โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สาวร้องกองปราบ! นาวาเอกอดีตแฟนยักยอกทรัพย์ 1.2 ล้านบาท อ้างชื่อ ผบ.ทร.

สยามนิวส์

อัพเดต 28 เม.ย. เวลา 09.51 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. เวลา 09.51 น. • ผู้สื่อข่าวนครบาล
เวลา 10.30 น. วันที่ 28 เม.ย.69 ที่ บริเวณหน้าแดนเนรมิตเก่า (ริมฟุตบาท) จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใ

เวลา 10.30 น. วันที่ 28 เม.ย.69 ที่ บริเวณหน้าแดนเนรมิตเก่า (ริมฟุตบาท) จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ อดีตทหารอากาศคนดัง ได้พา น.ส.หนิง (นามสมมติ) อายุ 51 ปี เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและเตรียมเข้าปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม (บก.ป.)

ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กรณีถูกนายทหารเรือยศ "นาวาเอก" ซึ่งเป็นอดีตคนรักที่คบหากันมาเกือบ 10 ปี ยักยอกเงินสดกว่า 1.2 ล้านบาท พร้อมเครื่องประดับมีค่าหลายรายการ ก่อนจะบ่ายเบี่ยงและอ้างชื่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงเพื่อเลี่ยงการคืนทรัพย์สิน และ ร้องเรียนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของนายทหารเรือ กับ พงส.บก.ปปป.

น.ส.หนิง เปิดเผยรายละเอียดว่า ตนเองคบหาและอยู่กินกับนาวาเอกรายนี้มาตั้งแต่ปี 2560 ระหว่างที่ใช้ชีวิตร่วมกัน ฝ่ายชายได้ขอยืมเงินไปรวมกว่า 1.2 ล้านบาท โดยมีหลักฐานการพูดคุยทางแอปพลิเคชันไลน์ ต่อมาตนต้องเดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ในปี 2561 แต่ยังคงติดต่อกันอยู่เสมอ ซึ่งฝ่ายชายมักจะอ้างว่า "ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) สั่งให้ออกเรือไปตรวจจับน้ำมันเถื่อน" อยู่เป็นประจำ ทำให้ไม่สะดวกในการจัดการเรื่องเงินและทรัพย์สิน

กระทั่งเดือนสิงหาคม 2568 เมื่อตนกลับมาถึงประเทศไทยและทวงถามถึงทรัพย์สินที่ฝากไว้ ประกอบด้วย เงินสด 1.2 ล้านบาท (ที่ยืมไป) , ทองคำ หนัก 3 บาท , เครื่องประดับ แหวนเพชร และนาฬิกาหรู , ของใช้ส่วนตัวอื่น ๆ

นาวาเอก รายนี้กลับให้ข้อมูลสับสน ครั้งแรกอ้างว่าของอยู่ที่บ้าน แต่เมื่อตนจะเข้าไปเอา กลับอ้างว่าไม่มีกุญแจบ้าน และสุดท้ายอ้างว่า "นำทองและแหวนเพชรลงเรือไปด้วย" จนนำไปสู่การมีปากเสียงอย่างรุนแรง ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า

นอกจากนี้ น.ส.หนิง ยังได้ร้องเรียนไปยังกองทัพเรือเพื่อให้ตรวจสอบวินัย ซึ่งผลการสอบสวนเบื้องต้นระบุว่า นาวาเอกรายนี้ยอมรับว่ามีการอ้างชื่อผู้บังคับบัญชาเพื่อไปทำภารกิจน้ำมันเถื่อนจริง ทั้งที่ไม่ได้มีคำสั่งดังกล่าว แต่ทางคณะกรรมการฯ กลับมีความเห็นว่าการนำชื่อผู้บังคับบัญชามาอ้างนั้น "ใครก็ทำได้" ไม่ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ส่วนเรื่องทรัพย์สินให้ไปฟ้องร้องกันเอง

"ดิฉันรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม การนำชื่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงมาแอบอ้างเพื่อปกปิดการยักยอกทรัพย์ควรมีความผิดทางวินัยอย่างชัดเจน แต่ทาง ทร.อ้างว่ารอผลคดีทางอาญาอยู่

ตอนนี้คดีความที่ สภ.เมือง สงขลา ก็เงียบหาย และดิฉันเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยเนื่องจากคู่กรณีเป็นข้าราชการระดับสูง จึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากจ่าคิงส์เพื่อพาเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้เร่งรัดคดี" น.ส.หนิง กล่าว

ด้าน จ่าคิงส์ แตงทิม ระบุว่า วันนี้พาผู้เสียหายออกมาเปิดเผยความจริงเพื่อให้สังคมช่วยตรวจสอบ และจะพาเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายเพื่อให้ความเป็นธรรมกับฝ่ายหญิง เนื่องจากมูลค่าความเสียหายค่อนข้างสูงและมีการใช้อิทธิพลทางหน้าที่การงานมาเกี่ยวข้อง

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน บก.ป.ได้ประสานไปยัง พงส.สภ.เมือง สงขลา ให้ดำเนินการเร่งรัดคดียักยอกทรัพย์ตามกฎหมายโดยไว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...