Songs in the Key of Life : นักเต้นส่วนบุคคล
บทความพิเศษ | ภาสกร ประมูลวงศ์
Songs in the Key of Life
: นักเต้นส่วนบุคคล
ตอนที่เจ้าป้าทีน่า เทอร์เนอร์ (Tina Turner) ออกอัลบั้มตอนปี 1984 ผมตื่นเต้นแทบนอนไม่หลับ เพราะคิดถึงเสียงร้องของแกเหลือเกิน
ผมคิดถึงความแหบพร่าทว่าเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก
สองเพลงที่ผมหลงรักเป็นบ้าเป็นหลัง ลำดับแรก What’s Love Got To Do With It ผมหลงใหลได้ปลื้มไปกับจังหวะ 1-2 ตบด้วยท่อนฮุกที่ไม่ต่างกับหมัดน็อก “ความรักมันเกี่ยวอะไรด้วย” ยังกินความหมายไปถึงการสื่อสารถึงชีวิตส่วนตัวอันโหดร้าย
และสอง “นักเต้นส่วนบุคคล” ผมโคตรชอบจังหวะเพลงแบบนี้ มันเชื่องช้า แช่มช้อยอ้อยอิ่งอย่างสวยงาม และเต็มไปด้วยการเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจโดยไม่จำเป็นต้องมีบทสรุป
พูดง่ายๆ มันเหมือนสร้างจากสูตรสำเร็จของมาร์ก นอฟเลอร์ (Mark Freuder Knopfler) เป็น Dire Straits ในเวอร์ชั่นสุภาพสตรีที่สู้ชีวิตอย่างยิบตา
เมื่อเอาสองเพลงมาเทียบกัน ตัดสินแบบคิดข้ามคืน ผมให้ Private Dancer เหนือกว่าชนิดชนะ 5-4 คนแทงแย่งกันรอง
“ขาหล่อนสวยเป็นบ้า!!”
เป็นคำกล่าวที่ไม่เกินเลยกับหน้าปกนิตยสาร Rolling Stone ยิ่งเมื่อตอกย้ำความกระหึ่มกับงานภาพยนตร์ของจอร์จ มิลเลอร์ นั่นก็ยิ่งสร้างภาพความเป็นซูเปอร์สตาร์ของเธอให้แจ่มจรัส
ภาพจำติดตาจนยากจะลืมเลือนตัวละครอันต์ตี้ เอ็นทิตี้ กับหนังไซไฟแห่งทศวรรษ Mad Max
ก่อนหน้านั้น เจ้าป้าทีน่า ได้รับสมญาว่าเป็น Acid Queen มันมาจากแคแร็กเตอร์ในเพลง Private Dancer ผู้หญิงหน้าตายที่ผ่านชีวิตมาแล้วอย่างเชี่ยวกราก มันหยาบกร้าน ชินชา และมองผู้ชายแบบเหมือนกันไปหมด
โรเจอร์ เดวี่ส์ เป็นคนแนะนำไบรอัล แกรนต์ ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอ Private Dance ให้ป้าทีน่า
“โรเจอร์ส่งรูปมาให้ผม แถมหว่านล้อมถึงความดีงาม” ไบรอัลเท้าความหนความหลัง
“เขาบอกว่า ฟังนะเพื่อนยาก เธอมีความเป็นภาพยนตร์สูงมากเหมือนหลุดมาจากเฟรมก็ว่าได้ ที่เหลือต่อจากนั้นคือ คุณต้องทำให้เธอเชื่อ พยายามให้เธอตีความ หากคุณพาเธอไปจุดนั้นสำเร็จ หนังเรื่อง Private Dancer ก็เป็นของคุณ”
แรกเริ่มเดิมที ก่อนจะมาเป็น Private Dancer พวกเธอถูกขนานนามมาก่อนว่า Taxi Dancer เป็นชื่อเรียกขานของสาวนักเต้นชั่วคราวในยามค่ำคืน
เธอจะมากับคู่ขาแลกเปลี่ยนเงินทองกับเวลาส่วนตัว ในช่วงยุค 1930-1940 ที่เมืองชิคาโกหรือนิวยอร์ก ต่างเรียกชื่อเวทีนี้ว่า Taxi Hall
เรื่องราวทวีความน่าสนใจเมื่อเพลงถูกตีความเป็นชีวิตของผู้หญิงที่อาบแสงสีเป็นอาชีพ มันน่าสนใจขึ้นเมื่อนางเอกของมิวสิกวิดีโอมีชื่อว่าทีน่า เทอร์เนอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นคู่ควงกับชายไม่ซ้ำหน้า
“เมื่อเธอตกลงใจเป็นคู่รักชั่วคราว มันก็น่าคิดต่อว่าแล้วเรื่องราวมันจะเป็นอย่างไรต่อไป เธอจะมาให้เขาเห็นหน้าอีกไหม? หรือแล้วก็แล้วกันไป ถึงจุดนั้น มันน่าคิดต่อถึงความเป็นหญิงว่า เธอคิดกับมันอย่างไร ที่สำคัญคือประสบการณ์จะช่วยบ่มแคแร็กเตอร์ให้หันไปอีกทาง อีกนัยหนึ่ง มันก็เป็นภาพลวงที่สะท้อนถึงชีวิตในภาคต่อไป” โรเจอร์กล่าว
ได้ผลครับ แกรนต์ตอบรับไอเดียนี้อย่างเต็มใจ เขาใช้นักเต้นมืออาชีพมาเป็นโค้ชนาม อาร์ลีน ฟิลลิปส์ (Arlene Phillips) งานถูกสร้างด้วยความประณีตสวยงาม สมความตั้งใจเช่นเดียวกับเพลง She Work Hard for the Money (ดอนน่า ซัมเมอร์) ที่ได้รับรางวัล Best Choreography ไปก่อนหน้า
การเป็น “ทีน่า เทอร์เนอร์” ยังหมายถึงการเดินทางไปไกลกว่าขอบเขตแห่งจินตนาการ
เขาสร้างเงื่อนไขว่า ลองคิดดูอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อต้องลืมตาตื่นแล้วทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ การประเคนแต่งหน้าจนเข้มเกินจริง หรือมีชีวิตกับผู้ชายแปลกหน้าทุกเมื่อเชื่อวัน
“มีอยู่วันหนึ่ง ผมท้าทายทีน่าไปว่า อะไรจะเกิดขึ้นหากเราใช้ตัวแสดงที่มีสองแคแร็กเตอร์ มันจะเดินขนานไปกับความน่าเบื่อ ความน่าตื่นเต้น ความเป็นจริง ความเป็นดราม่า ที่ตรงนั้นเป็นเวทีและเป็นแห่งหนที่ทีน่าใช้แสดงตัวตน” แกรนต์กล่าว
ยามค่ำคืน ดึกสงัด วัดลมหนาว
น้ำค้างพราว เป็นละออง ยามต้องฝน
หลบด้านใน อบอุ่นเกาะ เพราะแรงลม
บนพื้นพรม ช่างพรายพราว เท้าผู้ชาย
กี่ย่างก้าว เดินเหยียดขา มาเร็วปรี่
กี่คนที่ ใคร่เยี่ยมเยือน เหมือนขนม
ดอกไม้สวย ยามราตรี ที่ชื่นชม
มาดอมดม ของงามสวย ด้วยถูกใจ
ฉันเป็นนัก -เต้นรู้ไหม ใครบอกบ้าง
เป็นหนทาง เสียงดนตรี ที่พลิ้วไหว
สะโพกส่าย ตามเงินตรา ไม่ว่าใคร
ไม่เป็นไร ทำตามสั่ง นั่งชั่วโมง
ยังเคยฝัน มีลูกผัว ตัวอยู่บ้าน
เงินหลายล้าน ดุจดังเช่น เป็นโขยง
ได้แต่คิด สักวันหนึ่ง ก่อนถึงโลง
จะขอโกง แค่ให้เป็น เช่นใครๆ
ชีวิตในช่วงต้นของทีน่า เทอร์เนอร์ ห่างไกลจากคำว่า “ผาสุก”
เธอเป็นนักร้องที่ไม่มีหนทางประสบความสำเร็จ
หมุดหมายเดียวคือเพลง River Deep Mountain High (1973, สูงสุดอันดับ 3) หลังจากนั้นเธอก็หายไปจากวงการร่วมสิบปี
ต้องขอบคุณร็อต สจ๊วด ที่ให้งานเป็นแบ๊กอัพในเทศกาล 1981 US Tour
ป้าทีน่ามารู้ตัวอีกทีอายุก็ปาเข้าไปจะห้าสิบรอมร่อ
ตลอดเวลาเธอต้องทนการถูกทารุณจากสามี (ไอค์ เทอร์เนอร์)
แล้วคืนหนึ่งที่เมืองดัลลัส เรื่องราวก็มาถึงจุดแตกหัก
ไอค์กับทีน่ามีเหตุทะเลาะเบาะแว้งอย่างรุนแรง จบลงด้วยการถูกซ้อมจนน่วม
หลังไอค์ผล็อยหลับ ทีน่าตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าหนีออกจากโรงแรมและไม่หันหลังกลับไปอีกเลย
เธอไม่ทิ้งอะไรไว้มีเพียงเสื้อผ้าติดตัวกับเงินแค่ 36 เซ็นต์
เพื่อนรักนางหนึ่งช่วยพาเธอหนีโดยมีจุดมุ่งหมายเป็นเมืองลอสแอนเจลิส ที่นั่นเธอทำงานทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่ถูกพื้น
ขอเพียงให้พ้นจากการเป็นเป้านิ่งของกระสอบทราย
ทีน่า เทอร์เนอร์ มีชื่อเดิมว่า แอนนา เมย์ บูลล็อก (Anna Mae Bullock)
ไม่น่าเชื่อว่า เธอกลับมาแจ้งเกิดอีกทีก็ตอนอายุปาเข้าไป 44 แล้วโดยเป็นการคัฟเวอร์เพลงของอัล กรีน (Let’s Stay Together)
สำหรับ Private Dancer มันติดอยู่ในชาร์ตนานถึง 148 สัปดาห์ 6 ซิงเกิ้ล ติดอันดับ 26 ที่อังกฤษ
เพลงเขียนและโปรดิวซ์โดย มาร์ก นอฟเลอร์ แห่งวง ไดร์ สเตรตส์
โดยก่อนหน้าที่จะบันทึกเสียง เขามีเรื่องให้คิดมากมาย หนึ่งในนั้นคือคำร้องท่อนที่ว่า I’m your private dancer a dancer for money เพราะมันไม่น่าจะเป็น “ประโยคในเพลง”
แน่นอน มันมีความล่อแหลม ทั้งในแง่ของการสื่อสารและกับตัวของทีน่าเอง
“ทีแรกผมกะให้ผู้ชายร้อง คิดอีกทีมันเป็นเพลงที่มีความเป็นหญิงสูงมาก” มาร์กกล่าวระลึกความทรงจำ
“พอผมทำเพลงเสร็จ ผมส่งไปให้ทีน่าวัดใจ เธอตอบกลับมาว่า คุณพูดถูก มันไม่มีส่วนอะไรที่เกี่ยวกับผู้ชายเลย ความงดงามของมันทำให้คนฟังไม่สนใจหรอกว่า คุณจะพูดถึงผู้หญิงหากินหรือนักเต้นบัลเล่ต์ เอาจริงๆ มันเป็นเพลงของคนที่ถูกกลืนกินวิญญาณไปแล้วทั้งเป็น”
เป็นอันว่า ปัญหาแรกจบไป ปัญหาข้อที่สองคือ เราจะใช้ Private Dancer เป็น Title Track จริงๆ หรือ? เนื่องจากมีความล่อแหลมอยู่ประมาณหนึ่ง
“เจอโจทย์ข้อนี้ผมถึงกับเหวอไปเลย” มาร์กส่ายหน้าดิกขณะตอบคำถาม
“ผมไม่เคยคิดว่าเธอขายบริการ หรือมีความล่อแหลมทางเพศ เธอเป็นแค่ผู้หญิงซื่อๆ คนหนึ่งที่พยายามเอาตัวรอด ถ้าจะให้ตอบ ผมจะบอกว่ามันเป็นที่เพลงเขียนขึ้นมาด้วยความพิเศษ มันมีความอ่อนช้อยงดงาม มีความเป็นศิลปะ ที่มากกว่าอะไรทั้งหมด มันช่วยเยียวยาหัวใจคน”
บรรดานักดนตรีในห้องต่างตบเท้ามาอย่างพร้อมเพรียง ยกเว้นมาร์ก นอฟเลอร์ ที่คิวชนอย่างจัง
มือกีต้าร์จึงเปลี่ยนเป็นเจฟ เบ็ค อย่างช่วยไม่ได้
ตลอดระยะทางสายดนตรีทีน่าสร้างผลงานไว้ 31 ชุด เคยร่วมร้องเพลงกับเพื่อนตัวจริงในวงการมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ร็อต สจ๊วด ไบรอัล อดัมส์ อีริก แคลปตัน เรื่อยไปจนถึงแบรี่ ไวต์
โดยช่วงเวลายุคทองของเธอกินระยะเวลาร่วมสิบปี เป็นดาวจรัสแสงส่งไม้ต่อให้ศิลปินรุ่นน้องอย่างไคลี่ มิน็อก หรือเจเนต แจ็กสัน
หลังปี 1994 ทีน่าย้ายนิวาสสถาน ไปอยู่เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
หลังจากนั้นไม่นานเธอมี Musical Show เป็นอัตชีวประวัตินาม Tina แสดงที่ลอนดอนในปี 2018 โดยเอเดรียน วอร์เรน แสดงเป็นทีน่า
ปีต่อมาย้ายวิกไปแสดงอีกครั้งที่บรอดเวย์ นิวยอร์ก
ปีเดียวกันเจ้าป้ารับรางวัล Grammy Lifetime Achievement Award และประกาศแขวนไมค์เป็นการถาวร
แต่ก็ไม่นาน ปี 2020 โปรดิวเซอร์นอร์เวย์นาม “ไคโก้” (Kygo) มาชวนป้าร่วมงานเป็นเพลงมิกซ์ขำๆ ทำสนุกๆ แต่ดันได้เงิน มันไต่ไปถึงอันดับ 31 ที่อังกฤษ
ป้าทีน่าเลยกลายร่างเป็นศิลปินที่กลับมาสร้างงานใหม่ในรอบเกือบ 30 ปี หลังจากผลิตงานรวมกันแล้วกว่า 40 ปี
ป้าชอบออกตัวว่าไม่ได้รวยอย่างที่ใครเข้าใจ แกมีทรัพย์สินอยู่ประมาณ 76 ล้านเหรียญ
มีชีวิตที่เหลือกับสามีใหม่ เออร์วิน บาค ที่บ้านสวยริมทะเลสาบ
แกเสียชีวิตอย่างสงบ สิริรวมอายุได้ 83 ปี
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Songs in the Key of Life : นักเต้นส่วนบุคคล
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly