ชู 4 “สินทรัพย์เด่น” รับ “สงคราม” คลี่คลาย”... “หุ้นเทคฯ สหรัฐ-หุ้นเทคฯ เอเชีย-หุ้นยุโรป-หุ้นญี่ปุ่น” ส่วนธีม “Memory Chip” แนวโน้มโตรับดีมานด์พุ่ง !!!
Fun of Funds: รู้หรือไม่?…ท่ามกลางความวุ่นวายของ “สงคราม” ในตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย “โอกาสลงทุน” กำลังเริ่มกลับมา
ในช่วงไตรมาสที่ 1/26 ที่ผ่านมา “ตลาดหุ้นทั่วโลก” โดยรวมให้ผลตอบแทนเป็นลบ โดยดัชนีหุ้นทั่วโลกยังคงปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องจากประเด็น “สงคราม” ในตะวันออกกลางและยังคงกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกต่อเนื่องในไตรมาสที่2/26
อย่างไรก็ตาม สัญญาณล่าสุดเริ่มเห็นว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีการยื่นข้อเสนอต่อกันและมีความพยายามเจรจาเพื่อ “ยุติสงคราม” ลงถือเป็นพัฒนาการในเชิงบวก หากสามารถบรรลุข้อตกลงได้สำเร็จ จะช่วยให้บรรยากาศการลงทุนกลับเข้าสู่ภาวะ “Risk-on” อีกครั้ง และเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดหุ้น “ฟื้นตัวได้” เช่นกัน
อีกธีมคือ “Memory Chip” ก็ยังคงเติบโตท่ามกลางภาวะสงครามนี้ตามดีมานด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
มีสินทรัพย์อะไรบ้างที่น่าสนใจหาก “สงครามคลี่คลาย” ลง และทำไมธีม “Memory Chip” จึงน่าสนใจ ไปอัปเดตมุมมองจาก “ผู้เชี่ยวชาญ” พร้อมๆ กันได้เลย
4 “สินทรัพย์เด่น” ไตรมาสที่2/26 รับ “สงคราม” คลี่คลาย
โดย "ณัฐพร ศรีเทียมทอง" ฝ่ายกลยุทธิ์ผลิตภัณฑ์ บล.บลูเบลล์ บอกว่า “ตลาดหุ้นทั่วโลก”ปรับตัวลดลง ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง อันเป็นผลจากความตึงเครียดของ “สงคราม” ในตะวันออกกลาง ซึ่งยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวอาจผลักดันให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น หากความขัดแย้งยืดเยื้อและ “ช่องแคบฮอร์มุซ” ยังคงถูกปิด อย่างไรก็ตามล่าสุดเริ่มเห็นพัฒนาการในเชิงบวกเพื่อ “ยุติสงคราม” จากทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเป็นพัฒนาการเชิงบวกหากสถานการณ์คลี่คลาย โอกาสการลงทุนก็พร้อมจะกลับมาเช่นกัน
(ณัฐพร ศรีเทียมทอง)
“บริษัทยังมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น ‘กลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐ’ รวมถึง ‘กลุ่มเทคฯ ในเอเชีย’ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานโดยรวมยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่ม Hyperscalers ที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อความต้องการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Semiconductor, Data Center & Infrastructure, Energy รวมถึง Network & Hardwareแม้ในระยะสั้นตลาดจะเผชิญแรงขายในลักษณะ Panic sell แต่เรามองว่านี่เป็นโอกาสในการ ‘ทยอยสะสม’ สำหรับนักลงทุนระยะยาว”
ใน “ระยะสั้น” ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อภาวะ “Stagflation” โดยเงินเฟ้อยังคงถูกขับเคลื่อนจากฝั่งอุปสงค์ ขณะที่ตลาดแรงงานยังคงชะลอตัว โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม “ตลาดเกิดใหม่” (EM)ในเอเชียรวมถึงญี่ปุ่นซึ่งมีการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง ทำให้มีความเปราะบางต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมากกว่าภูมิภาคอื่น แต่ถ้าหากสงครามเริ่มมีท่าทีที่คลี่คลายลงเรามองว่า “ตลาดหุ้นเอเชีย” จะกลับมามีความน่าสนใจอีกครั้ง
