โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชาวสวนปาล์มบุกพาณิชย์ 22 เม.ย. จี้เลิกคุมส่งออก-หยุดทุบราคา หลังปาล์มร่วง 1.90 บาท/กก.

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 เม.ย. เวลา 07.42 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. เวลา 07.30 น.

สมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมัน เตรียมนัดยื่นหนังสือถึง “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” 22 เมษายนนี้ เรียกร้องทบทวนมาตรการคุมส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ หลังระบุราคาปาล์มทะลายหน้าลานดิ่งจาก 8.90 บาท เหลือ 7 บาทต่อกิโลกรัม สร้างความเสียหายเกษตรกรวันละ 120 ล้านบาท พร้อมกดดันรัฐเร่งใช้ B10 เป็นดีเซลพื้นฐาน ฟื้นสมดุลตลาดและหยุดบิดเบือนโครงสร้างราคาปาล์มทั้งระบบ

นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย และกรรมการในคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม เปิดเผยว่า กลุ่มเกษตรกรได้นัดหมายรวมตัวเดินทางเข้าพบนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่กระทรวงพาณิชย์ ในวันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 10.00-11.00 น.นี้ เพื่อยื่นหนังสือเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร

สำหรับรายละเอียดจองหนังสือระบุ แถลงการณ์เครือข่ายชาวสวนปาล์มน้ำมันและลานเทภาคใต้ ฉบับที่ 1/2569

เรื่อง หยุดนโยบาย “ทุบราคา” ทำลายเกษตรกร และคืนความเป็นธรรมผ่านโครงสร้างตลาดที่สมบูรณ์และโครงสร้างราคาที่เป็นธรรมต่อทุกภาคส่วนตามที่รัฐบาลโดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้ประกาศมาตรการควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานและค่าครองชีพนั้น

จากการติดตามสถานการณ์ตลอด 4 วันที่ผ่านมา เครือข่ายชาวสวนปาล์มและผู้ประกอบการลานเท พบความผิดปกติและผลกระทบที่รุนแรงเกินกว่าจะยอมรับได้ ดังนี้

1.นโยบายที่สร้างความเสียหายรายวัน ทันทีที่มีการประกาศ “คุมส่งออก” ราคาปาล์มทะลายหน้าลานได้ดิ่งลงทันทีจาก 8.90 บาท เหลือเพียง 7.00 บาท (ลดลงกิโลกรัมละ 1.90 บาท) คิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่หายไปจากกระเป๋าเกษตรกรสูงถึง 120 ล้านบาทต่อวัน หรือเกือบ 500 ล้านบาท ในเวลาเพียง 4 วัน สวนทางกับคำชี้แจงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในสภาอย่างสิ้นเชิง

2.ทฤษฎีสมคบคิดกดราคาต้นน้ำ มาตรการที่บังคับให้ผู้ส่งออกต้องรอใบอนุญาตรายฉบับจากเลขาฯ กกร. คืออุปสรรคทางการค้าที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดสภาวะ “น้ำมันปาล์มล้นสต๊อก” ในประเทศ เพื่อบีบให้ราคาวัตถุดิบตกลงเพียงเพื่อจะตรึงราคาน้ำมันพืชบรรจุขวดไม่ให้เกิน 50 บาท โดยให้เกษตรกรและลานเทเป็นผู้แบกรับต้นทุนความล้มเหลวนี้ฝ่ายเดียว

3.ความย้อนแย้งด้านนโยบายพลังงาน รัฐบาลอ้างว่ากักสต๊อกไว้เพื่อไบโอดีเซล แต่กลับนิ่งเฉยไม่ประกาศใช้ B10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน ทั้งที่ปัจจุบันราคาไบโอดีเซลไทย “ถูกกว่า” ดีเซลปิโตรเลียมแล้ว และสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศมีความพร้อมทันที การประวิงเวลาคือการจงใจปล่อยให้ราคาปาล์มทะลายตกต่ำอย่างรุนแรง

4.การจงใจบิดเบื่อนกลไกตลาดขัดต่อกฎหมาย การใช้อำนาจ กกร. ออกประกาศควบคุมการส่งออกโดยไม่มีแผนรองรับที่มีประสิทธิภาพ จนทำให้ราคาปาล์มทะลายดิ่งลงต่ำกว่า ต้นทุนอย่างผิดปกติภายในเวลาไม่กี่วัน เข้าข่ายการดำเนินการที่ “จงใจทำให้ราคาต่ำเกินสมควรหรือทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคา” ตามมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งเครือข่าย ๆ กำลังรวบรวมหลักฐานความเสียหายทางเศรษฐกิจรายวันเพื่อรายงานต่อรัฐบาลให้ทราบและรับผิดชอบต่อไป

