โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ดร.มาโนชญ์" ชี้จุดเปลี่ยน "ทรัมป์" ยืดเส้นตายอีก 2 สัปดาห์ ย้ำ "อิหร่าน" ได้เปรียบยึดช่องแคบฮอร์มุซ จับตา "อิสราเอล" ตัวแปรเสี่ยงล้มดีลหยุดยิง

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

"ดร.มาโนชญ์" ชี้จุดเปลี่ยน "ทรัมป์" ยืดเส้นตายอีก 2 สัปดาห์ ย้ำ "อิหร่าน" ได้เปรียบยึดช่องแคบฮอร์มุซ จับตา "อิสราเอล" ตัวแปรเสี่ยงล้มดีลหยุดยิง

หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเลื่อนการโจมตีอิหร่านออกไปอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ผศ. ดร. มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้วิเคราะห์ถึงประเด็นนี้ ผ่านทางรายการจับตาประเทศไทย ทางช่องท็อปนิวส์ มองว่า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทรัมป์มีพฤติกรรม ขีดเส้นตายแล้วเลื่อนมาโดยตลอด ดังนั้นการชะลอปฏิบัติการครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่สามารถคาดการณ์ได้อยู่แล้ว เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ ดร.มาโนชญ์ ชี้ว่า มี ปัจจัยสำคัญ อย่างน้อย 2 เรื่อง

ดร.มาโนชญ์ อธิบายว่า จุดเปลี่ยนสำคัญคือ เหตุการณ์ที่อิหร่านสามารถยิงเครื่องบินรบของสหรัฐตกได้ ไม่ว่าจะเป็น F-15 รวมถึงเครื่องบินลำอื่น ๆ แม้สหรัฐจะออกมาประกาศว่าสามารถช่วยนักบินออกมาได้สำเร็จ แต่อิหร่านกลับระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าว “ล้มเหลว” และไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในมุมมองของเขา ประเด็นนี้สะท้อนว่า “ปฏิบัติการทางอากาศของสหรัฐในการจะลุยอิหร่าน มันมีปัญหาแล้ว”

และเมื่อภารกิจหลัก เช่น การบุกเข้าไปยึดหรือทำลายโครงการยูเรเนียม การควบคุมสถานการณ์ทางทหาร เริ่มทำได้ยาก ก็หมายความว่าสหรัฐไม่สามารถปิดเกมได้ง่ายเหมือนที่คาด เขายังตั้งข้อสังเกตว่า รายละเอียดบางอย่าง เช่น ชะตากรรมนักบิน อาจถูกใช้เป็น “เครื่องมือต่อรอง” ทางการเมืองหรือการทูต“เหตุการณ์ตรงนี้ผมคิดว่ามันสรุปได้ว่า ตอนนี้ปฏิบัติการทางอากาศของสหรัฐอเมริกา ที่จะลุยอิหร่าน มันมีปัญหาแล้วภารกิจที่จะบุกเข้าไป เพื่อที่จะยึดหรือค้นหายูเรเนียมของอิหร่าน มันเป็นไปได้ยากแล้ว หรือแม้แต่การค้นหานักบิน วันนี้ก็ยังไม่ปรากฏรายละเอียดชัดเจน มันอาจจะมีอะไรมากกว่าที่เราเข้าใจ มันอาจจะถูกเอามาใช้ต่อรองกันก็ได้ รายละเอียดมันมีเยอะ แต่ที่แน่ๆ คือ ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในอิหร่าน มันยากที่จะเผด็จศึก มันชัดเจนแล้วว่า ไม่สามารถที่จะทำให้อิหร่านยอมแพ้ได้ สิ่งที่เราเห็นคือ หลังจากนั้นอเมริกาก็เลยขู่ในเรื่องของการทำลายล้างอารยธรรมของอิหร่าน การที่พูดถึงการทำลายล้างอารยธรรม แปลว่าวิธีการสู้รบแบบปกติ มันเอาไม่อยู่แล้ว มันเป็นการยอมรับอย่างเปิดเผยเลยว่า ไม่สามารถประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงหรือล้มอิหร่านได้”