สำหรับ “กลยุทธ์การลงทุน” ที่แนะนำ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่ แต่ปัจจัยพื้นฐานบางประเทศหรือบาง Sector ยังคงดีอยู่ เรายังคงแนะนำ “Overweight” หุ้นโดยเน้น “ตลาดสหรัฐ” เป็นหลัก เนื่องจากแนวโน้มกำไรของดัชนี S&P 500 ยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่แรงขายที่ผ่านมา มองเป็นโอกาส “ทยอยสะสม” สำหรับการลงทุนระยะยาว (แนะนำกองทุน SCBS&P500A)
นอกจากนี้ ควรกระจายการลงทุนไปยังตลาดที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง เช่น ยุโรป (ES-EG-A), ญี่ปุ่น(ASP-NGF, ES-JE), เกาหลีใต้(SCBKEQTG) และบราซิล (DAOL-BRAZILEQ) ซึ่งได้รับอานิสงส์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อยู่ในระดับสูง และแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังเติบโตต่อเนื่อง
“อีกทั้งควรมีกองทุนในกลุ่ม ‘Growth’ ติดพอร์ต (ES-GTECH) เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโต และเสริม ‘สินทรัพย์นอกตลาด’(ONE-LIFESET) เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวมด้วยเช่นกัน”
ชู “Memory Chip” เกาะเทรนด์ AI รับดีมานด์พุ่ง “โตก้าวกระโดด”
ในขณะที่ “ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี บอกว่า เทรนด์ AI ของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม“ชิปหน่วยความจำ” (Memory Chip) ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบดิจิทัล มีความสำคัญต่อการจัดเก็บข้อมูล (Storage) ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท และการได้รับประโยชน์โดยตรงจากความต้องการพื้นที่จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลมหาศาลใน Data Center สำหรับฝึกฝนโมเดล AIกำลังเป็นกระแสผลักดันให้อุตสาหกรรม Memory Chip เข้าสู่รอบการเติบโตก้าวกระโดดครั้งใหม่ (Super Cycle)
“การลงทุนเกาะเทรนด์การเติบโตระยะยาวของเทคโนโลยี AI ผ่านอุตสาหกรรม ‘Memory Chip’ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต โดยเฉพาะการเติบโตของ Storage (NAND/SSD) จะเป็นตัวขับเคลื่อนรอบใหม่ของอุตสาหกรรม จากความต้องการ Memory Chip ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ Supply โตไม่ทันและถูกควบคุมโดยผู้ผลิตรายใหญ่ไม่กี่ราย ที่ได้เปลี่ยนกลยุทธ์จากเน้นปริมาณเป็นควบคุมอุปทาน และปรับสายการผลิตไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง เช่น HBM (High Bandwidth Memory) และ DDR5 ทำให้ราคาชิปดีดตัวขึ้นและอัตรากำไรมีแนวโน้มเติบโตสูง จึงเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ "
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนรับ “สงครามคลี่คลาย” เมื่อโอกาสการลงทุนเปิดขึ้นอีกครั้ง ยังมี 4 สินทรัพย์ที่น่าสนใจทั้ง “หุ้นเทคฯ สหรัฐ-หุ้นเทคฯ เอเชีย-หุ้นยุโรป-หุ้นญี่ปุ่น” ที่ได้รับผลกระทบในช่วงที่ผ่านมา มีโอกาสจะฟื้นตัวกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้อีกครั้ง รวมถึงหุ้นธีม “Memory Chip” ที่แนวโน้มโตต่อเนื่องตามดีมานด์ที่โตก้าวกระโดด น่าจะเป็นทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตให้ได้เป็นอย่างดี