Innovation Changes Thailand 'ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์' ปฏิวัติคุณภาพชีวิต ด้วยนวัตกรรม
ไทยเคยถูกขนานนามว่า “เสือตัวที่ 5” แห่งเอเชีย แต่มาวันนี้ไทยถูกลดชั้น กลายเป็น “คนป่วย” แห่งเอเชีย หนึ่งในปัจจัยที่ไม่อาจทำให้ไทยหลุดพ้นกับดัก “คนป่วย” และยังอยู่ในประเทศรายได้ปานกลางค่อนสูง ไม่อาจขยับไปเป็นประเทศพัฒนาแล้ว คือโครงสร้างเศรษฐกิจที่เริ่มล้าหลังไปทุกที
เครือมติชนจัดสัมมนา “Matichon X AIS Forum 2026 : Innovation Changes Thailand นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ” ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กทม. เมื่อ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์”
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ “นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ” โดยเสนอ Action Plan 2026-2030 พัฒนาทุนมนุษย์ พัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต
“ยศชนัน” ฉายภาพว่า เราตั้งต้นนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา มีทั้งเศรษฐกิจ ต่างประเทศ สังคม สิ่งแวดล้อม และการปฏิรูปกฎหมาย ประเทศไทยมีนวัตกรรมจำนวนมาก แต่ยังขาดตัวเชื่อมเข้ากับภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะเข้ามาทำหน้าที่และเข้ามาดูว่าปัญหาในแต่ละเรื่องอยู่ตรงไหน เพื่อใช้นวัตกรรมเข้าไปช่วยแก้ปัญหา ทั้งเรื่องภัยพิบัติ สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ใน 4 ปีนี้เราจะทำทั้งหมด
โดยมีแผนปฏิบัติการ จะต้องส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ในประเทศไทย ซึ่งสำคัญมาก ถ้าระบบนิเวศดีไม่ว่าผู้นำเป็นใคร ทุกคนก็สามารถใช้ชีวิตในนั้นได้ เป็นการวางรากฐานการเกิดนวัตกรรม เราพยายามใช้นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศในทุกแง่มุมตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งงบประมาณจะเชื่อมต่อกันทั้งหมด โดยนวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้ คือ เกิดจากการศึกษา ดังนั้นการศึกษา การวิจัย และนวัตกรรมต้องทำคู่กันทั้งหมด
การที่จะต่อยอดให้เกิดนวัตกรรมต้องมีพื้นฐานการศึกษาระดับปริญญาโท ปริญญาเอก เพื่อมีงานวิจัยที่มากพอ นำงานวิจัยสายวิทย์ สายเอกชน มารวมกัน อาจเกิดนวัตกรรมขึ้นได้ นี่คือจุดที่ประเทศไทยขาด ถ้าบอกว่างานวิจัยขึ้นสู่หิ้ง แต่หิ้งไทยยังไม่เต็ม ยังพร้อมที่จะทำให้คนทำวิจัยพื้นฐาน ลองผิด ลองถูก แต่งานวิจัยต้องตอบให้ได้ว่าอนาคตคืออะไร เมื่อมีงานวิจัยก็ต้องมีฝ่ายเทคนิค หรือนวัตกร Innovation จึงจะเกิดขึ้นได้ นี่คือส่วนที่ อว.จะทำให้เกิดขึ้น
“อย่างแรกนักคิดกับนักปฏิบัติต้องเจอกัน ต้องมี Open Space สวนสาธารณะ ร้านกาแฟ โรงน้ำชา ล้วนแต่ประเทศมหาอำนาจเชิงนวัตกรรมลงทุนตรงนี้จริง ๆ สวนสาธารณะที่ดีจะทำให้คนมีเงินวิ่งไปเจอกับนักวิจัยได้ เรามีหรือเปล่า สิ่งที่เราพยายามจะเรียกว่าระบบนิเวศทางนวัตกรรม ถ้าไปเจอกันที่มหาวิทยาลัย หรือในบริษัทก็จะเป็นแบบเดิม ดังนั้น Open Space จะเป็นตัวขับเคลื่อนทำให้นักคิดกับนักปฏิบัติเจอกัน คือการทำ R&D”
ยศชนันยกตัวอย่างบริษัทในประเทศมหาอำนาจ จีน หรือสหรัฐอเมริกา นักวิจัยทำงานทั้งวันไม่เบื่อ เพราะได้เงินเดือนเป็นล้าน แต่ตนตอนเป็นนักวิจัยในมหาวิทยาลัยก็ไม่เท่าไหร่ บางทีก็เหนื่อยเหมือนกัน ดังนั้นแรงจูงใจไม่พอ พลังก็ไม่ไป ดังนั้นคิดว่าเรามีทางมากมายที่นักวิจัยไม่จำเป็นต้องเป็นอาจารย์อย่างเดียว อาจเป็น CTO ในบริษัทเอกชน เพราะถ้ารู้ว่าประเทศต้องมี..สิ่งนี้จะเกิดขึ้น
