บอร์ดประกันสังคม ชง 4 ระเบียบเลือกตั้ง ให้รมว.แรงงานเคาะ ถ้าใช้ฉบับเดิมเข้าคูหา ก.ค. นี้
บอร์ดประกันสังคม ชงระเบียบเลือกตั้ง 4 รูปแบบ ให้ รมว.แรงงาน เคาะ ชี้ถ้าใช้ฉบับเดิม ได้เข้าคูหา ก.ค. นี้
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่สำนักงานใหญ่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) นางนิยดา เสนีย์มโนมัย โฆษกสำนักงานประกันสังคม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ชุดที่ 14 ครั้งที่ 6/2569 ถึงความคืบหน้าการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ ภายหลังบอร์ดชุดปัจจุบันหมดวาระลงตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ขณะนี้สำนักงานได้พิจารณาทั้งในมิติของข้อกฎหมาย ผลการรับฟังความคิดเห็น และข้อจำกัดด้านระยะเวลา โดยเฉพาะความจำเป็นในการเร่งจัดการเลือกตั้งเพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศในการบริหารกองทุน
นางนิยดา กล่าวว่า สปส.ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการยกร่างระเบียบการเลือกตั้งศึกษารูปแบบที่เหมาะสม โดยนำผลการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ประกันตนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกว่า 1.2 ล้านคน มาประกอบการพิจารณา ก่อนสรุปเป็น “4 รูปแบบ” เพื่อเสนอเป็นทางเลือกเชิงนโยบายให้คณะกรรมการประกันสังคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณา
สำหรับรายละเอียดทั้ง 4 รูปแบบ ประกอบด้วย
รูปแบบที่ 1 ฉบับรับฟังความคิดเห็น โดยแยกสัดส่วนฝั่งผู้ประกันตน กำหนดจำนวนผู้แทนฝ่ายนายจ้าง 7 คน โดยไม่แยกสัดส่วน และฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน โดย “แยกสัดส่วนเพิ่มเติม” เช่น มาตรา 33 จำนวน 5 คน มาตรา 39 จำนวน 1 คน และมาตรา 40 จำนวน 1 คน ด้านสิทธิเลือกตั้ง นายจ้าง 1 นิติบุคคล เลือกได้ 1 คน และผู้ประกันตน 1 คน เลือกได้ 1 คน กำหนดคุณสมบัติผู้สมัคร เช่น ต้องมีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เป็นข้าราชการหรือมีตำแหน่งทางการเมือง และต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา
รูปแบบที่ 2 แยกสัดส่วน และขยายสิทธิเลือกตั้ง โดยจำนวนผู้แทนยังคง 7 คนต่อฝ่าย โดยฝ่ายผู้ประกันตน “แยกสัดส่วน” เช่นเดียวกับรูปแบบที่ 1 ม.33 มี 5 คน, ม.39 มี 1 คน, ม.40 มี 1 คน แต่ปรับ “สิทธิการเลือกตั้ง” โดยนายจ้างสามารถเลือกได้ 7 คน และผู้ประกันตนสามารถเลือกได้ 7 คน ตามสัดส่วน เช่น ม.33 เลือก 5 คน ม.39 และ 40 เลือกได้กลุ่มละ 1 คน คุณสมบัติผู้สมัครและเงื่อนไขเงินสมทบ ยังคงเช่นเดียวกับรูปแบบที่ 1
รูปแบบที่ 3 ไม่แยกสัดส่วนและเลือกแบบรวม กำหนดจำนวนผู้แทนฝ่ายละ 7 คน โดย “ไม่แยกสัดส่วน” ผู้ประกันตน สิทธิเลือกตั้ง นายจ้างเลือกได้ 7 คน และผู้ประกันตนเลือกได้ 7 คน
ยังคงกำหนดคุณสมบัติผู้สมัคร เช่น ต้องมีความรู้ ความสามารถ มีความสุจริต และไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงเงื่อนไขเงินสมทบ 48 เดือนใน 60 เดือน เช่นเดียวกับรูปแบบที่ 1 และ 2
และรูปแบบที่ 4 ใช้ระเบียบเดิม พ.ศ.2564 กำหนดจำนวนผู้แทนฝ่ายละ 7 คน โดยไม่แยกสัดส่วน สิทธิเลือกตั้ง นายจ้างเลือกได้ 7 คน และผู้ประกันตนเลือกได้ 7 คน ไม่มีการกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครเพิ่มเติมในลักษณะเดียวกับ 3 รูปแบบแรก ส่วนเงื่อนไขเงินสมทบ กำหนดให้ส่งเงินสมทบต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 36 เดือน นับถึงวันสมัคร
นางนิยดา กล่าวว่า รูปแบบที่ 1-3 จำเป็นต้องดำเนินการยกร่างระเบียบใหม่ตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งจะใช้เวลาพอสมควร และอาจส่งผลกระทบต่อแผนการจัดการเลือกตั้ง ขณะที่รูปแบบที่ 4 สามารถดำเนินการได้ทันที โดยสำนักงานสามารถเรียกประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง และเดินหน้ากระบวนการตามขั้นตอนต่อไปได้
