ใครทำให้เสือกลายเป็นแมวขี้เซา
ตอนเด็กๆ จำได้ว่าคุณครูบอกว่าประเทศไทยเป็น 1 ในเสือ 3 ตัวของ ASEAN ร่วมกับสิงคโปร์และมาเลเซีย บัดนี้ 2 ประเทศนั้นก็ยังคงเป็นเสือ มีความเจริญก้าวหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะนักการเมืองที่มีความสามารถและมีธรรมาภิบาล แต่ประเทศไทยยามนี้ ถ้าหากจะพูดว่าเป็นเสือของ ASEAN ก็อายปาก ตอนนี้เราคงต้องว่าไทยเราไม่ใช่เสือของ ASEAN อีกต่อไปแล้ว หลายคนบอกว่าเราเป็นแค่แมวขี้เซาที่ความเจริญไม่ทัดเทียมสิงคโปร์และมาเลเซียอีกต่อไป มิหนำซ้ำยังถูกแซงโดยเวียดนาม อินโดนีเซีย
การพัฒนาของไทยเราตอนนี้ใกล้เคียงกับประเทศที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่อย่างพม่า ลาว กัมพูชา มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ประเทศที่มีศักยภาพอย่างไทยเรา และได้รับความชื่นชอบจากประชาคมโลก กลับต้องตกต่ำลงอย่างมากจนไม่ใช่เสือของ ASEAN อีกต่อไปแล้ว บทความของต่างชาติหลายบทความเขียนชื่นชมประเทศไทย และสิ่งดีงามในประเทศไทยหลายอย่างได้รับจัดอันดับโดยองค์การนานาชาติให้อยู่อันดับต้นๆ ของโลก และสิ่งเหล่านั้นก็เป็นทุนของยุทธศาสตร์ Soft Power ที่มีเสน่ห์อย่างมาก
แต่เราเปลี่ยนจากความเป็นเสือกลายเป็นแมวได้ยังไง เรื่องนี้เราต้องมาลงรายละเอียดกัน และหาทางที่จะให้ไทยเรากลายเป็นเสืออีกครั้งหนึ่งให้ได้ โดยวิเคราะห์สาเหตุของความเสื่อมเพื่อหาหนทางแก้ไขที่ต้นเหตุด้วยความร่วมมือของพวกเราคนไทยทุกภาคส่วน
ไทยเราได้ชื่อว่าเป็นเสือ ASEAN เคียงคู่มากับสิงคโปร์และมาเลเซียเ พราะเราเป็นประเทศ NIC (New Industrialized Country) ในยุคที่หลายๆ ประเทศพยายามที่จะเป็นประเทศที่พัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมเป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศ แม้ว่าเราจะทำได้ไม่ดีเท่าญี่ปุ่น เกาหลี จีน และไต้หวัน แต่ก็ถือว่าเราทำได้ดีระดับหนึ่ง ดีพอที่จะทำให้ประชาคมโลกมองว่าเราเป็นเสือของ ASEAN
มีบทความของต่างชาติมากกมายที่ชื่นชมเมืองไทย และบอกว่าเมืองไทยโชคดี เรามีดีมากมาย 1) ประเทศไทยตั้งอยู่ในยุทธภูมิที่ดี ไม่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติที่รุนแรง เราไม่มีแผ่นดินไหว ไม่มีภูเขาไฟระเบิด ไม่มีพายุที่รุนแรง ที่เราเคยเผชิญรุนแรงที่สุดบ่อยๆ ก็คือ น้ำท่วม ส่วนที่รุนแรงมาก แต่เกิดเพียงครั้งเดียวในรอบมากกว่า 100 ปีก็คือ สึนามิ ทำให้เราอยู่อย่างปลอดภัยจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ 2) เรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีพระมหากษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถ มีพระวิสัยทัศน์ และมีพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่สร้างความผาสุกให้แก่พสกนิกร แม้ว่าเราจะเคยปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่เราก็ไม่เคยมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใดที่ทำลายชาติและโหดร้ายกับประชาชน ในทางตรงกันข้าม ทรงมีบทบาทในการทรงช่วยเหลือประชาชนให้พ้นทุกข์ภัย 3) เรามีวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง มีอัตลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ และมีความโดดเด่นอันดับต้นๆ ของโลก เป็นอันดับ 1 ของ ASEAN ทำให้วัฒนธรรมเป็นทั้งทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญ ทำรายได้ให้แก่ประเทศได้มากมาย และยังเป็นทุนของการทำยุทธศาสตร์ Soft Power ที่สร้าง Economic Power ให้ประเทศได้เป็นจำนวนมาก ทั้งวัฒนธรรมที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ รวมทั้งมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเป็นทุนของยุทธศาสตร์ Soft Power ได้เป็นอย่างดี ทั้งแหล่งโบราณคดี และวีรชนของประเทศ 4) เราเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลาในนามีข้าว มีป่าไม้ มีแร่ธาตุ มีแม่น้ำ ลำธาร ทะเล หาดทราย ถ้ำ และภูเขา ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้นเป็นความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นวัตถุดิบที่ดีของการผลิต และเป็นความงามของธรรมชาติที่กลายเป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญ ทั้งทะเล หาดทราย ภูเขา และถ้ำ 5) เรามีอาหารที่อร่อยและหลากหลายจนประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นครัวโลก เราไม่มีวันที่จะเผชิญกับวิกฤตด้านอาหารอย่างที่หลายประเทศต้องเผชิญ อาหารไทยเป็นที่นิยมทั่วโลก และมีอาหารไทยที่ติดอันดับอาหารยอดนิยมของโลกทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน รวมทั้งผลไม้ที่มีให้กินทุกฤดูกาล 6) ประเทศไทยเป็นประเทศพหุวัฒนธรรมที่มีหลายชาติพันธุ์ที่มีขนบธรรมเนียมต่างกัน ครรลองชีวิตต่างกัน ความเชื่อทางด้านศาสนาต่างกัน แต่ก็อยู่ด้วยกันได้ด้วยสันติ ไม่มีความขัดแย้งกันที่ก่อให้เกิดสงครามศาสนา หรือสงครามชาติพันธุ์ จนกลายเป็นสงครามกลางเมืองที่ทำลายความสงบสุขของประเทศเหมือนอย่างหลายๆ ประเทศในโลก
เรารู้เรื่องราวดีๆ ของประเทศไทยเราแล้ว อะไรหรือใครเป็นปัญหาที่ทำให้ไทยเปลี่ยนจากเสือกลายเป็นแมว
1) บางคนบอกว่าน่าจะเป็นนักการเมืองบางคนที่ไม่มีธรรมาภิบาล ทำผิดมาตรฐานจริยธรรม ไม่มีความสามารถแต่อยากเป็นรัฐมนตรีเพื่อใช้ตำแหน่งและอำนาจแสวงหาผลประโยชน์ของตนเองมากกว่าทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน
2) ข้าราชการผู้ตอบสนองนโยบายของนักการเมือง บางคนมีส่วนทำให้ไทยเปลี่ยนจากเสือกลายเป็นแมว เพราะมีส่วนช่วยให้นักการเมืองฉ้อโกง ใช้อำนาจในทางที่ผิด บริหารประเทศอย่างไร้จริยธรรม และไม่มีธรรมาภิบาล ตราบใดที่ทั้งนักการเมืองและข้าราชการยังไม่ปรับทัศนคติ ไม่เปลี่ยน mindset พฤติกรรมของพวกเขาคงสร้างปัญหาให้กับประเทศไทยไม่รู้จบ
3) มีคนบอกว่าที่ประเทศไทยแย่ลงจนเปลี่ยนจากเสือกลายเป็นแมว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสื่อมวลชนบางราย นอกจากสื่อมวลชนที่สังกัดสำนักแล้ว เรายังมีสื่อประเภท Influencers, YouTuber, TikToker, KOL อีก หลายคนเป็นด้อมของนักการเมือง พวกเขามีส่วนทำร้ายประเทศไทยด้วยกันทั้งนั้น โดยทำตัวเป็น “เสี้ยม” มากกว่าเป็น “สื่อ”
4) นักวิชาการก็เป็นอีกพวกหนึ่งที่มีส่วนทำให้เสือกลายเป็นแมว อาจารย์บางคนก็เป็น “อาจม” มากกว่า “อาจารย์” บิดเบือนประวัติศาสตร์ ครอบงำสังคมด้วยข้อความเท็จและอคติ เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์
5) ประชาชนบางคนก็ทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนจากเสือกลายเป็นแมว เพราะเป็นด้อมที่หลงรักนักการเมืองบางคน หลงรักผลประโยชน์ของโครงการประชานิยม ไร้วิจารณญาณในการลงคะแนน ทำให้การเมืองไทยเป็นวัฒนธรรมระบบอุปภัมภ์
ประเทศไทยเป็นที่รับรู้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ ทำให้การท่องเที่ยวของไทยมีทรัพยากรที่ติดอันดับโลกมากมาย เป็นเรื่องดีที่พวกเราต้องช่วยกันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเสน่ห์ให้กับประเทศไทย เราเปลี่ยนจากเสือกลายเป็นแมว หลายภาคส่วนมีส่วนรับผิดชอบทั้งนั้น ดังนั้น ถ้าหากเราจะกลับมาเป็นเสืออีกครั้ง ทุกภาคส่วนก็ต้องช่วยกัน เราทุกคนต้องตระหนักรู้หน้าที่ของตนในฐานะเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ ด้วยสำนึกกตัญญูต่อแผ่นดินนะคะ.