'อนุทิน' เซ็นตั้งคณะกรรมการศึกษาแลนด์บริดจ์ 'เอกนิติ' เป็นประธาน
5 พ.ค.2569 แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 133 /2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธาน
สำหรับคำสั่งดังกล่าว มีสาระสำคัญว่าเพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์เป็นไปด้วยความรอบคอบและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกมิติ และสอดคลองกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่มีความผันผวนในปัจจุบัน ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนต่อระบบขนส่งทางทะเล อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผนดิน พ.ศ.2534 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์
สำหรับคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ มีองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจ ดังนี้
องค์ประกอบคณะกรรมการ มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังเป็นประธาน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน ส่วนกรรมการประกอบไปด้วย รมว.การต่างประเทศ รมว.คมนาคม รมว.ทรัพยากรธธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รมว.พลังงาน รมว.อุตสาหกรรม
รมช.มหาดไทยที่ได้รับมอบหมาย
ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ผู้แทนหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ผู้แทนภาคประชาชนซึ่งอยู่ในพื้นที่โครงการ จำนวนไม่เกิน 3 คน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการขนส่งและโลจิสติกส์
โดยมีเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นกรรมการ และเลขานุการ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ รองเลขาธิการ สศช. ที่ได้รับมอบหมายกรรมการ ที่ได้รับมอบหมาย และผู้ช่วยเลขานุการ
ขณะที่อำนาจหน้าที่และอำนาจมีดังนี้ 1. ประเมินความเป็นไปได้ของการพัฒนา และผลกระทบในมิติต่าง ๆ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบัน เพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีพิจารณา
2. รับฟังและรวบรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์
3. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการได้ตามความจำเป็น
4. เชิญผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ ผู้เชี่ยวชาญ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงหรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ
5. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมายสำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานที่แต่งตั้งขึ้นตามคำสั่งสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือตามระเบียบของทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของ สศช.