โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ “อินโดนีเซีย” ร่วงต่ำสุดรอบ 2 ปี หลังแบงก์ชาติเร่งพยุงรูเปียห์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 เม.ย. เวลา 11.49 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. เวลา 04.49 น.

เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ "อินโดนีเซีย" ร่วงต่ำสุดรอบ 2 ปี เดือน มี.ค.ลดต่อเนื่องเดือนที่ 3 เหลือ 1.482 แสนล้านดอลลาร์ หลังแบงก์ชาติเร่งพยุงรูเปียห์

วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 11.01 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของอินโดนีเซียปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนมีนาคม แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ท่ามกลางการที่ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia) เร่งเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลง

ธนาคารกลางอินโดนีเซีย ระบุว่าเงินสำรองลดลง 3.7 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 148.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 โดยมีสาเหตุจากการใช้เงินสำรองเพื่อดูแลเสถียรภาพค่าเงิน รวมถึงการชำระหนี้ต่างประเทศของรัฐบาล ส่งผลให้ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ เงินสำรองลดลงรวม 8.3 พันล้านดอลลาร์

ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลง 1.3% ในเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางทำให้ต้นทุนนำเข้าน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น และกระตุ้นความกังวลระยะยาวเกี่ยวกับเสถียรภาพการคลังของประเทศ โดยธนาคารกลางยืนยันว่าการดูแลเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นภารกิจสำคัญอันดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม เงินทุนสำรองของอินโดนีเซียยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง สามารถรองรับการนำเข้าและภาระชำระหนี้ต่างประเทศได้ถึง 5.8 เดือน ซึ่งถือว่าเพียงพอในการรักษาเสถียรภาพภาคต่างประเทศและระบบการเงินของประเทศ

ทั้งนี้ ค่าเงินรูเปียห์ฟื้นตัวแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 7 เดือนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง בעקבותข่าวการหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งช่วยคลายแรงกดดันต่อค่าเงินในภูมิภาค

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจอาเชียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...