5.หยุดนโยบายฝืนกลไกตลาดที่ทำลายภาคการผลิต เครือข่ายขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนปรัชญาการทำงาน โดยหันมาใช้การ “ควบคุมราคาแบบลอยตัวสมบูรณ์แบบ” ที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ปัจจัยการผลิตของเกษตรกร ต้นทุนพลังงานของโรงงาน ไปจนถึงค่าขนส่ง รัฐบาลต้องหยุดใช้มาตรการ “แช่แข็งราคาปลายทาง” โดยการ “ทุบราคาต้นน้ำ” เพราะการฝืนสภาวะเศรษฐกิจจริงจะนำไปสู่การหยุดผลิต สินค้าจะขาดตลาด และทำลายโครงสร้างการผลิตของประเทศในระยะยาว

รัฐต้องเปลี่ยนบทบาทจากการ “ผู้สั่งการ” มาเป็น “ผู้กำกับดูแล” ให้เกิดการถ่ายทอดราคาอย่างเป็นธรรม (Price Transmission) เพื่อให้เกษตรและผู้ประกอบการสามารถดำเนินการต่อได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่การผลักภาระให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง รับผิดชอบความล้มเหลวทางการเมือง

เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายและป้องกันการยกระดับการชุมนุม เครือข่ายขอเรียกรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ 4 ข้อ ดังนี้

1.ผ่อนคลายมาตรการส่งออกทันที เพื่อคืนสมดุลให้โครงสร้างการค้าสากลและรักษาความเชื่อมั่นคู่ค้าก่อนที่ตลาดส่งออกของไทยจะสูญเสียตลาด ในปริมาณการค้า 50,000 ล้านบาทต่อปี

2.ประกาศใช้ B10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐานทันที เพื่อใช้อำนาจซื้อจาภาคพลังงานดูดซับส่วนเกินผลผลิตปาล์มที่มีออกมาวันละ 60,000 ตัน เป็นการแก้ปัญหาด้วยกลไกรการใช้มาตรการบังคับ และเป็นการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการใช้พลังงานไบโอดีเซลอย่างทั่วถึงในปริมาณที่พอเพียงกว่าการจำหน่าย B 20 ที่มีอยู่บางพื้นที่เท่านั้น และเพิ่มการใช้ B 20 เพิ่มตามปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มที่สมดุล

3.ปฏิรูปสู่ “โครงสร้างราคาปาล์มคุณภาพสัมพันธ์” เลิกใช้นโยบายสั่งการรายวัน แต่ให้ใช้โมเดลราคาที่สภาเกษตรกรแห่งชาตินำเสนอ เพื่อให้ราคาวัตถุดิบขยับตามผลิตภัณฑ์อย่างเป็นธรรมและยั่งยืนตามมาตรฐานปาล์มทะลายของไทย และการค้าในตลาดสากล

4.พัฒนาการผลิตไบโอดีเซลจากเอทานอลแอลกอฮอล์ ที่ผลิตได้เองในประเทศ ซึ่งขณะนี้มีปริมาณมากพอ ลดต้นทุน และทดแทนการนำเข้าเมทานอลแอลกอฮอล์ราคาสูงจากต่างประเทศ เป็นมาตรฐานใหม่และมิติใหม่ของการผลิตโบโอดีเซล

“รัฐบาลต้องเปลี่ยนผ่านจากรัฐสั่งการ เป็น ‘รัฐสวัดิการที่ชาญฉลาด’ หากรัฐกังวลเรื่องผลกระทบต่อค่าครองชีพ เครือข่ายขอเสนอให้รัฐบาลยุติการทุบราคาปาล์มทั้งระบบ แต่ให้ใช้มาตรการ ‘ช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย’ (Targeted Subsidy) ผ่านระบบสวัสดิการรัฐ มุ่งเป้าไปยังกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อยโดยตรง เพื่อให้คนกลุ่มนี้เข้าถึงสินค้าจำเป็นได้ในราคาพิเศษ โดยไม่ไปบิดเบือนกลไกราคาและทำลายรายได้ของครัวเรือนทั่วประเทศ”

เครือข่ายขอให้รัฐบาลมีคำตอบที่ขัดเจนกายในสัปดาห์นี้ หากยังคงใช้ความเงียบและความคลุมเครือเป็นคำตอบ แกนนำจังหวัดภาคใต้และจังหวัดใกล้เคียงพร้อมเคลื่อนพลเข้าสู่กระทรวงพาณิชย์เพื่อทวงคืนความยุติธรรมหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์นี้ทันที

เราไม่ทวงสัญญาราคาที่กี่บาท แต่เราทวงคืนความเป็นธรรมของโครงสร้างการผลิตปาล์มน้ำมันและตลาดน้ำมันปาล์มที่ถูกต้อง ชอบธรรม และโครงสร้างราคาปาล์มทะลายแบบสัมพันธ์ที่คำนวณราคาโดยตรงจากตลาดด้วยความเป็นธรรมต่อเกษตรกรเครือข่ายชาวสวนปาล์มน้ำมันและลานเทภาคใต้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวสวนปาล์มบุกพาณิชย์ 22 เม.ย. จี้เลิกคุมส่งออก-หยุดทุบราคา หลังปาล์มร่วง 1.90 บาท/กก.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...