โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SCGP ชี้ Q2/69 ปริมาณขายฟื้น มั่นใจรายได้ปีนี้ทะลุ 1.3 แสนลบ.

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 28 เม.ย. เวลา 16.11 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. เวลา 09.11 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - SCGP คาดแนวโน้มผลงานในไตรมาส 2/2569 โตต่อเนื่อง ปริมาณขายฟื้นตัว จากตลาดอาเซียนและความต้องการในเวียดนาม–อินโดนีเซียที่กลับสู่ปกติ พร้อมเดินหน้าบริหารต้นทุน ปรับพอร์ตสินค้า ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพ ขณะที่ราคาขายปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนพุ่ง จะดันรายได้ปี 2569 ทะลุเป้า 1.3 แสนล้านบาท

นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวว่า ภาพรวมแนวโน้มในไตรมาสที่ 2/2569 บริษัทฯ คาดว่าปริมาณขายจะฟื้นตัว จากตลาดอาเซียนที่ยังมีความแข็งแกร่ง, การส่งออกแบบเฉพาะเจาะจง และความต้องการในเวียดนามและอินโดนีเซียที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังจากวันหยุด ขณะที่การบริหารห่วงโซ่อุปทานที่ต่อเนื่องทั้งจาก SCGP และลูกค้า ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ ที่ต้องอาศัยการพูดคุยกัน

ขณะที่ภาพต้นทุนและราคาขาย SCGP เดินหน้าบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ ควบคู่กับการประยุกต์ใช้ AI ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่วนราคาขายคาดว่าจะปรับตัวขึ้น จากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง ในเรื่องของความสามารถในการทำกำไร บริษัทฯ ขับเคลื่อนองค์กรที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางอย่างต่อเนื่อง บริหารพอร์ตโฟลิโออย่างมีวินัย

สำหรับผลการดำเนินงานของธุรกิจในอินโดนีเซียดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และธุรกิจเยื่อและกระดาษราคามีแนวโน้มสูงขึ้น ฉะนั้นด้วยปัจจัยดังกล่าว SCGP จะพยายามรักษาระดับผลการดำเนินงาน (Performance) ให้ใกล้เคียงกับไตรมาส 1/2569

*มั่นใจรายได้ทะลุเป้า

บริษัทฯ มั่นใจรายได้ปี 2569 จะเติบโตกว่าเป้าหมายที่วางไว้ หรือมากกว่า 1.3 แสนล้านบาท ส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จะยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 1.83 หมื่นล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ แม้จะมีความกังวลว่าอุปสงค์ หรือความต้องการสินค้าของลูกค้าอาจชะลอตัวลง คิดเป็นความเสี่ยงราว 2-4% ของยอดขายรวม ซึ่งจะกระทบในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ปี 2569 แต่เชื่อว่าธุรกิจในอินโดนีเซียที่ทำผลงานได้ดีกว่าแผน และถึงจุดคุ้มทุน (Break-even) เร็วกว่าคาด จะสามารถผลักดันให้ภาพรวมของ SCGP ปีนี้ดีขึ้น

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้วางแนวทางบริหารความต้องการ ผ่านการปรับระดับสินค้าคงคลัง และกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของความต้องการลูกค้า และปรับพอร์ตโฟลิโอไปสู่กลุ่มที่เชื่อมโยงกับการบริโภคมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการจัดหาเชื้อเพลิง และวัตถุดิบจากแหล่งใหม่เพิ่มเติม ขยายโอกาสจากตลาดในประเทศ และตลาดส่งออกใหม่ เช่น เอเชียใต้ และส่งเสริมการใช้วัสดุทางเลือก เช่น จากพอลิเมอร์เป็นเยื่อกระดาษ และพัฒนาโซลูชันสินค้าใหม่ให้กับลูกค้า

ด้านงบลงทุนปีนี้วางไว้ที่ 10,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นการขยายธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตและการทำดีล M&P มูลค่าประมาณ 5,500 ล้านบาท และใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรและกำลังการผลิตมูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทใช้งบลงทุนไปแล้วราว 1,136 ล้านบาท

*พักการลงทุนในสหรัฐฯ

ส่วนแผนการขยายการลงทุน โดยจะไปตั้งโรงงานบรรจุภัณฑ์แบบแข็ง (Rigid Packaging) ในสหรัฐฯ ทาง SCGP ตัดสินใจพักแผนการลงทุนดังกล่าวเอาไว้ก่อน เนื่องจากสถานการณ์ในสหรัฐฯ มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง ประกอบกับผลการศึกษาพบว่าการส่งออกสินค้าจากฐานผลิตในไทยและเวียดนามไปยังสหรัฐฯ ยังมีความคุ้มค่ามากกว่าการเข้าไปลงทุนสร้างฐานผลิตเอง เนื่องจากค่าครองชีพและต้นทุนในสหรัฐฯ ที่ค่อนข้างสูง

อย่างไรก็ตามทางทีมผู้บริหารมีกำหนดการเดินทางไปยังสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า และจะนำความคืบหน้ามาแจ้งอีกครั้งในไตรมาสถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...