โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TFG ล็อกต้นทุนวัตถุดิบ 70% สู้ศึกราคาเนื้อสัตว์ขาขึ้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 มี.ค. เวลา 12.31 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. เวลา 05.31 น.

ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป บริหารต้นทุน ล็อกราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ล่วงหน้า 60-70% รับอานิสงส์วงจรราคาเนื้อสัตว์ขาขึ้น สปีดธุรกิจค้าปลีก “Thai Foods Fresh Market” แตะ 850 สาขา เสริมแกร่งโมเดล Market Drivenเตรียมรุกฐานผลิตเวียดนาม-อีสาน ครบวงจร หนุน Growth Engine ใหม่ ขยายมาร์จิ้นสินค้ากลุ่ม High Value ดันเป้าหมายรายได้โต 15%

24 มี.ค. 2569 - บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG เปิดเผย ทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 โดยประเมินว่าแนวโน้มผลประกอบการจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีโอกาสสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (New High) เป็นผลมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาเนื้อสุกรและเนื้อไก่ ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากทั้งสภาพอากาศและอุปสงค์การบริโภคที่ฟื้นตัวในวงกว้าง ประกอบกับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TFG ระบุถึงสถานการณ์ด้านต้นทุนว่า “บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจำกัด จากการบริหารต้นทุนเชิงรุก และการล็อกราคาวัตถุดิบไว้ล่วงหน้าราว 60-70% เพื่อช่วยจำกัดผลกระทบจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลให้ต้นทุนบางส่วนปรับสูงขึ้น”

นอกจากนี้ ในเชิงยุทธศาสตร์ TFG มองว่าวิกฤตความผันผวนของสถานการณ์โลกเป็นโอกาสในการตอกย้ำบทบาทด้านความมั่นคงทางอาหาร โดยประเทศไทยมีศักยภาพสูงในฐานะผู้ส่งออก ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมอาหารในระยะกลางและระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มเนื้อสัตว์ที่มีความต้องการสูงในตลาดโลก

สำหรับเป้าหมายรายได้ในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 10-15% โดยหัวใจสำคัญคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่โมเดล “Market Driven” อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการรุกธุรกิจค้าปลีก “Thai Foods Fresh Market” ซึ่งมีแผนขยายสาขาให้ครอบคลุมถึง 850 สาขา ภายในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่คาดว่าจะมี 615 สาขา เพื่อสร้างช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง (Direct-to-Consumer) และเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) สูง

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้วางงบลงทุนเพื่อขยายฐานการผลิตในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ให้มีความครบวงจรยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการรุกตลาดต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศเวียดนามที่ถูกวางให้เป็น “Growth Engine” หรือเครื่องยนต์หลักตัวใหม่ในการสร้างรายได้

“สำหรับการรุกตลาดเวียดนาม บริษัทฯ มีแผนทั้งการก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์ การขยายธุรกิจไก่ และการเพิ่มฟาร์มสุกร ซึ่งคาดว่าโครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569 และจะเริ่มรับรู้ผลบวกต่อทั้งรายได้และการบริหารต้นทุนได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป” นายเพชร กล่าวทิ้งท้าย

จากภาพรวมดังกล่าว TFG มั่นใจว่าด้วยปัจจัยสนับสนุนด้านราคาผลิตภัณฑ์ในตลาดที่เป็นขาขึ้น ผนวกกับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ และการขยายโครงสร้างธุรกิจค้าปลีกเชิงรุก จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการในปี 2569 สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายและรักษาระดับการทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ปูทางสู่การเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...