โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สมเด็จพระนเรศ” กษัตริย์ไทยพระองค์เดียวที่นำทัพรุกล้ำดินแดนพม่าตอนใน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ. เกาะคา จ. ลำปาง

สมเด็จพระนเรศ กษัตริย์ไทยผู้ทรงนำทัพรุกล้ำดินแดนพม่าตอนใน

ตลอดประวัติศาสตร์สงครามระหว่างไทยกับพม่า สมเด็จพระนเรศ คือพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาที่มีพระเกียรติยศเลื่องลือที่สุดในเรื่องการศึกขับเคี่ยวกับของพม่า ส่งผลให้อาณาจักรตองอูยุคต้นหลังสมัย “พระเจ้าสิบทิศ” ปั่นป่วนถึงขั้นล่มสลาย

หลังเสียกรุงครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2112) สมเด็จพระนเรศประกาศอิสรภาพจากพม่า ฟื้นฟูอำนาจอยุธยา และประสบชัยชนะครั้งสำคัญเหนือพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดีใน พ.ศ. 2136 (สงครามยุทธหัตถี) อยุธยาได้พลิกบทบาทจากรับศึก มาเป็นผู้รุกราน เมื่อพระองค์ส่งกองทัพเข้ายึดครองเมืองทวาย ตะนาวศรี แล้วทุ่มเททุกสรรพกำลังยกทัพบุกโจมตีเข้าดินแดนพม่าตอนใน

ใน พ.ศ. 2138 พระองค์ทรงนำทัพด้วยพระองค์เองบุกไปถึงกรุงพะโค (หงสาวดี) และปิดล้อมตีเมืองตองอูในช่วง พ.ศ. 2142-2143

อ. ภมรี สุรเกียรติอธิบายไว้ในหนังสือ“เมียนมาร์-สยามยุทธ์”ว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย เพราะสมเด็จพระนเรศทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของอาณาจักรอยุธยาพระองค์แรก และพระองค์เดียว ที่ทรงบัญชาการในตำแหน่ง “จอมพล” ยกทัพบุกเข้าไปทำสงครามถึงดินแดนพม่าตอนใน

ทั้งยังทำให้ราชสำนักอยุธยาสามารถควบคุมเมืองท่ามะริด-ตะนาวศรี ไว้ภายใต้ปริมณฑลอำนาจได้อีกครั้ง และต่อเนื่องยาวนานหลายร้อยปีตราบจนอาณาจักรล่มสลายในเหตุการณ์เสียกรุงครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310

การรุกรานพม่าตอนในของกองทัพอยุธยาในสมัยสมเด็จพระนเรศ เร่งให้อาณาจักรตองอูยุคต้นที่เคยรุ่งเรืองสุดขีดในสมัยพระเจ้าบุเรงนอง หรือพระเจ้าสิบทิศ ประสบกับภาวะไร้เอกภาพ ระราชวงศ์ตองอูแข่งขันอำนาจกันเอง โดยราชสำนักของพระเจ้านันทบุเรง (พระราชโอรสในพระเจ้าบุเรงนอง) ก็ไม่สามารถจัดการอะไรได้ จนอาณาจักรต้องแตกออกเป็นหัวเมืองน้อยใหญ่ เช่น เมืองแปร ตองอู นยองยาน และเชียงใหม่ ฯลฯ

ความปั่นป่วนในอาณาจักรตองอู เริ่มต้นก่อนกองทัพอยุธยาจะยกมาถึงกรุงพะโคแล้ว คือ พ.ศ. 2138 ระหว่างที่เจ้าเมืองตองอูยกทัพไปช่วยพระเจ้านันทุบุเรงต้านศึกอยุธยา เจ้าเมืองแปรก่อกบฏเข้าตีเมืองตองอู แต่ล้มเหลว จึงยกทัพตีบ้านเล็กเมืองน้อยตลอดริมฝั่งแม่น้ำอิรวดีให้มาอยู่ใต้อำนาจ

ต่อมาชาวรามัญ (มอญ) และเชลยศึกที่ถูกกวาดต้อนมาอยู่กรุงพะโค ยังพากันกระด้างกระเดื่องอพยพหลบหนีออกจากเมือง ซ้ำร้ายเจ้าเมืองตองอูกับกษัตริย์อาระกันยังร่วมมือกันยึดอำนาจพระเจ้านันทบุเรง แล้วจัดสรรปันส่วนกันกวาดต้อนผู้คนและทรัพย์สินออกจากกรุงพะโคไปยังตองอูและอาระกัน ซ้ำยังเผาทำลายกรุงพะโคจนราบคาบ เพื่อหวังไม่ให้ทัพอยุธยาใช้เมืองเป็นฐานกำลังทำศึกยืดเยื้อกับพม่าได้

ยุทธนาการกลางแผ่นดินพม่าตอนในของกองทัพอยุธยาจึงไม่บรรลุตามพระราชประสงค์ เพราะกรุงพะโคร้างไปแล้ว และต่อมาการปิดล้อมเมืองตองอูก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะถูกทัพอาระกันคอยโจมตีเส้นทางลำเลียงเสบียงอาหาร ท้ายที่สุดสมเด็จพระนเรศจึงเสด็จยกทัพกลับอยุธยาใน พ.ศ. 2143

หลังจากนั้นก็ไม่มีกษัตริย์อยุธยาพระองค์ใดมีนโยบายแผ่พระราชอำนาจอันทะเยอทะยานในระดับยกทัพบุกตะลุยเข้าไปถึงดินแดนพม่าตอนใน อย่างสมเด็จพระนเรศทรงกระทำอีกเลย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ภมรี สุรเกียรติ. (2553). เมียนมาร์-สยามยุทธ์. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 เมษายน 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สมเด็จพระนเรศ” กษัตริย์ไทยพระองค์เดียวที่นำทัพรุกล้ำดินแดนพม่าตอนใน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...