โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สส.ส้มค้านยับ แผนรัฐบาลเก็บค่าเดินทางออกนอกประเทศ ชี้ควรหารายได้เพิ่มจากค่าเหยียบแผ่นดิน

เดลินิวส์

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สส.ส้มค้านยับ แผนรัฐบาลเก็บค่าเดินทางออกนอกประเทศ ชี้ควรหารายได้เพิ่มจากค่าเหยียบแผ่นดิน

นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า “ไม่เห็นด้วย กับการเก็บเงินคนไทยที่เดินทางออกนอกประเทศเพื่อมาส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวในประเทศ” โดย สส.ก๊อป อ้างคำสัมภาษณ์นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะเก็บเงินค่า Exit fee จากคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อนำเงินมาสนับสนุนการเที่ยวในประเทศ ว่า

ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ

ประการแรก หากรัฐบาลต้องการจะหารายได้เพิ่มโดยการเก็บค่าธรรมเนียมจากการท่องเที่ยว รัฐบาลสามารถทำได้โดยไม่ต้องเก็บเงินจากคนไทย ผ่านการทำนโยบายที่รัฐบาลพูดเองและทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเตรียมความพร้อมมานานแล้วให้เกิดขึ้นจริง นั่นก็คือ นโยบายการเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน จากชาวต่างชาติ เพื่อนำเข้าสู่กองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย

จากข้อมูลที่ทางกระทรวงท่องเที่ยวฯ ศึกษาไว้ได้ประมาณการไว้ว่า หากมีการเก็บค่าเหยียบแผ่นดินจากผู้เดินทางชาวต่างชาติแค่เพียงอย่างเดียว ก็จะสามารถเก็บเงินได้สูงถึง 7,500-9,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในปีนั้นๆ

รายได้ประมาณการข้างต้นมีมูลค่าใกล้เคียงกับงบประมาณด้านการท่องเที่ยวที่รัฐจัดสรรในแต่ละปีไปกับแผนบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่แล้ว เรียกได้ว่า หากมีการเก็บค่าเหยียบแผ่นดินเพิ่ม รัฐก็จะมีเงินเพื่อทำการท่องเที่ยวเพิ่มกว่าอีก 1 เท่าตัว ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนเงินที่มากและควรจะมาพร้อมกับนโยบายการใช้เงินที่ชัดเจนเสียก่อน

ประการที่สอง หากรัฐบาลต้องการจะส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศจริงๆ มีเรื่องอื่นที่รัฐบาลควรทำมากกว่าการเก็บเงินคนไทยที่เดินทางออก เช่น การปรับการใช้งบประมาณด้านการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ ที่กว่า 70% หมดไปกับการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ จัด Events เป็นส่วนใหญ่ แต่ต้องลดงบงานแบบผักชีโรยหน้าลง และนำไปเติมให้กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดหัวเมืองรองอื่นๆ ให้มากขึ้น

รวมถึงแทนที่จะหาเงินมาอุดหนุนให้คนไทยเที่ยว รัฐบาลควรลดต้นทุนที่ทำให้การเที่ยวในประเทศมีค่าใช้จ่ายมากกว่าด้วย เช่น การกำกับราคาตั๋วเครื่องบินภายในประเทศให้ไม่แพงจนเกินไป การเพิ่มทางเลือกในการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะประเภทต่างๆ ทั้งภายในจังหวัดและระหว่างเมือง เป็นต้น

และควรจะต้องแก้ปัญหาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวงท่องเที่ยวฯ แต่ส่งผลต่อการท่องเที่ยว เช่น ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ ปัญหาภาพลักษณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ปัญหาความมั่นคงแนวจังหวัดชายแดน เป็นต้น

ประการที่สาม หากรัฐบาลจะเก็บเงินคนไทยทุกคนที่ออกนอกประเทศจริงๆ มาตรการนี้เป็นเหมือนมาตรการเชิงลงโทษมากกว่าเชิงเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ในความเป็นจริงไม่ใช่คนไทยทุกคนที่เดินทางออกนอกประเทศเพื่อไปท่องเที่ยวเท่านั้น ยังมีคนไทยอีกจำนวนมากที่เป็นนักเรียน/นักศึกษาที่ต้องเดินทางไปศึกษาต่อ ยังมีพี่น้องแรงงานที่จำเป็นต้องไปทำงานต่างประเทศเพื่อหาเงินส่งกลับบ้าน ยังมีคนวัยทำงานที่ต้องเดินทางติดต่อธุรกิจหาโอกาสใหม่ให้กับชีวิต ยังมีคนไทยที่มีครอบครัวและใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ

การคิดนโยบายมาแบบนี้เพียงเพื่อหาเงินมาอุดหนุนให้คนไทยเที่ยวในไทย เป็นการคิดที่แคบมาก คิดเพียงเพื่อเก็บเงินจากคนไทยมาเลี้ยงคนไทยด้วยกันเอง ทั้งๆ ที่มีทางเลือกอื่นที่เก็บได้โดยไม่กระทบคนไทยด้วยกันเองด้วยซ้ำ

ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับนโยบายการเก็บ ค่าออกนอกประเทศ จากคนไทยครับ

ป.ล. รัฐบาลนี้คิดมาแต่ละเรื่อง ไม่แผ่วเลยจริงๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...