โดยแบ่งออกเป็นประเด็นหลักที่น่าสนใจดังนี้:
1. การรวมกลุ่มกำหนดราคา (Price Fixing) และแบ่งส่วนตลาด
จากการตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบธุรกิจรับซื้อและส่งออกรายใหญ่ ซึ่งมีกลุ่มทุนต่างชาติถือหุ้นหรือมีอำนาจควบคุม มีพฤติกรรมนัดหมายตกลงราคารับซื้อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรโควตาตู้คอนเทนเนอร์ส่งออกระหว่างกัน เพื่อจำกัดโอกาสทางการค้าของผู้เล่นรายอื่นในตลาด
“มีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบธุรกิจรับซื้อและส่งออกมะพร้าวรายใหญ่จำนวนหนึ่ง… มีพฤติกรรมนัดหมายและตกลงกำหนดราคารับซื้อมะพร้าวหน้าโรงงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันผ่านช่องทางการสื่อสารออนไลน์… พฤติกรรมเหล่านี้อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม มาตรา 54”
2. การใช้อำนาจเหนือตลาดกดราคารับซื้อ (Abuse of Market Power)
กลุ่มทุนรายใหญ่ใช้ข้อได้เปรียบจากการคุมช่องทางลอจิสติกส์และตลาดปลายทาง บีบให้เกษตรกรต้องยอมขายผลผลิตในราคาต่ำอย่างไม่เป็นธรรม โดยส่วนต่างระหว่างราคาหน้าสวนกับราคาขายปลีกที่ห่างกันอย่างผิดสังเกต บ่งชี้ถึงการใช้อำนาจเหนือตลาดเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนเกิน
“ส่วนต่างระหว่างราคาหน้าสวนกับราคาปลายทางที่ห่างกันอย่างผิดสังเกตนี้ บ่งชี้ถึงความไม่โปร่งใสในกลไกราคาตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจเป็นความผิดตามมาตรา 50 และมาตรา 57”
3. การสำแดงเท็จและบิดเบือนคุณภาพสินค้า
นอกเหนือจากประเด็นทางกฎหมายการแข่งขัน ยังพบการปลอมปนในผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวส่งออก โดยสำแดงว่าเป็นน้ำมะพร้าวแท้ 100% ทั้งที่มีการผสมสารอื่น พฤติกรรมนี้นอกจากจะทำลายความเชื่อมั่นสินค้าไทยในตลาดโลกแล้ว ยังเป็นปัจจัยเสริมที่กดดันให้ราคามะพร้าวภายในประเทศผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง
กางข้อกฎหมาย เตรียมดำเนินคดีปกป้องเศรษฐกิจฐานราก
ขณะนี้สำนักงาน กขค. อยู่ระหว่างขั้นตอนการวิเคราะห์เชิงลึกจากหลักฐานที่อายัดมาได้ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเลขาธิการฯ เน้นย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ประกอบการที่ใช้ช่องว่างทางการตลาดเอาเปรียบผู้มีส่วนได้เสีย
“สำนักงาน กขค. ยืนยันเจตนารมณ์ในการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเข้มแข็ง เพื่อปกป้องเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต ตลอดจนส่งเสริมให้ตลาดมะพร้าวน้ำหอมมีการแข่งขันที่เป็นธรรม”
ปฏิบัติการนี้ไม่ใช่แค่การตรวจเยี่ยมทั่วไป แต่เป็นการ "ผ่าตัดโครงสร้าง" เพื่อรื้อระบบมาเฟียเกษตรและกลุ่มทุนข้ามชาติที่เข้ามาแทรกแซงกลไกราคาจนทำลายระบบเศรษฐกิจฐานรากของไทยในระยะยาว