โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดตัวเลข 10 ชาติอยู่ผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ ไทยนำโด่ง ก่อนขึ้นบัญชีดำ 4 จังหวัด

PostToday

อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 04.38 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 11.19 น.

ภายหลังจากมีกระแสข่าวว่า เกาหลีใต้ได้ขึ้นบัญชีดำ 4 จังหวัดของไทย คือ จังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม ห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล (วีซ่า E-8) ตลอดทั้งปี 2026 ว่อนตามโซเชียลมีเดีย

ล่าสุดศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ยืนยันข่าวจริง โดยรายงานข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก Anti-Fake News Center Thailand โดยอ้างอิง กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ระบุว่า

เนื่องจากมีแรงงานไทยที่ไปทำงานในภาคภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล ซึ่งเป็นการจัดส่งผ่านบันทึกความเข้าใจ MOU (วีซ่า E-8) ด้านการจัดส่งแรงงานภาคเกษตรหรือประมงตามฤดูกาล จากพื้นที่ 4 จังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม บางส่วนหลบหนีนายจ้าง

ส่งผลให้ทางการสาธารณรัฐเกาหลีดำเนินมาตรการขึ้นบัญชี (Blacklist) แรงงานที่กระทำผิด และมีการตัดสิทธิการนำเข้าแรงงานไทยทั้ง 4 จังหวัดเป็นระยะเวลา 1 ปี ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2026 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2026

กรมการจัดหางาน ยังระบุว่า สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศสามารถศึกษารายละเอียดการสมัคร กำหนดการ และวิธีการรับสมัคร ได้ที่เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ หรือ Facebook กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามไทยและเกาหลีใต้ลงนาม MOU อย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี 2566 ระหว่างกรมการจัดหางานไทย กับท้องถิ่นในเกาหลีใต้ เพื่อส่งแรงงานเกษตรตามฤดูกาลเข้าสู่ระบบวีซ่า E-8 พื้นที่แรกที่ลงนามคือ อำเภอจินอัน จังหวัดซอลลาบุก ของเกาหลีใต้ โดยตั้งเป้ารับแรงงานไทยภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาลจำนวนหลายพันคนต่อปี

ต่อมาในปี 2025 กระทรวงแรงงานไทยขยายความร่วมมือเพิ่มเติมกับหลายเมืองของเกาหลีใต้ เช่น โกฮึง (Goheung County) ในจังหวัดช็อลลาใต้ เพื่อรองรับแรงงานไทยเพิ่มอีกประมาณ 3,000 คน ภายใต้วีซ่า E-8 ซึ่งรายได้เฉลี่ยของแรงงานเกษตรตามฤดูกาลในเกาหลีใต้ อยู่ที่ราว 50,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับประเภทงานและจำนวนชั่วโมงทำงาน

ขณะเดียวกัน เกาหลีใต้กำลัง “เพิ่มโควตา” แรงงานเกษตรต่างชาติอย่างมาก เพราะเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานในชนบท โดยที่กระทรวงเกษตรเกาหลีใต้ประกาศว่า ช่วงครึ่งแรกปี 2026 จะนำเข้าแรงงานเกษตรต่างชาติรวมกว่า 104,000 คน โดย 94,000 คนอยู่ภายใต้วีซ่า E-8

แต่ทั้งนี้ ปัญหาใหญ่ของระบบ E-8 คือ “แรงงานหลบหนี” หรือออกนอกระบบหลังเดินทางเข้าเกาหลีใต้ อีกทั้งยังเข้าสู่สถานะอยู่พำนักแบบผิดกฏหมาย และอยู่เกินวีซ่า จึงเป็นที่มาของการตัดสิทธิ์โควตาไทย ใน 4 จังหวัดดังที่กล่าวมาข้างต้น

ซึ่งตามโทษของการหลบหนีนายจ้างในต่างประเทศคือ

  • การหลบหนีนายจ้างถือเป็นการฝ่าฝืนสัญญาจ้าง และกฎหมายของสาธารณรัฐเกาหลี
  • ผู้กระทำผิดจะถูกดำเนินคดีจับกุมหรือจำคุกและถูกส่งกลับประเทศ
  • ถูกขึ้นบัญชี(Blacklist)ไม่สามารถ เดินทางไปทำงานในต่างประเทศได้อีก
  • ส่งผลให้จังหวัดถูกจำกัดสิทธิ์ในการจัดส่ง แรงงานหรือระงับการจัดส่งเป็นการชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาแรงงานไทยผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ยังคงเป็นประเด็นเรื้อรังที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี แม้รัฐบาลเกาหลีใต้จะพยายามกวาดล้าง พร้อมเปิดโอกาสให้แรงงานผิดกฎหมาย หรือคนที่อยู่เกินกำหนดวีซ่า สมัครใจรายงานตัวเพื่อเดินทางกลับประเทศโดยไม่ถูกลงโทษรุนแรง แต่ปัญหาการหลบหนีและอยู่เกินวีซ่ายังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง

10 ประเทศที่อยู่ผิดกฏหมายในเกาหลีใต้

โพสต์ทูเดย์ ได้ค้นหาข้อมูลจาก เว็บไซต์สถิติแห่งชาติเกาหลีใต้ (KOSIS) เรื่อง “สถานะชาวต่างชาติพำนักผิดกฎหมายแยกตามสัญชาติ” ปี 2024 ได้ระบุว่า

จำนวนชาวต่างชาติพำนักผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ทั้งหมดอยู่ที่ 397,522 คน ในจำนวนนี้ “คนไทย” มีมากที่สุด 137,035 คน คิดเป็น 34.5% ของทั้งหมด

รองลงมาคือ

  • เวียดนาม 77,730 คน (19.6%)
  • จีน 61,906 คน (15.6%)
  • มองโกเลีย 16,554 คน (4.2%)
  • ฟิลิปปินส์ 13,937 คน (3.5%)
  • อินโดนีเซีย 13,001 คน (3.3%)
  • คาซัคสถาน 11,306 คน (2.8%)
  • กัมพูชา 10,709 คน (2.7%)
  • รัสเซีย 8,312 คน (2.1%)
  • อุซเบกิสถาน 8,103 คน (2.0%)

โดยข้อมูลดังกล่าวอัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2025 และเป็นสถิติครอบคลุมช่วงปี 2018–2024 จากฐานข้อมูล KOSIS ของเกาหลีใต้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...