โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พรรคประชาชนควงพรรคประชาธิปัตย์ จี้รัฐบาลแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 เร่งเดินหน้า พ.ร.บ.อากาศสะอาด

The Momentum

อัพเดต 8 เมษายน 2569 เวลา 21.21 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

วันนี้ (8 เมษายน 2569) ที่อาคารรัฐสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย การดี เลียวไพโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแถลงข่าวในฐานะพรรคฝ่ายค้านถึงการผลักดันการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด

ณัฐพงษ์กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ภาคเหนือพบว่า ประชาชนจำนวนมากยังคงเผชิญผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 อย่างหนัก โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถปรับสภาพที่อยู่อาศัยให้ปลอดฝุ่นได้

โดยณัฐพงษ์เสนอให้ภาครัฐเร่งสนับสนุนมาตรการที่ทำได้จริง ซึ่งไม่ต้องใช้ต้นทุนที่สูง เช่น มุ้งสู้ฝุ่นสำหรับผู้ป่วยติดเตียง และห้องปลอดฝุ่นแบบแรงดันบวกในชุมชน

หัวหน้าพรรคประชาชนยังกล่าวด้วยว่า หากภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างเพียงพอ หน่วยงานในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้แทนประชาชน พร้อมที่จะนำทรัพยากรไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้โดยตรง

“พรรคฝ่ายค้านจะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปผลักดันต่อในชั้นกรรมาธิการ เพื่ออุดช่องว่างของนโยบาย รวมถึงเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดอย่างเต็มที่

“พรรคประชาชนผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่สภาฯ ชุดที่แล้ว แต่การจะทำให้สำเร็จได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ไม่ใช่เพียงพรรคเดียว” ณัฐพงษ์ระบุ

ด้านการดีเพิ่มเติมว่า ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าอากาศสะอาดควรเป็น ‘สิทธิขั้นพื้นฐาน’ ของประชาชน และไม่ควรปล่อยให้ปัญหาฝุ่นกลายเป็นเพียงวาระตามฤดูกาล

อีกทั้งมองว่า รัฐบาลไม่ควรปัดตกร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด แต่ควรผลักดันต่อไปถึงระดับวุฒิสภา โดยต้องให้ความสำคัญกับวิกฤตด้านสุขภาพและความมั่นคงของมนุษย์

“พ.ร.บ.อากาศสะอาดควรยึดเรื่องสุขภาพและความมั่นคงของมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่มองเป็นเพียงประเด็นเศรษฐกิจระยะสั้นเท่านั้น”

โดยพรรคประชาธิปัตย์เสนอให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับการกำหนด ‘ตัวชี้วัด’ เรื่องปัญหาฝุ่นที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนจัดสรรงบประมาณการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม ไม่ใช่เพียงมาตรการเยียวยาระยะสั้น แต่ต้องเป็นการแก้ไขเชิงระบบ ทั้งภาคอุตสาหกรรม การเกษตร และพลังงาน เพื่อยุติวงจรปัญหาฝุ่นซ้ำซาก

ส่วนประเด็นการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภาฯ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 9-10 เมษายนนี้ ณัฐพงษ์ยืนยันว่า พรรคฝ่ายค้านไม่ได้มุ่งเป้าโจมตีรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งแบบเฉพาะเจาะจง แต่จะมุ่งตรวจสอบเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

“สิ่งสำคัญคือเจตจำนงทางการเมืองของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่อย่างตรงไปตรงมา และต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน”

ขณะที่กรณีคดีความ 44 สส.พรรคก้าวไกล ยื่นแก้ไขกฎประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ่อยื่นต่อศาลฎีกา ซึ่งปรากฏชื่อของ 10 สส.พรรคประชาชน ณัฐพงษ์ตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินคดีทางการเมืองที่ผ่านมา ‘ไม่มีความสม่ำเสมอ’ บางคดีล่าช้า บางคดีรวดเร็วผิดปกติ ขึ้นอยู่กับขั้วทางการเมืองของผู้ถูกดำเนินคดีว่าอยู่ฝ่ายใด

“ผมไม่อยากเห็นว่าการเริ่มต้นของรัฐบาลในการแถลงนโยบาย จะกลายเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่ทำให้ประชาชนตั้งคำถามต่อรัฐบาลชุดนี้

“รัฐบาลชุดนี้ เรียกได้ว่ารวบอำนาจแทบทั้งหมด สภาบน สภาล่าง หรือแม้แต่องค์กรอิสระที่มีคนตั้งคำถามเช่นเดียวกัน”

อย่างไรก็ตามหัวหน้าพรรคประชาชนมองว่า หากเกิดการดำเนินคดีก่อนมีการอภิปรายเกิดขึ้น เหตุการณ์นี้อาจเป็นสิ่งที่ยิ่งค้านสายตาประชาชน และอาจทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในรัฐบาลมากยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...