จับตา 14 พ.ค.! วุฒิสภาสหรัฐ เตรียมถกร่างกฎหมายคริปโทฯ Clarity Act ครั้งสำคัญ
จับตา 14 พ.ค.! วุฒิสภาสหรัฐ เตรียมถกร่างกฎหมายคริปโทฯ Clarity Act ครั้งสำคัญ เพื่อกำหนดกรอบกำกับดูแลคริปโทฯและ stablecoin อย่างชัดเจน จุดศึกใหม่แบงก์-สินทรัพย์ดิจิทัล
วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.09 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า วุฒิสภาสหรัฐเตรียมพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับคริปโทเคอเรนซีในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐ หลังร่างกฎหมายดังกล่าวติดอยู่ในภาวะชะงักงันมานานจากความขัดแย้งระหว่างบริษัทคริปโทฯ และภาคธนาคาร
ร่างกฎหมายดังกล่าวมีชื่อว่า “Clarity Act” ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบและลงนามเป็นกฎหมาย จะกำหนดกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจน รวมถึงระบุอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินในสหรัฐ ซึ่งอาจช่วยผลักดันการยอมรับคริปโตในวงกว้างมากขึ้น
นายทิม สก็อตต์ ประธานคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐ เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการจะจัดประชุมเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวในวันที่ 14 พฤษภาคม ที่อาคารสำนักงานวุฒิสภา Dirksen กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
อุตสาหกรรมคริปโตผลักดันร่างกฎหมายนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าเป็นเรื่องชี้เป็นชี้ตายต่ออนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐ และเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาเชิงกฎหมายที่ค้างคามายาวนาน
หนึ่งในสาระสำคัญของร่างกฎหมาย คือ การกำหนดนิยามที่ชัดเจนว่าโทเคนคริปโทฯประเภทใดควรถูกจัดเป็นหลักทรัพย์ (securities) สินค้าโภคภัณฑ์ (commodities) หรืออยู่ในหมวดอื่น เพื่อสร้างความชัดเจนทางกฎหมายให้กับอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ร่างกฎหมายยังมีบทบัญญัติที่พยายามยุติข้อพิพาทระหว่างบริษัทคริปโทฯกับภาคธนาคาร โดยภายใต้ข้อตกลงประนีประนอมที่ผลักดันโดยวุฒิสมาชิกรีพับลิกัน ทอม ทิลลิส และวุฒิสมาชิกเดโมแครต แองเจลา อัลโซบรูกส์ จะห้ามการจ่ายผลตอบแทนให้ลูกค้าจากการถือครอง stablecoin ที่อ้างอิงดอลลาร์สหรัฐในลักษณะพักเงินไว้เฉย ๆ เนื่องจากมีลักษณะใกล้เคียงกับเงินฝากธนาคาร
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายยังอนุญาตให้มีการให้รางวัลหรือสิทธิประโยชน์จากกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin เช่น การใช้ชำระเงินหรือการโอนเงิน
ด้านกลุ่มธุรกิจธนาคารออกมาคัดค้านบทบัญญัติดังกล่าว โดยมองว่าเปิดช่องให้บริษัทคริปโทฯมีอิสระมากเกินไป และอาจทำให้เงินฝากไหลออกจากระบบธนาคารที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ซึ่งอาจกระทบเสถียรภาพทางการเงิน
ธนาคารต่าง ๆ กำลังพยายามล็อบบี้สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนในคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภา เพื่อดึงเสียงสนับสนุนออกจากร่างกฎหมาย ก่อนเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่
กลุ่มล็อบบี้ภาคธนาคารยังต้องการแก้ไขช่องโหว่จากกฎหมายที่ผ่านเมื่อปีก่อน ซึ่งอนุญาตให้ตัวกลางทางการเงินสามารถจ่ายดอกเบี้ยให้กับ stablecoin ได้ โดยธนาคารเตือนว่า อาจนำไปสู่การโยกย้ายเงินฝากออกจากระบบธนาคารที่มีการค้ำประกันเงินฝาก และสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน
ด้านบริษัทคริปโทฯโต้แย้งว่า การห้ามบุคคลที่สาม เช่น แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ จ่ายผลตอบแทนให้กับ stablecoin จะเป็นการขัดขวางการแข่งขัน
อุตสาหกรรมคริปโทฯ หวังว่า Clarity Act จะผ่านการอนุมัติภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งพรรคเดโมแครตอาจกลับมาควบคุมสภาผู้แทนราษฎรได้อีกครั้ง
แม้สภาผู้แทนราษฎรจะผ่านร่างกฎหมายเวอร์ชันของตนเองไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคมปีก่อน แต่วุฒิสภายังต้องผ่านร่างกฎหมายให้ได้ภายในสิ้นปี 2569 เพื่อส่งต่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนาม
อย่างไรก็ตาม สมาชิกเดโมแครตจำนวนมากยังคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว โดยมองว่า มาตรการป้องกันการฟอกเงินยังอ่อนแอเกินไป และยังไม่มีมาตรการเพียงพอในการป้องกันไม่ให้นักการเมืองแสวงหาผลประโยชน์จากธุรกิจคริปโทฯ
ร่างกฎหมายฉบับนี้จำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกเดโมแครตอย่างน้อย 7 คนในวุฒิสภา จึงจะสามารถผ่านความเห็นชอบได้
ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามสร้างความใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมคริปโทฯ โดยประกาศตัวว่าเป็น “ประธานาธิบดีสายคริปโทฯ” (crypto president) ขณะที่ธุรกิจคริปโตของครอบครัวทรัมป์เอง ก็มีส่วนช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่กระแสหลักมากขึ้น
อ้างอิง : www.reuters.com