โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จับตา 14 พ.ค.! วุฒิสภาสหรัฐ เตรียมถกร่างกฎหมายคริปโทฯ Clarity Act ครั้งสำคัญ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 พ.ค. เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. เวลา 03.52 น.

จับตา 14 พ.ค.! วุฒิสภาสหรัฐ เตรียมถกร่างกฎหมายคริปโทฯ Clarity Act ครั้งสำคัญ เพื่อกำหนดกรอบกำกับดูแลคริปโทฯและ stablecoin อย่างชัดเจน จุดศึกใหม่แบงก์-สินทรัพย์ดิจิทัล

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.09 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า วุฒิสภาสหรัฐเตรียมพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับคริปโทเคอเรนซีในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐ หลังร่างกฎหมายดังกล่าวติดอยู่ในภาวะชะงักงันมานานจากความขัดแย้งระหว่างบริษัทคริปโทฯ และภาคธนาคาร

ร่างกฎหมายดังกล่าวมีชื่อว่า “Clarity Act” ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบและลงนามเป็นกฎหมาย จะกำหนดกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจน รวมถึงระบุอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินในสหรัฐ ซึ่งอาจช่วยผลักดันการยอมรับคริปโตในวงกว้างมากขึ้น

นายทิม สก็อตต์ ประธานคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐ เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการจะจัดประชุมเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวในวันที่ 14 พฤษภาคม ที่อาคารสำนักงานวุฒิสภา Dirksen กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

อุตสาหกรรมคริปโตผลักดันร่างกฎหมายนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าเป็นเรื่องชี้เป็นชี้ตายต่ออนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐ และเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาเชิงกฎหมายที่ค้างคามายาวนาน

หนึ่งในสาระสำคัญของร่างกฎหมาย คือ การกำหนดนิยามที่ชัดเจนว่าโทเคนคริปโทฯประเภทใดควรถูกจัดเป็นหลักทรัพย์ (securities) สินค้าโภคภัณฑ์ (commodities) หรืออยู่ในหมวดอื่น เพื่อสร้างความชัดเจนทางกฎหมายให้กับอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ร่างกฎหมายยังมีบทบัญญัติที่พยายามยุติข้อพิพาทระหว่างบริษัทคริปโทฯกับภาคธนาคาร โดยภายใต้ข้อตกลงประนีประนอมที่ผลักดันโดยวุฒิสมาชิกรีพับลิกัน ทอม ทิลลิส และวุฒิสมาชิกเดโมแครต แองเจลา อัลโซบรูกส์ จะห้ามการจ่ายผลตอบแทนให้ลูกค้าจากการถือครอง stablecoin ที่อ้างอิงดอลลาร์สหรัฐในลักษณะพักเงินไว้เฉย ๆ เนื่องจากมีลักษณะใกล้เคียงกับเงินฝากธนาคาร

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายยังอนุญาตให้มีการให้รางวัลหรือสิทธิประโยชน์จากกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin เช่น การใช้ชำระเงินหรือการโอนเงิน

ด้านกลุ่มธุรกิจธนาคารออกมาคัดค้านบทบัญญัติดังกล่าว โดยมองว่าเปิดช่องให้บริษัทคริปโทฯมีอิสระมากเกินไป และอาจทำให้เงินฝากไหลออกจากระบบธนาคารที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ซึ่งอาจกระทบเสถียรภาพทางการเงิน

ธนาคารต่าง ๆ กำลังพยายามล็อบบี้สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนในคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภา เพื่อดึงเสียงสนับสนุนออกจากร่างกฎหมาย ก่อนเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่

กลุ่มล็อบบี้ภาคธนาคารยังต้องการแก้ไขช่องโหว่จากกฎหมายที่ผ่านเมื่อปีก่อน ซึ่งอนุญาตให้ตัวกลางทางการเงินสามารถจ่ายดอกเบี้ยให้กับ stablecoin ได้ โดยธนาคารเตือนว่า อาจนำไปสู่การโยกย้ายเงินฝากออกจากระบบธนาคารที่มีการค้ำประกันเงินฝาก และสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน

ด้านบริษัทคริปโทฯโต้แย้งว่า การห้ามบุคคลที่สาม เช่น แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ จ่ายผลตอบแทนให้กับ stablecoin จะเป็นการขัดขวางการแข่งขัน

อุตสาหกรรมคริปโทฯ หวังว่า Clarity Act จะผ่านการอนุมัติภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งพรรคเดโมแครตอาจกลับมาควบคุมสภาผู้แทนราษฎรได้อีกครั้ง

แม้สภาผู้แทนราษฎรจะผ่านร่างกฎหมายเวอร์ชันของตนเองไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคมปีก่อน แต่วุฒิสภายังต้องผ่านร่างกฎหมายให้ได้ภายในสิ้นปี 2569 เพื่อส่งต่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนาม

อย่างไรก็ตาม สมาชิกเดโมแครตจำนวนมากยังคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว โดยมองว่า มาตรการป้องกันการฟอกเงินยังอ่อนแอเกินไป และยังไม่มีมาตรการเพียงพอในการป้องกันไม่ให้นักการเมืองแสวงหาผลประโยชน์จากธุรกิจคริปโทฯ

ร่างกฎหมายฉบับนี้จำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกเดโมแครตอย่างน้อย 7 คนในวุฒิสภา จึงจะสามารถผ่านความเห็นชอบได้

ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามสร้างความใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมคริปโทฯ โดยประกาศตัวว่าเป็น “ประธานาธิบดีสายคริปโทฯ” (crypto president) ขณะที่ธุรกิจคริปโตของครอบครัวทรัมป์เอง ก็มีส่วนช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่กระแสหลักมากขึ้น

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...