TFG ล็อกต้นทุนวัตถุดิบ 70% สู้ศึกราคาเนื้อสัตว์ขาขึ้น
ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป บริหารต้นทุน ล็อกราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ล่วงหน้า 60-70% รับอานิสงส์วงจรราคาเนื้อสัตว์ขาขึ้น สปีดธุรกิจค้าปลีก “Thai Foods Fresh Market” แตะ 850 สาขา เสริมแกร่งโมเดล Market Drivenเตรียมรุกฐานผลิตเวียดนาม-อีสาน ครบวงจร หนุน Growth Engine ใหม่ ขยายมาร์จิ้นสินค้ากลุ่ม High Value ดันเป้าหมายรายได้โต 15%
24 มี.ค. 2569 - บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG เปิดเผย ทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 โดยประเมินว่าแนวโน้มผลประกอบการจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีโอกาสสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (New High) เป็นผลมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาเนื้อสุกรและเนื้อไก่ ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากทั้งสภาพอากาศและอุปสงค์การบริโภคที่ฟื้นตัวในวงกว้าง ประกอบกับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TFG ระบุถึงสถานการณ์ด้านต้นทุนว่า “บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจำกัด จากการบริหารต้นทุนเชิงรุก และการล็อกราคาวัตถุดิบไว้ล่วงหน้าราว 60-70% เพื่อช่วยจำกัดผลกระทบจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลให้ต้นทุนบางส่วนปรับสูงขึ้น”
นอกจากนี้ ในเชิงยุทธศาสตร์ TFG มองว่าวิกฤตความผันผวนของสถานการณ์โลกเป็นโอกาสในการตอกย้ำบทบาทด้านความมั่นคงทางอาหาร โดยประเทศไทยมีศักยภาพสูงในฐานะผู้ส่งออก ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมอาหารในระยะกลางและระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มเนื้อสัตว์ที่มีความต้องการสูงในตลาดโลก
สำหรับเป้าหมายรายได้ในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 10-15% โดยหัวใจสำคัญคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่โมเดล “Market Driven” อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการรุกธุรกิจค้าปลีก “Thai Foods Fresh Market” ซึ่งมีแผนขยายสาขาให้ครอบคลุมถึง 850 สาขา ภายในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่คาดว่าจะมี 615 สาขา เพื่อสร้างช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง (Direct-to-Consumer) และเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) สูง
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้วางงบลงทุนเพื่อขยายฐานการผลิตในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ให้มีความครบวงจรยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการรุกตลาดต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศเวียดนามที่ถูกวางให้เป็น “Growth Engine” หรือเครื่องยนต์หลักตัวใหม่ในการสร้างรายได้
“สำหรับการรุกตลาดเวียดนาม บริษัทฯ มีแผนทั้งการก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์ การขยายธุรกิจไก่ และการเพิ่มฟาร์มสุกร ซึ่งคาดว่าโครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569 และจะเริ่มรับรู้ผลบวกต่อทั้งรายได้และการบริหารต้นทุนได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป” นายเพชร กล่าวทิ้งท้าย
จากภาพรวมดังกล่าว TFG มั่นใจว่าด้วยปัจจัยสนับสนุนด้านราคาผลิตภัณฑ์ในตลาดที่เป็นขาขึ้น ผนวกกับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ และการขยายโครงสร้างธุรกิจค้าปลีกเชิงรุก จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการในปี 2569 สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายและรักษาระดับการทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ปูทางสู่การเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว