โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศุภจีพบ USTR เร่งดีล ART ลดเสี่ยงภาษีสหรัฐ ก่อนชี้แจงมาตรา 301

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 04.30 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 01.59 น.

“ศุภจี” หารือผู้แทนการค้าสหรัฐ เร่งเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน หรือ ART หวังสรุปผลโดยเร็ว ลดความเสี่ยงมาตรการภาษีสหรัฐ พร้อมเตรียมส่งคณะไทยชี้แจง USTR ปมมาตรา 301 วันที่ 13-14 พ.ค. 2569 ด้านสหรัฐเปิดกว้างพิจารณายกเว้นภาษีสินค้าไทยบางรายการที่ผลิตเองไม่ได้ พร้อมชวนไทยเพิ่มบทบาทในซัพพลายเชนสหรัฐ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือกับนาย Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐ และนาย Rick Switzer รองผู้แทนการค้าสหรัฐ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ว่า การหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และสะท้อนเจตนารมณ์ร่วมกันของไทยและสหรัฐ ในการเร่งผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน หรือ Agreement on Reciprocal Trade (ART) ให้มีความคืบหน้าและสามารถสรุปผลได้โดยเร็ว

เป้าหมายสำคัญของการเจรจาครั้งนี้คือการเสริมสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุน รวมถึงลดแรงกดดันจากมาตรการทางการค้าที่สหรัฐอาจใช้กับไทยในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงที่สหรัฐให้ความสำคัญกับการปรับสมดุลทางการค้ากับประเทศคู่ค้าสำคัญ

นางศุภจีกล่าวว่า ฝ่ายสหรัฐให้ความสำคัญกับการปรับสมดุลทางการค้า และเปิดโอกาสให้ไทยแสดงบทบาทเชิงรุกผ่านการขยายการลงทุนในสหรัฐ ในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพร่วมกัน เช่น เกษตรแปรรูป และพลังงาน รวมถึงการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ ในกลุ่มสินค้าที่ไทยมีความต้องการและยังไม่สามารถผลิตได้เอง

ฝ่ายไทยได้ยืนยันความพร้อม พร้อมแจ้งแผนการขยายการลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐ ซึ่งได้รับการตอบรับเชิงบวกจากฝ่ายสหรัฐ และถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของความร่วมมือที่ทั้งสองประเทศสามารถขับเคลื่อนร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ไทยได้ใช้โอกาสในการหารือผลักดันประเด็นสำคัญหลายด้าน โดยเฉพาะแนวทางการยกเว้นภาษีของสหรัฐให้กับสินค้าไทยที่สหรัฐไม่สามารถผลิตได้ภายในประเทศ ซึ่งฝ่ายสหรัฐแสดงท่าทีเปิดกว้างและพร้อมพิจารณาต่อไป สะท้อนความยืดหยุ่นในการหาทางออกที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

สำหรับประเด็นการเจรจาความตกลง ART นางศุภจีได้ชี้แจงฝ่ายสหรัฐว่า ไทยให้ความสำคัญกับผลการเจรจาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยฝ่ายสหรัฐแสดงความเข้าใจ และพร้อมหารือทั้งในด้านกรอบเวลาการดำเนินการที่ชัดเจน และรายละเอียดของความตกลงในประเด็นต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินการภายในของไทยเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกันสหรัฐยังแสดงความสนใจและขอให้ไทยมีบทบาทมากขึ้นในการเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบจากสหรัฐในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการสร้างสมดุลทางการค้าและเพิ่มความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

ในด้านกรอบเวลาไทยและสหรัฐเห็นพ้องที่จะเร่งรัดการเจรจา โดยมีเป้าหมายสรุปสาระสำคัญของความตกลงโดยเร็ว เพื่อยืนยันสถานะของไทยในฐานะประเทศคู่ค้าทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหรัฐ และลดความเสี่ยงจากการถูกใช้มาตรการภาษีในอนาคต

นางศุภจีกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์จะจัดคณะผู้แทนไทยเดินทางไปสหรัฐ เพื่อเข้าร่วมชี้แจงและตอบข้อซักถามต่อสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือ USTR ในประเด็นการไต่สวนตามมาตรา 301 ระหว่างวันที่ 13-14 พฤษภาคม 2569 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างการค้าและการผลิตของไทย

ระหว่างการเยือนสหรัฐครั้งนี้นางศุภจียังได้หารือกับนาง Tammy Duckworth สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐ โดยแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การลงทุน และโอกาสในการยกระดับห่วงโซ่อุปทานระหว่างไทยและสหรัฐ

ฝ่ายสหรัฐได้เสนอแนวทางความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพ เช่น พลังงานสะอาด เทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอน เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก นวัตกรรมอาหาร ความร่วมมือด้านสาธารณสุข และอุตสาหกรรมอาหารสำหรับทารก ซึ่งเป็นสาขาที่ภาคเอกชนไทยให้ความสนใจ

ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐ โดยเฉพาะในรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งมีศักยภาพด้านพลังงาน เทคโนโลยี และการเกษตรขั้นสูง เพื่อขยายการลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่อุปทานระยะยาว

พร้อมกันนี้ไทยได้ขอรับการสนับสนุนในการส่งสัญญาณเชิงบวกไปยังฝ่ายบริหารของสหรัฐว่า ไทยพร้อมเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้เชิงยุทธศาสตร์ และพร้อมส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม

นางศุภจีกล่าวว่า การหารือครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นและความตั้งใจร่วมกันของไทยและสหรัฐ ในการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้แน่นแฟ้นและเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยไทยพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเจรจา ART ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับปี 2568 สหรัฐเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย มีมูลค่าการค้ารวม 93,651.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปสหรัฐมูลค่า 72,506.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมสินค้าสำคัญ เช่น คอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณี รถยนต์ และเครื่องปรับอากาศ

ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ มูลค่า 21,144.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่น น้ำมันดิบ เครื่องจักรกล เครื่องบินและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักรไฟฟ้า ส่งผลให้ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐ 51,361.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเจรจาปรับสมดุลทางการค้าระหว่างสองประเทศถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศุภจีพบ USTR เร่งดีล ART ลดเสี่ยงภาษีสหรัฐ ก่อนชี้แจงมาตรา 301

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...