KTB พลิกเกมรายได้ เมื่อดอกเบี้ยไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป
KTB พลิกเกมรายได้ เมื่อดอกเบี้ย ไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป
ในสถานการณ์ตลาดการเงินยุคปัจจุบัน “ดอกเบี้ย” อาจไม่ใช่พระเอกของธุรกิจธนาคาร เมื่อวัฏจักรดอกเบี้ยเริ่มเข้าสู่ช่วงขาลง สิ่งที่เคยเป็นแหล่งรายได้หลักอย่าง Net Interest Margin (NIM) กำลังถูกกดดัน คำถามสำคัญตอนนี้จึงอยู่ที่ว่าธนาคารไหนสามารถหารายได้จากแหล่งอื่นได้มากพอที่จะชดเชยการหดตัวของดอกเบี้ย
และหนึ่งในเคสที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านนี้ได้ชัดที่สุด คือ โมเดลของ KTB หรือ บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารพาณิชย์ที่หลายคนอาจจะติดภาพของธนาคารรัฐ แต่วันนี้กำลังปรับตัวสู่ Financial Platform และนี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของ KTB
NIM ลดลง แต่กำไรยังยืนได้
ภาพรวมผลประกอบการล่าสุดไตรมาส 1 ปี 2569 ของ KTB สะท้อนประเด็นที่น่าสนใจ นั่นคือรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ลดลง และ NIM ปรับตัวลงต่อเนื่องตามทิศทางดอกเบี้ย แต่กำไรสุทธิยังเติบโต 6.2% YoY และ 15.5% QoQ อยู่ที่ระดับ 1.24 หมื่นล้านบาท
บล. เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ (SBITO) ระบุว่า กำไรของ KTB ที่ยังสามารถเติบโตได้ เพราะมีตัวช่วยใหม่เข้ามาแทน จากแรงหนุนจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญว่าโครงสร้างรายได้ของ KTB กำลังเปลี่ยนแกน
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท เติบโต 28.85% YoY และ 28.5% QoQ มาจากทั้งการเติบโตของค่าธรรมเนียมสุทธิ ผลจากการเติบโตของธุรกิจ Wealth Management และการเติบโตของรายได้อื่นๆ ตามภาวะตลาด รวมถึงการรับรู้ผลกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมสำหรับเงินลงทุนในกลุ่ม Transportation (FVPL) เป็นต้น
ธุรกิจ Wealth Management โตแรงถึง 38%
KTB กำลังสร้าง New S-Curve ได้จริง โดย บล. หยวนต้า มองว่า แม้ ธปท. มีแนวโน้มลดค่าธรรมเนียมบางรายการ แต่ KTB ได้กระจายแหล่งรายได้ไปยังธุรกิจอื่นแล้ว โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ Wealth Management
นำโดย Digital platform เช่น “เป๋าตัง” และธุรกรรมการลงทุน สิ่งที่น่าสนใจคือ KTB มีแต้มต่อที่ธนาคารอื่นไม่มี ด้วยฐานลูกค้าภาครัฐ บวกกับ Ecosystem ขนาดใหญ่ ทำให้การต่อยอดไปสู่ Platform-Based Revenue ทำได้เร็วกว่า
บล. เคจีไอ รายงานว่า การที่รายได้ค่าธรรมเนียมของ KTB เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นําโดยค่าธรรมเนียมบริหารความมั่งคั่ง Wealth Management ที่คิดเป็น 33% ของค่าธรรมเนียมรวม เพิ่มขึ้น 38% ในไตรมาส 1/2569 (จาก 16% ในปี 2568)
ทั้งนี้ ธนาคารคาดว่ารายได้ส่วนนี้น่าจะยังโตดีในไตรมาส 2/2569 เนื่องจากมีประเภทของรายได้ค่าธรรมเนียมมีการกระจายตัวมากขึ้น โดยมีรายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับ Digital Wealth Management ในกลุ่มลูกค้ารายย่อย เช่น การค้าทองคํา และพันธบัตร
ตลาด Re-rating ปรับเพิ่มมูลค่าหุ้น KTB
การเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ กำลังนำไปสู่สิ่งที่นักลงทุนเรียกว่า Re-rating หรือการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายและการคำนวณมูลค่าของหุ้น KTB
บล. เคจีไอ ปรับเพิ่ม PBV จาก 1.0 เท่า เป็น 1.05 เท่า และให้ราคาเป้าหมายเป็น 37 บาทต่อหุ้น พร้อมปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ”
บล. หยวนต้า ให้ราคาเหมาะสม 36 บาทต่อหุ้น แม้มองว่า upside ระยะสั้นอาจจำกัด แต่ยังมีจุดเด่นด้านเงินปันผลราว 6% ต่อปี เมื่อรวมกับ ROE ที่รักษาระดับมากกว่า 10% KTB จึงเริ่มถูกมองใหม่จากหุ้นธนาคารรัฐเติบโตต่ำ กลายเป็นหุ้นธนาคารที่มีโครงสร้างรายได้ทันสมัยขึ้น
สรุปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นกับ KTB ในไตรมาสที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่การฟื้นตัวของกำไรระยะสั้น แต่คือ การเปลี่ยน DNA จากธนาคารที่พึ่งพาดอกเบี้ย สู่ธนาคารที่ขับเคลื่อนด้วยค่าธรรมเนียม แพลตฟอร์ม และบริการทางการเงินครบวงจร และคำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนวันนี้ คือ ตลาดรับรู้การเปลี่ยนผ่านของ KTB ไปมากแค่ไหนแล้ว ?
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ธปท. ชี้เศรษฐกิจไทยเดือน มี.ค. ทรงตัว ส่งออกฟื้น ท่องเที่ยวชะลอรับสงคราม!
- ธปท. ขอความร่วมมือสถาบันการเงิน-สินเชื่อ ผ่อนปรนหนี้เดิม-เติมเงินใหม่ ช่วยลูกหนี้
- ‘ธปท.’ ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง ‘รมว.คลัง’ ชี้สงครามดันเงินเฟ้อเข้ากรอบเร็วกว่าคาด!
ติดตามเราได้ที่