ในด้านกรอบเวลา สปส.ประเมินว่า กระบวนการจัดการเลือกตั้งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 120 วัน ตั้งแต่การเตรียมการ การประกาศวันเลือกตั้ง การรับสมัคร ไปจนถึงการลงคะแนนและประกาศผล ดังนั้น หากต้องการให้ได้บอร์ดชุดใหม่โดยไม่ล่าช้า คาดว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งได้ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ตาม หากมีการเลือกใช้แนวทางที่ต้องยกร่างใหม่ อาจทำให้ไทม์ไลน์ขยับออกไป และส่งผลให้สถานะรักษาการยืดเยื้อ
“ประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายกังวลคือ บอร์ดหมดวาระไปแล้ว หากปล่อยให้รักษาการเป็นเวลานาน อาจกระทบต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายและการบริหารกองทุน จึงมีความพยายามที่จะเร่งรัดให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด” นางนิยดา กล่าว
เมื่อถามถึงอำนาจการตัดสินใจสุดท้ายในการเลือกใช้ระเบียบเลือกตั้งทั้ง 4 รูปแบบ นางนิยดา กล่าวว่า สำนักงานฯ มีหน้าที่รวบรวมข้อคิดเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอทั้ง 4 รูปแบบ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นข้อจำกัดด้านระยะเวลา เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณา โดยแบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ หากใช้ระเบียบเดิม รูปแบบที่ 4 สปส.สามารถดำเนินการได้ทันที แต่หากเป็นรูปแบบใหม่ 1-3 ต้องเสนอร่างตามขั้นตอนกฎหมาย และรัฐมนตรีจะเป็นผู้ใช้อำนาจตามมาตรา 8 ในการพิจารณาเลือกแนวทาง ทั้งนี้ สปส.เตรียมเร่งสรุปผลการประชุมและรายงานต่อรัฐมนตรีโดยเร็ว เพื่อไม่ให้กระทบต่อกรอบเวลา โดยยืนยันว่าทั้ง 4 รูปแบบจะถูกเสนอครบถ้วน แม้บางแนวทางอาจยังไม่สามารถนำมาใช้ได้ทันในการเลือกตั้งครั้งนี้
เมื่อถามว่าแม้จะมีผลรับฟังความเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนระเบียบเลือกตั้ง แต่ยังเปิดทางเลือกทั้ง 4 รูปแบบเสนอต่อ รมว.แรงงาน นางนิยดา กล่าวว่า แม้ผลการรับฟังความคิดเห็นส่วนหนึ่งจะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขระเบียบ แต่สำนักงานยังคงเสนอทั้ง 4 แนวทาง เพื่อให้รัฐมนตรีมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ และสามารถพิจารณาทั้งมิติของนโยบายและข้อจำกัดเชิงปฏิบัติ
ถามต่อว่าจะมีการเสนอ รมว.แรงงานในช่วงไหนเป็นอย่างช้าที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบกับไทม์ไลน์เลือกตั้ง แล้วกรณีของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน คนปัจจุบันสามารถปฏิเสธในการพิจารณา แล้วรอให้ รมว.คนใหม่มาพิจารณาแทนได้หรือไม่ นางนิยดา กล่าวว่า จะดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นช่วงใด เป็นดุลพินิจของรัฐมนตรี ไม่สามารถตอบแทนได้ โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น
เมื่อถามถึงกรอบเวลาที่ควรตัดสินใจ นางนิยดา กล่าวว่า ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับกระบวนการเลือกตั้งที่ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 120 วัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อเป้าหมายการจัดเลือกตั้งในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ดังนั้น การตัดสินใจควรเกิดขึ้นโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังยอมรับว่ามีความเห็นที่หลากหลายในการประชุม แต่เป็นเรื่องปกติของกระบวนการรับฟังความคิดเห็น โดยเสียงส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ควรเร่งจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อให้ได้บอร์ดชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทนรักษาการ
“ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา สำนักงานอาจเสนอให้ใช้ระเบียบเดิมเพื่อให้สามารถจัดการเลือกตั้งได้ทัน แต่แนวทางใหม่ทั้ง 3 รูปแบบไม่ได้ถูกทิ้ง และสามารถนำไปพัฒนาในการเลือกตั้งรอบถัดไป ซึ่งมีวาระทุก 2 ปี” นางนิยดา กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บอร์ดประกันสังคม ชง 4 ระเบียบเลือกตั้ง ให้รมว.แรงงานเคาะ ถ้าใช้ฉบับเดิมเข้าคูหา ก.ค. นี้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th