โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ภาพล่าสุด พระเอกดัง ผันตัวเป็นชาวสวน ปลูกพริกเลี้ยงชีพ หลังตกงาน (ข่างต่างประเทศ)

สยามนิวส์

เผยแพร่ 10 พ.ค. เวลา 09.13 น. • Nick
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ ได้รายงานเรื่องราวที่สร้างความตกต

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ ได้รายงานเรื่องราวที่สร้างความตกตะลึงแก่สาธารณชน เกี่ยวกับ จางเสี่ยวเล่ย นักแสดงหนุ่มชาวจีนวัย 28 ปี ผู้เคยโด่งดังจากบทบาท "บอสจอมบงการ" ในซีรีส์แนวตั้ง และมีผลงานการแสดงมาแล้วกว่า 200 เรื่อง แต่ปัจจุบันกลับต้องพลิกผันมาประกอบอาชีพเกษตรกรเพื่อหาเลี้ยงชีพ หลังจากเผชิญกับภาวะงานแสดงที่หายไป เนื่องจากบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามาแทนที่

รายงานระบุว่า จางเสี่ยวเล่ย ได้เริ่มต้นชีวิตการทำงานในฟาร์มที่มณฑลชิงไห่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่เขาประสบปัญหาขาดแคลนงานแสดงอย่างหนัก อันเป็นผลมาจากการที่ผู้สร้างซีรีส์หันไปพึ่งพาเทคโนโลยี AI ในการสร้างตัวละครเสมือนจริง เพื่อลดต้นทุนการผลิต

จางเสี่ยวเล่ย เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงในช่วงปลายปี 2566 โดยมีเพื่อนเป็นผู้แนะนำให้รู้จักกับทีมงานผู้ผลิตซีรีส์แนวตั้ง และนับจากนั้นเขาก็มีผลงานการแสดงออกมาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของผู้ชมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะบทบาท "ท่านประธาน" หรือ "CEO จอมจู้จี้" ที่มักจะแสดงความรักด้วยวิธีการบงการ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 70% ของซีรีส์แนวตั้งกว่า 200 เรื่องที่เขาร่วมแสดง

นักแสดงหนุ่มยอมรับว่า เขาได้เห็นยุคทองของการพัฒนาวงการซีรีส์แนวตั้งมาแล้ว และในช่วงที่เขามีงานชุกที่สุด เขาต้องทำงานถ่ายทำต่อเนื่องถึง 3 วันโดยไม่ได้รับการพักผ่อน อีกทั้งในกลุ่มแชตสำหรับการประกาศรับสมัครนักแสดง ก็มีการแจ้งข่าวรับสมัครงานปรากฏขึ้นมาบ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงในปีนี้ โดยเขากลับได้รับข้อเสนอให้ถ่ายทำผลงานเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น แถมยังได้รับค่าตัวเพียงครึ่งหนึ่งจากปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่วงการซีรีส์แนวตั้งได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการสร้างตัวละครเสมือนจริง ซึ่งสามารถผลิตผลงานได้โดยไม่จำเป็นต้องจ้างนักแสดงจริงอีกต่อไป

เมื่อถึงจุดที่ต้องมองหาเส้นทางอาชีพใหม่ จางเสี่ยวเล่ย จึงตัดสินใจผันตัวมาทำสวนพริกในมณฑลชิงไห่ เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 400,000 หยวน (คิดเป็นเงินไทยราว 1.89 ล้านบาท) ซึ่งเขาเลือกปลูกพริกเนื่องจากบิดามารดาเคยมีประสบการณ์ในการทำสวนพริกมานานหลายสิบปี ทำให้เขามีความรู้และทักษะพื้นฐานในด้านนี้

จางเสี่ยวเล่ย ได้กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันของเขาว่า "ตอนนี้งานเต็มเวลาของผมคือการปลูกพริกและนำไปขายตามถนนครับ ถ้ามีโอกาสรับงานแสดง ผมก็จะทำนะ แต่ถ้าไม่มี ผมก็จะเป็นคนสวน" เขายังแสดงความรู้สึกสะท้อนใจว่า "ผมตบหน้าคนอื่นขณะแสดง แต่กลับถูกความจริงตบหน้าซะเอง" และ "ในละครผมมีเงินมหาศาล แต่ในความเป็นจริง แค่ลูกค้าลืมจ่ายเงินผม 10 หยวน (ราว 47 บาท) ผมก็หงุดหงิดแล้ว"

ปัจจุบัน เขานำพริกที่ปลูกได้มาวางจำหน่ายในตลาดชนบท โดยสามารถสร้างรายได้เพียงกิโลกรัมละ 4 หยวนเท่านั้น (ราว 19 บาท) อย่างไรก็ดี เขายังคงเชื่อมั่นว่าชีวิตย่อมมีทั้งขึ้นและลง และเขาก็จะสามารถก้าวผ่านความยากลำบากในครั้งนี้ไปได้ในที่สุด

เรื่องราวของ จางเสี่ยวเล่ย ได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ หลายคนมองว่าการที่พระเอกซีรีส์ต้องผันตัวมาเป็นชาวสวนนั้นเป็นความแตกต่างอย่างมาก ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับตัว ขณะที่บางส่วนยังคงเชื่อมั่นในคุณค่าของนักแสดงที่เป็นมนุษย์จริง ๆ โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นว่า "ฉันไม่ชอบตัวละครเสมือนเลย มันไม่ใช่ของจริง ดูไปก็รู้สึกอึดอัดมาก เพราะงั้นฉันเลยคิดว่ายังไงซะนักแสดงที่เป็นมนุษย์จริง ๆ แบบจางเสี่ยวเล่ย น่าจะยังมีโอกาสอยู่ในอนาคต"

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...