เมื่อถามถึงประเด็นการเจรจา ที่ปากีสถาน เข้ามามีบทบาทเป็นตัวกลาง ดร.มาโนชญ์ กล่าวว่า “ปากีสถานเป็นตัวกลางที่สำคัญมาก มีความสัมพันธ์กับทุกฝ่าย ถ้าเกิดสงครามแล้วซาอุเข้าร่วม ปากีสถานก็ต้องเข้าร่วมด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้น ปากีสถานจึงพยายามอย่างหนักในการเจรจา ไม่ให้เกิดสงครามใหญ่ และอาจใช้เรื่องนักบิน หรือเหตุการณ์ทางทหาร เป็นเครื่องมือในการต่อรอง วันนี้อิหร่านบอกว่าเขาประกาศชัยชนะแล้ว เพราะอเมริกายอมรับข้อเสนอของเขา เอามาหารือต่อ แล้วก็ยอมหยุดยิง ในขณะที่อเมริกาบอกว่า อิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซแล้วอย่างสมบูรณ์ แต่ถ้าไปดูรายละเอียดจริง ๆ อิหร่านบอกว่าเปิดนะ…แต่ต้องมีการประสานงานกับอิหร่านก่อน ซึ่งมันตรงกับที่อิหร่านพูดตั้งแต่แรกว่า ช่องแคบไม่ได้ปิด เพียงแต่ใครจะผ่านต้องคุยกับเขา คำถามคือ อเมริกากับอิสราเอลจะยอมประสานกับอิหร่านไหม ถ้ายอม ก็แปลว่ายอมอยู่ภายใต้เงื่อนไขของอิหร่าน” “ผมคิดว่าทรัมป์ใช้โอกาสนี้ ยอมรับข้อเสนอของปากีสถาน ในการหยุดยิง 2 สัปดาห์ อิหร่านก็เช่นเดียวกัน และผมเชื่อว่าปากีสถานก็ไปขอความร่วมมืออิหร่านด้วย เพราะถ้าสถานการณ์มันบานปลาย ปากีสถานเองก็ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะมีข้อตกลงกับซาอุ มันเป็นการขอความร่วมมือกันจริงๆ เพราะสถานการณ์มันจำเป็น ภาพรวมก็คือ ถอยกันคนละครึ่งก้าว ปากีสถานก็ลดความเสี่ยงที่จะถูกดึงเข้าไปในสงคราม อิหร่านก็ได้หายใจหายคอไปอีก 2 สัปดาห์ สหรัฐอเมริกาก็ได้เวลาตั้งหลัก แต่อิสราเอล…แม้สหรัฐบอกว่าจะหยุดยิงด้วย แต่มีประเด็นว่าไม่รวมเลบานอน ถ้ายกเว้นเลบานอน นั่นก็แปลว่าสหรัฐอเมริกาไม่สามารถคุมอิสราเอลได้ อันนี้คือปัจจัยเสี่ยง ที่อาจทำให้เกิดการโจมตีกันอีก” สำหรับแนวโน้มการเจรจา ดร.มาโนชญ์ มองว่า “หลังจากการประชุม มันจะมีสัญญาณเชิงบวกออกมา แต่ยังไม่จบ ต้องคุยกันต่อ มันจะเป็นลักษณะคุยไปเรื่อย ๆ แบบนี้สักระยะหนึ่ง จนกระทั่งใกล้จะบรรลุข้อตกลง เราอาจจะเห็นว่าอิสราเอลชิงโจมตีก่อน เพื่อทำลายการเจรจา 14 วัน ผมคิดว่ายังไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ มันอาจจะต้องมีการขยายเวลาออกไป หรือช่วง 14 วันนี้ อาจจะเป็นการเจรจาโดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง หลังจากนั้น ตัวกลางอาจจะเพิ่มขึ้น เช่น สหประชาชาติ (UN) เข้ามามีบทบาทมากขึ้น” สำหรับท่าทีประเทศในอ่าว ไม่ได้มีจุดยืนเหมือนกันทั้งหมด อย่าง UAE หรือบาห์เรน ถูกโจมตีหนัก และมีความสัมพันธ์พิเศษกับสหรัฐและอิสราเอล ประเทศเหล่านี้ไม่อยากเข้าสู่สงคราม แต่ก็ถูกกดดันให้ต้องเลือกข้าง ส่วนซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ โอมาน มีความอิสระมากกว่า ประเทศกลุ่มนี้สนับสนุนกระบวนการสันติภาพ แต่สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดตอนนี้ คือให้อิหร่านหยุดโจมตีเข้ามาในประเทศของเขา ซึ่งอิหร่านจะหยุดได้ ก็ต่อเมื่อไม่มีการโจมตีจากสหรัฐหรืออิสราเอลเข้าไปในอิหร่าน ถ้าข้อตกลงสำเร็จ ไม่มีการโจมตีเข้าไปในอิหร่าน ประเทศอาหรับก็จะสนับสนุนสันติภาพ แต่หลังจากนั้น เขาก็จะต้องทบทวนนโยบายกับสหรัฐอย่างจริงจัง รวมถึงการลดบทบาทและอิทธิพลของสหรัฐในภูมิภาค https://www.youtube.com/watch?v=wQCaneS_1NI

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...