และเมื่อ R&D ทำให้เกิดรายได้ขึ้นมานักวิจัยจะไม่กล้าหยุดทำวิจัย เพราะกลัวคู่แข่งมาทำได้เหมือนกัน ก็จะนั่งทำวิจัยไปเรื่อย ๆ วงแหวนนี้จะทำให้เกิดการพัฒนาประเทศขึ้นมา งานวิจัย 1 งานอาจเปลี่ยนวงการการแพทย์ไปตลอดกาลก็ได้ อาจเปลี่ยนโอกาสการศึกษาของเด็กคนหนึ่งก็ได้ หรือ อาจเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้ประเทศเจริญเติบโตขึ้นมา ดังนั้นเราต้องทำให้เกิดขึ้น และไม่ได้มองแค่ GDP แต่ต้องปฏิวัติคุณภาพชีวิตของทุกคนจากนวัตกรรม
นวัตกรรมประเทศไทยมีองค์ประกอบทุกอย่างครบถ้วน แต่ต้องมีการส่งเสริมการจัดกิจกรรม ระดมสมองเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือแก้ปัญหา ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรม ECOSY TEM ส่งเสริม Area-based Innovation Ecosystem ส่งเสริม Matching Fund & University Holding Company ขยายผล Startup Thailand League ให้เหมือนฟุตบอลไทยแลนด์ลีก ทำ Network Sci Park มีอยู่หลายจังหวัดแต่ไม่มีใครรู้ เพื่อให้นักคิดที่อยู่ในทฤษฎีได้มีพื้นที่ในการ Action เชื่อม Sci Park กับ TK Park ก็จะเกิดมูลค่ามหาศาล เพราะทำให้เกิดแนวคิดใหม่ ๆ เกิดขึ้นมา ถ้าทำทั้งหมดประเทศเจริญแน่ ๆ
ยศชนันมองว่า การพัฒนาประเทศสู่ศูนย์กลางสุขภาพและการแพทย์ (Wellness Thailand) ตั้งแต่สมุนไพร เวชสำอาง อาหารแห่งอนาคต ไปจนถึงเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง ประเทศไทยในเวทีโลกคือเศรษฐกิจ Wellness เราได้เปรียบ ใช้ตรงนี้ให้เป็นประโชน์ ทำให้ประเทศไทยอยู่ในสายตาคนทั้งโลก ดึงเขาเข้ามาให้เห็นวัฒนธรรมไทย นำไปสู่การดึงดูดการลงทุนส่วนอื่น ๆ
“ประเทศไทยอาจจะเดินช้าหน่อย แต่เรายังกลับลำทัน บางประเทศลงทุนเทคโลโลยี แต่ตอนนี้ Tech Disrupt เขากำลังถอยกลับมา แต่ถ้ารอบนี้เราเดินผิดผมว่าเละ AI คือจุดเปลี่ยน รวมถึงการวางรากฐานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Thailand) รองรับอุตสาหกรรมอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า AI และระบบสื่อสารยุคใหม่ การขับเคลื่อนประเทศด้วย AI และข้อมูล (AI & Data Driven Nation) ภายใต้แนวคิด AI for ALL”
ยศชนันยังยกตัวอย่างสิ่งที่ต้องทำในแผนปฏิบัติการ คือ การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Innovation) อาทิ ควอนตัม อวกาศ และพลังงานสีเขียว ส่งเสริมเทคโนโลยีความมั่นคง (Security Technology) ครอบคลุม ความมั่นคงทางไซเบอร์ การป้องกันประเทศ การรับมือภัยพิบัติและเป้าหมาย Net Zero ส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อต่อต้านคอร์รัปชั่น มุ่งสู่รัฐบาลดิจิทัล (Anti-Corruption & Digital Government) ด้วยการเปิดเผยข้อมูลและบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ และการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ระดับโลก (World-Class University) เพื่อเป็นแหล่งสร้างองค์ความรู้และพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง
นอกจากนี้ยังต้องส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อต่อต้านคอร์รัปชั่น มุ่งสู่รัฐบาลดิจิทัล โดย อว.มุ่งจะทำในโครงการ Open Thailand หรือ Open Data และ Zero Corruption MHESI ACT/No COI ด้วยการเปิดเผยข้อมูลและบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารงาน ไม่ให้เกิดการคอร์รัปชั่น เพื่อทำให้เห็นว่าประเทศไทยไร้คอร์รัปชั่น และกระทรวง อว.จะต้องเป็นตัวอย่างให้กระทรวงอื่น ๆ ด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Innovation Changes Thailand ‘ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ ปฏิวัติคุณภาพชีวิต ด้วยนวัตกรรม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net