ราคาน้ำมัน ทองคำ และ Bond Yield อ่อนตัวลง
ราคาน้ำมัน ทองคำ และBond Yield อ่อนตัวลง โดยราคาน้ำมัน -10%, ราคาทองคำ -4%, Bond Yield อายุ 10 ปีปิด -5bps. หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านออกไปอีก 5 วัน เนื่องจากอ้างว่าทีมเจรจาของสหรัฐฯ ได้พูดคุยกับกลุ่มผู้นำระดับสูงของอิหร่าน และได้ผลตอบรับที่ดี สำหรับแนวโน้มการเจรจาต่อเนื่องหลังจากนี้ที่จะเกิดขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์ โดยมีข้อเสนอเพิ่มเติม ให้อิหร่านยุติการพัฒนาโครงการอาวุธนิวเคลียร์ และยกเลิกการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มผู้นำอิหร่านยังคงออกมาปฏิเสธ และมองว่าเป็นสงครามด้านจิตวิทยาที่ใช้ช่องทางสื่อเป็นตัวกลางเท่านั้น ทั้งนี้ เราประเมินเป็นปัจจัยบวกระยะสั้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง และ SET Indexจากแรง Short Covering ตามคาดการณ์ของสหรัฐฯที่ต้องการยุติสงครามให้เร็วที่สุด โดยหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้ดี คือ Anti-oil เช่น สายการบิน, ท่องเที่ยว, โรงไฟฟ้า, ปูนซีเมนต์, ขนส่งและโลจิสติกส์ส่วนกลุ่มที่อ่อนตัวลง คือ พลังงานต้นน้ำ โรงกลั้น และปิโตรเคมีที่ Outperform ตลาดก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตาม ท่าทีของอิหร่านหลังจากนี้ ว่ายังตอบโต้รุนแรงต่อสหรัฐฯแ+ละชาติพันธมิตรหรือไม่ หากยังโจมตีต่อเนื่อง แปลว่าการเจรจายังไม่เป็นผล +
ติดตามการเปิดเผยยอดส่งออกไทยวันนี้ โดยเดือน ก.พ. เพิ่มขึ้น 18.1% YoY คาดเป็นปัจจัยบวกเชิง Sentiment ต่อหุ้นกลุ่มส่งออก โดยให้เน้นที่สินค้าเกษตรเป็นหลัก เช่น STA, NER, TEGH, CPF, TU, ITC ส่วนกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เรายังกังวลกับต้นทุนที่เร่งตัวขึ้น จึงแนะนำให้ขายเพื่อลดความเสี่ยงในช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นตามการฟื้นตัวของ +SET Index +
ปัจจัยในประเทศเพิ่มเติม รอติดตามการประชุมของศาลรัฐธรรมนูญทุกวันพุธ หากกำหนดวันวินิจฉัยกรณีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งได้เร็ว เรามองเป็นปัจจัยบวกเชิง Sentiment ต่อกลุ่ม Domestic Play เช่น ค้าปลีกและไฟแนนซ์ แต่ถ้ายังสงวนท่าทีต่อเนื่อง จะทำให้ทั้ง 2 กลุ่มเคลื่อนไหว Underperform ตลาด จากภาวะ Overhang นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการประชุม กกพ. ที่จะมีผลต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP จากการประเมินค่าไฟฟ้ารอบถัดไป พ.ค.-ส.ค. ด้วย