“จีน” เปิดเวทีสร้างความเชื่อมั่นนักธุรกิจโลก ชูบทบาทเสาหลักเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก
"จีน" ใช้เวที China Development Forum สร้างความเชื่อมั่นนักธุรกิจโลก โดยย้ำว่าจีนยังเป็นเสาหลักความมั่นคงของเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางสงคราม การค้าโลก และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 11.56 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้บริหารบริษัทข้ามชาติจากทั่วโลกที่เข้าร่วมการประชุม China Development Forum (CDF) ซึ่งเป็นการประชุมธุรกิจประจำปีที่สำคัญของจีน ได้รับการยืนยันจากผู้นำจีนว่า จีนยังคงเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพและคาดการณ์ได้ ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ผันผวนและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก
นักวิเคราะห์ ระบุว่า บรรยากาศของการประชุม China Development Forum ในปีนี้มีความมั่นใจมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา แตกต่างจากช่วงหลังโควิดที่รัฐบาลจีนมักเน้นเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการฟื้นตัว แต่ปีนี้จีนเน้นเรื่องนวัตกรรม การค้า และความร่วมมือทางเศรษฐกิจมากขึ้น
นักวิเคราะห์จากบริษัทที่ปรึกษา The Asia Group ระบุว่าสารจากจีนในปีนี้มีความมั่นใจมากที่สุด โดยแม้จะกล่าวถึงความท้าทายในระบบเศรษฐกิจโลก แต่ไม่ได้กล่าวถึงสหรัฐโดยตรง และเน้นว่าจีนกำลังทำอะไรเพื่อส่งเสริมนวัตกรรม การค้า และโอกาสความร่วมมือกับต่างประเทศ
ช่วงเวลาของการประชุมก็มีความสำคัญ เนื่องจากเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่ยืดเยื้อ และก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กับโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ถูกเลื่อนออกไป ขณะเดียวกัน จีนยังเผชิญมาตรการกีดกันทางการค้าจากหลายประเทศ หลังจากจีนมีดุลการค้าเกินดุลสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2568
นอกจากนี้สงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ที่ทำให้ราคาพลังงานโลกพุ่งขึ้น ยังเปิดโอกาสให้จีนพยายามนำเสนอภาพลักษณ์ของตนเองว่าเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพ เคารพอธิปไตยของประเทศต่าง ๆ และสนับสนุนระเบียบโลกตามกฎกติกาสากล
ผู้บริหารสหรัฐเข้าร่วมมากขึ้น สะท้อนโลกแบ่งขั้ว
การเข้าร่วมของผู้บริหารบริษัทต่างชาติในปีนี้สะท้อนภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนไป โดยมีผู้บริหารบริษัทสหรัฐเดินทางเข้าร่วมการประชุมในปักกิ่งมากขึ้น เช่น Apple, McDonald’s, Eli Lilly, Tapestry (บริษัทแม่ Coach) และ Mastercard
การเข้าร่วมของบริษัทอเมริกันแสดงให้เห็นว่า แม้ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐยังคงมีอยู่ แต่บริษัทข้ามชาติของสหรัฐยังต้องการรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจและการลงทุนกับจีน
นักเศรษฐศาสตร์จาก China Europe International Business School ระบุว่า นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ที่คาดเดายากและสร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้แนวคิดที่ว่าจีนเป็นแรงสร้างเสถียรภาพของโลกได้รับความสนใจมากขึ้นในปีนี้
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารจากญี่ปุ่นกลับไม่เข้าร่วมการประชุมในปีนี้ ซึ่งแตกต่างจากปีที่แล้ว สะท้อนความตึงเครียดทางการทูตระหว่างจีนและญี่ปุ่น และแสดงให้เห็นว่าการเปิดประเทศของจีนยังมีข้อจำกัดด้านภูมิรัฐศาสตร์
จับตาการพบกันระหว่างสี จิ้นผิง กับผู้บริหารบริษัทโลก
ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะจัดประชุมกับผู้บริหารบริษัทข้ามชาติเหมือนในปีที่ผ่านมา โดย นักวิเคราะห์ มองว่า จีนอาจต้องการให้การเจรจาการค้าระดับผู้นำกับสหรัฐมีความชัดเจนก่อน แล้วจึงส่งสัญญาณต่อบริษัทข้ามชาติ
นอกจากนี้ผู้กำหนดนโยบายของจีนยังใช้เวทีการประชุมปีนี้ย้ำยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระยะกลางของประเทศ ได้แก่ การพึ่งพาเทคโนโลยีตนเอง การยกระดับอุตสาหกรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพสูง ซึ่งเป็นหัวใจของแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับล่าสุดของจีน
อย่างไรก็ตามผู้เข้าร่วมบางส่วนมองว่าการประชุมในปีนี้มีความเป็นระบบราชการมากขึ้นและน่าสนใจน้อยลงเมื่อเทียบกับอดีต โดยผู้บริหารบริษัทต่างชาติบางรายถึงกับระบุว่าการประชุมเริ่มสูญเสียความน่าสนใจและมีเนื้อหาที่เป็นทางการมากเกินไป
อ้างอิง : www.reuters.com