“ตลาดหุ้นโลก” รีบาวด์แรง ลบขาดทุนสงครามอิหร่าน นักลงทุนหันลุย AI ดันตลาด
"ตลาดหุ้นโลก" รีบาวด์แรง นักลงทุนหันลุย AI ดันตลาด แม้ความไม่แน่นอนตะวันออกกลางและสัญญาณจากตลาดพันธบัตรยังเตือนความเสี่ยงอยู่
วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 14.36 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัวกลับจากแรงขายที่เกิดขึ้นช่วงสงครามอิหร่าน โดยดัชนีหลักหลายแห่งกลับขึ้นมาอยู่ในระดับเท่าหรือสูงกว่าก่อนเกิดความขัดแย้งแล้ว เนื่องจากนักลงทุนเร่งปิดสถานะป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และหันกลับมาโฟกัสกระแส AI ที่ยังเป็นแรงหนุนสำคัญของตลาด
ดัชนี MSCI World ซึ่งสะท้อนหุ้นขนาดใหญ่และกลางในประเทศพัฒนาแล้วกว่า 1,000 บริษัท เคยร่วงลง 3.29% ในสัปดาห์แรกหลังสงครามตะวันออกกลางปะทุ แต่ล่าสุดกลับทำจุดสูงสุดใหม่ และสูงกว่าระดับวันที่ 2 มีนาคม (วันแรกหลังสงครามเริ่ม) เกือบ 2% แล้ว
การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วนี้สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิเคราะห์บางส่วน เพราะสถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่คลี่คลาย และข้อตกลงหยุดยิงยังมีความเปราะบาง
นักกลยุทธ์การลงทุนชี้ว่า การรีบาวด์ครั้งนี้ไม่ได้มาจากพื้นฐานเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป แต่เกิดจากการคลายตัวของความกังวลด้านสงคราม (war-risk premium) ที่เคยกดดันสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น หุ้น น้ำมัน และค่าเงินดอลลาร์ เมื่อความคาดหวังเรื่องหยุดยิงเริ่มชัดขึ้น นักลงทุนที่ถือสถานะเชิงป้องกันมานานก็กลับลำอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นแรงหลักที่ดันตลาดขึ้น
ตลาดดูเหมือนจะเปลี่ยนมุมมองจากสถานการณ์เลวร้ายที่สุด เช่น การปิดช่องแคบฮอร์มุซยาวนาน ไปสู่ภาพที่ผ่อนคลายมากขึ้น คือการขนส่งพลังงานกลับสู่ภาวะปกติและการเจรจาทางการทูตมีความคืบหน้า
นักวิเคราะห์บางรายระบุว่า นักลงทุนประเมินค่อนข้างเร็วว่าสงครามจะจำกัดวง ไม่ลุกลามเป็นวงกว้าง ทำให้ตลาดหุ้นสามารถปรับราคากลับขึ้นได้เร็ว และแรงซื้อจากการปิดสถานะขาย (short covering) ของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ยิ่งเร่งการฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวไม่ได้ราบรื่นทั้งหมด โดยตลาดเริ่มอ่อนตัวลงบ้างเมื่อการเจรจาสันติภาพเริ่มมีสัญญาณสะดุด สะท้อนว่าการปรับขึ้นก่อนหน้านี้ยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไข (conditional rally)
ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงยังไม่หายไป โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงขู่ใช้อำนาจทางทหารต่ออิหร่าน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงก่อนที่การหยุดยิงจะหมดอายุ
ในเชิงเศรษฐกิจมหภาค นักลงทุนยังได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าคาด โดยเฉพาะตลาดแรงงานสหรัฐที่ยังไม่อ่อนแอ และความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐจะลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปี
อีกแรงสำคัญคือ ธีม AI ที่ยังคงหนุนตลาด โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี จากความต้องการด้านคอมพิวต์ที่พุ่งขึ้น และความกังวลเรื่องเงินทุนที่ลดลง ส่งผลให้กำไรบริษัท (earnings growth) กลายเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนตลาดหุ้น
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักลงทุนบางส่วนมองว่า“animal spirits” หรือความเชื่อมั่นเชิงบวกของตลาดได้กลับมาแล้ว โดยเห็นได้จากเงินทุนที่ไหลเข้าสู่หุ้นวัฏจักร (cyclical) หุ้นขนาดเล็ก และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างต่อเนื่อง
นักกลยุทธ์ตลาดยังมองว่าการฟื้นตัวครั้งนี้เป็นการเดิมพันล่วงหน้าว่าสงครามจะจบลงในไม่ช้า และเศรษฐกิจโลกจะยังคงแข็งแกร่ง แม้เผชิญแรงกระแทกจากความขัดแย้ง
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกตลาดที่มองโลกในแง่ดีเช่นเดียวกัน โดยตลาดพันธบัตรยังสะท้อนความระมัดระวังมากกว่า และยังคงตั้งสมมติฐานว่าความเสี่ยงเศรษฐกิจ เช่น ภาวะ stagflation จากราคาพลังงานที่สูง อาจยังคงอยู่
อ้างอิง : cnbc.com